ศัพท์น่ารู้

Diskutiere ศัพท์น่ารู้ im Thaiboard Forum im Bereich Thailand Forum; ดกดื่น ดก หมายความว่า มีมาก มีมากกว่าปรกติ ใช้เป็นคำขยายคำนามที่หมายถึงสิ่งใด ๆ ตามธรรมชาติ เช่น ผม ขน คิ้ว ที่มีมากกว่าปรกติ...
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ดกดื่น


ดก หมายความว่า มีมาก มีมากกว่าปรกติ ใช้เป็นคำขยายคำนามที่หมายถึงสิ่งใด ๆ ตามธรรมชาติ เช่น ผม ขน คิ้ว ที่มีมากกว่าปรกติ หรือที่มีมากกว่าคนโดยทั่วไป เรียกว่า ผมดก ขนดก คิ้วดก ผู้ที่มีบุตรหลายคน และมีบุตรในเวลาติดต่อกัน เรียกว่า มีลูกดก เช่น คนรวยมีลูกยาก แต่คนที่ไม่ค่อยมีเงินก็มักจะมีลูกดก นอกจากใช้กับการมีลูกของคนแล้ว ยังใช้กับการมีลูกของสัตว์ และการที่ไก่ออกไข่มากกว่าไก่อื่น ๆ ด้วย เช่น สุนัขบางตัวลูกดก ออกลูกครอกหนึ่งตั้งสิบตัว ไก่ที่ได้กินอาหารดี ๆ มักจะไข่ดก นอกจากนี้ ต้นไม้ที่ออกดอกมาก หรือมีผลมาก ก็เรียกว่า ดอกดก ผลดก ผลไม้ที่อาจออกผลดกได้ เช่น มะม่วงดก มะละกอดก ขนุนดก พุทราดก มะพร้าวดก

ดื่น หมายความว่า มีมาก มีอยู่ทั่วไป เช่น แก้วมังกร ปลาแซมมอน ก่อนนี้แพงเพราะหายาก เดี๋ยวนี้มีขายดื่นไป ราคาจึงถูกลง เดี๋ยวนี้เสื้อผ้าสวย ๆ มีขายอยู่ดื่นไปตามตลาดนัด คำว่า ดื่น นี้ ใช้ว่า ดกดื่น ก็ได้ เช่น ปัจจุบันผลไม้ต่างประเทศมีขายอยู่ดกดื่น



ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]มัธยัสถ์ - ประหยัด

มัธยัสถ์ เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า มธฺยสฺถ (อ่านว่า มัด-ทะ -ยัด-ถะ) แปลว่า ปานกลาง, ตั้งอยู่ในท่ามกลาง หมายความว่า ไม่ใช้จ่ายเกินพอดี แต่ต้องไม่ให้แร้นแค้น ไม่ให้ขาดแคลนจนเกินไป ความมัธยัสถ์ที่ใช้เฉพาะกับการใช้จ่าย หมายถึงการใช้จ่ายอย่างพอเหมาะพอดี บรรดาสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนอาหารการกินทุกอย่างย่อมมีสิ่งที่ดีมากน้อยต่างกัน มีราคาถูกแพงต่างกัน ถ้าเรารู้จักเลือกซื้อของใช้ของกินที่มีราคาพอเหมาะกับฐานะ พอเหมาะกับการใช้งาน ไม่ฟุ้งเฟ้อใช้สิ่งที่แพงเกินไป ก็เรียกว่ารู้จักมัธยัสถ์ ความมัธยัสถ์ช่วยให้คนดำรงชีวิตอยู่ได้ในความพอดี ซึ่งเป็นวิถีทางที่ทำให้ชีวิตเป็นสุขอย่างยั่งยืน

คำว่า ประหยัด หมายถึง ระวังการใช้จ่ายหรือระวังการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ไม่ให้หมดเปลืองไปโดยไม่สมควร เช่น ประหยัดเงิน ประหยัดน้ำ ประหยัดน้ำมัน ประหยัดพลังงาน ประหยัดเวลา ประหยัดแรง การระวังการใช้จ่ายไม่ให้เกินฐานะ เกินรายได้ของตน อาจใช้ว่า ประหยัด เท่านั้นก็ได้ เช่น ถ้าเราอยู่อย่างประหยัด เงินเดือนน้อยก็พออยู่กันได้ไม่ขัดสน การประหยัดทำให้ชีวิตเป็นสุขเพราะไม่ต้องพะวงกับการเป็นหนี้ คำว่า ประหยัด ถ้าไม่ระบุว่าประหยัดอะไร ก็จะมีความหมายว่า ประหยัดเงิน, ประหยัดค่าใช้จ่าย

ประหยัด เป็นคำที่รับมาจากภาษาเขมรว่า บฺรยัตฺน (อ่านว่า ปฺร็อ-ยัด) แปลว่า ระวัง. ในความหมายนี้ ภาษาไทยใช้เฉพาะบางเรื่อง เช่น ประหยัดคำ ประหยัดปาก แปลว่า ระวังการพูดจาไม่ให้กล่าวคำก้าวร้าวล่วงเกินผู้อื่น, ระวังปากคอไม่ให้กล่าวคำร้ายคำเลว


ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]แช็ต

แช็ต หมายถึง พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันทางคอมพิวเตอร์

แช็ต มาจากคำภาษาอังกฤษ chat หมายถึง พูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ

สิ่งที่พูดคุยหรือส่งมาแลกเปลี่ยนกันมีทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ผู้ที่พูดคุยกันอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักกันมาก่อนก็ได้ แต่ต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก ถ้าไม่ลงทะเบียนก็สามารถอ่าน ฟัง และดูภาพได้ แต่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นโต้ตอบได้ เรื่องที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์คุยกันมีมากมายหลายประเภท แล้วแต่ความสนใจ เช่น การเมือง การศึกษา สุขภาพ เรื่องราวในวงการบันเทิง ฯลฯ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มีทั้งเรื่องซึ่งมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้และความเห็นส่วนตัว การแช็ตจึงเป็นเสรีภาพที่ไร้ขอบเขต ผู้ใช้ต้องมีวิจารณญาณในการรับข้อมูล


ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สะพาย-ตะพาย

คำว่า สะพาย มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึง แขวนบ่า หรือ ห้อยเฉียงบ่า เช่น เขาหยิบกระเป๋าสะพายบ่าเดินออกจากบ้านไป ลักษณะที่ถูกฟันขาดเฉียงบ่า เรียกว่า ขาดสะพายแล่ง คำว่า สะพาย คำนี้ น่าจะยืมมาจากคำเขมร สฺพาย (อ่านว่า ซะ -เปียย) ซึ่งหมายถึง สะพาย คำนี้ในภาษาไทย มีการพูดเพี้ยนเสียงจาก สะพาย เป็น ตะพาย

คำว่า สะพาย ใช้ในภาษาเขียน ส่วนคำว่า ตะพาย ใช้ในภาษาพูด แต่ในบางกรณี คำว่า สะพาย กับ ตะพาย ก็ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เช่น สำนวนว่า ของหายตะพายบาป จะไม่ใช้ว่า *ของหายสะพายบาป ของหายตะพายบาป หมายความว่า ของหายหรือเข้าใจว่าหายแล้วเที่ยวกล่าวโทษผู้อื่น ว่าผู้นั้นผู้นี้ขโมย



ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ขืน - ฝืน

คำว่า ขืน กับ ฝืน มีเสียงคล้ายกัน ความหมายก็ดูเหมือนว่าจะคล้ายกัน

ขืน หมายถึง บังคับไว้หรือยั้งไว้ไม่ให้เป็นไปตาม เช่น โลกต้องเป็นอย่างนี้ ขืนไม่ได้ แม่ทั้งลากทั้งจูง แต่ลูกขืนตัวไว้ หรือหมายถึง ทำทั้ง ๆ ที่ไม่ควรทำ เช่น ถ้าคุณขืนไปที่นั่น คุณจะได้รับอันตราย ที่นี่ห้ามถ่ายรูป ถ้าคุณขืนถ่ายรูปคุณอาจถูกจับ หรือหมายถึง บังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการทำ เช่น ลูกไม่อยากแต่งงาน ก็ไม่ควรขืนใจ

ส่วน ฝืน หมายถึง ต้องจำใจทำสิ่งที่ไม่อยากจะทำ เช่น เขาฝืนยิ้มปลอบใจตนเอง หรือหมายถึง ขัด, ไม่ทำตาม เช่น ถ้านักเรียนฝืนกฎของโรงเรียนจะถูกลงโทษ

คำว่า ขืน กับ ฝืน แม้จะมีความหมายคล้ายกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้ เช่นประโยคว่า ถ้าลูกฝืนคำสั่งแม่ ขืนรังแกน้องอีก แม่จะตี ประโยคนี้จะใช้คำว่า ขืน กับ ฝืน สับที่กันไม่ได้


ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"สังเกตุ" หรือ "สังเกต"

คำนี้หลายคนเข้าใจว่า ต้องเขียนว่า "สังเกตุ" คือ มีสระอุ ใต้ "ต" แต่ที่ถูกต้องตามพจนานุกรม จะต้องเขียนว่า "สังเกต" คือ ไม่มีสระอุ เพราะหากเติมสระอุ เมื่อใด ความหมายจะผิดเพี้ยน

ความหมายตามพจนานุกรม "สังเกต" ก. กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย

ความหมายตามพจนานุกรม "เกตุ", "เกตุ"- [เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร) ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๙ หมายถึงตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถี ลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจาก ใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู. (ป., ส.).

ที่มา -บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"สร้างสรรค์" กับ "สรรค์สร้าง" หรือ "สรรสร้าง"

โดยทั่วไปเราทราบกันดีว่า คำว่า "สร้างสรรค์" นั้น ความหมายคือ การสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น ความหมายตามพจนานุกรมให้ ไว้ว่า...สร้างสรรค์ ก. สร้างให้มีให้เป็นขึ้น (มักใช้ทางนามธรรม) เช่น สร้างสรรค์ความสุขความเจริญให้แก่สังคม. ว. มีลักษณะริเริ่มในทางดี เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะสร้างสรรค์.

แต่บางครั้ง เราพบว่า มีการใช้คำๆ นี้ สลับกัน จาก "สร้างสรรค์" เป็น "สรรค์สร้าง" โดยผู้ใช้ ที่ใช้ตาม อาจจะได้ยินมา (สัน-สร้าง) และเข้าใจว่า ต้องเขียนเป็น "สรรค์สร้าง" ซึ่งดูแปลก และเก๋ ดี แต่ความจริงแล้ว เมื่อใดก็ตามหากจะเขียนให้ออกเสียงต่างกัน นั่นต้องมาจากจุดประสงค์ ที่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร เพราะการที่ใช้คำว่า "สรรค์สร้าง" การเขียนที่ถูกต้องคือ "สรรสร้าง" คือ ไม่มี "ค์" ต่อหลัง "สรร" เพราะโดยแท้จริงผู้ที่เข้าใจถูกต้องจะใช้คำนี้โดยสื่อว่า "สรร" นั่นคือ การหามา รวบรวมมา แล้วนำมาสร้าง ซึ่งความหมายจะแตกต่างจากคำว่า "สร้างสรรค์"

ที่มา -
บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"สร้างสรรค์" กับ "รังสรรค์" ใช้อย่างไร

อีก คำหนึ่งที่เราเห็นใช้กันบ่อยหน และคิดว่าเป็นคำที่สวยงาม โดยขาดความเข้าใจว่า สองคำนี้ แม้จะความหมายเดียวกัน แต่การนำมาใช้นั้น ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ซึ่งเรามักจะพบใช้คำว่า "สร้างสรรค์" กันโดยส่วนใหญ่ แต่บางครั้งจะได้ยินหรือได้เห็นผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ใช้คำว่า "รังสรรค์"

คำว่า "รังสรรค์" โดยความหมายแล้ว จะใช้เฉพาะกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น เป็นงานศิลปะ งานจิตรกรรม เช่น "กาลิเลโอ คีนิ จิตรกรเอกผู้รังสรรค์งานศิลป์ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม" เราจะไม่ใช้ว่า "ให้เรามาร่วมกัน รังสรรค์สังคมให้น่าอยู่" แต่จะใช้ "สร้างสรรค์สังคม"


ที่มา -
บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"นะคะ" หรือ "นะค่ะ"

อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันบ่อยครั้ง คือคำว่า "นะคะ" กับ "นะค่ะ" คำที่ลงท้ายว่า "คะ" ใช้กับการบอกกล่าว คำที่ลงท้ายว่า "ค่ะ" ใช้กับการ รับคำ แต่เรามักเห็นเขียนคำว่า "นะค่ะ" เป็นคำบอกกล่าว เช่น "อย่าลืมซื้อเค้ก มาฝาก นะค่ะ" ซึ่งจริงๆ ต้องเขียนว่า "นะคะ" (ออกเสียงค๊ะ) โดยไม่ต้องเติม ไม้เอก เพราะว่า...

"คะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น ไม่มีวรรณยุกต์ ออกเสียงตรี เช่นเดียวกับ "นะ" "จ๊ะ" "วะ"

"ค่ะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น มีวรรณยุกต์เอก ออกเสียงโท เช่นเดียวกับ "น่ะ" "จ้ะ" "ว่ะ"

ที่มา -
บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"โอกาศ" หรือ "โอกาส"

เป็นคำที่พบบ่อยคำหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะเขียนเป็น "โอกาศ" ซึ่งในพจนานุกรมไม่ปรากฏความหมายของคำนี้

ขณะที่คำว่า โอกาส [กาด] น. ความหมายตามพจนานุกรม อธิบายไว้ว่า หมายถึง ช่อง, ทาง; เวลาที่เหมาะ, จังหวะ. (ป.; ส. อวกาศ).

บาง ครั้งเมื่อใช้ในพระราชพิธี หรือ งานที่มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ จะใช้ "วโรกาส" ซึ่งเป็นราชาศัพท์ ที่สื่อความหมายเดียวกันกับข้างต้น

ขอให้พึงจำว่า "กาศ" ใช้กับ "อากาศ" "อวกาศ" "ประกาศ" เป็นอาทิ

เหตุเพราะคำว่า "โอกาศ" เขียนผิดเป็นส่วนมาก ฉะนั้น เราจึงต้องหา "โอกาส" เรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อที่จะเขียนคำว่า "โอกาส" ให้ถูกต้อง

ที่มา -
บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"อนุญาต" หรือ "อนุญาติ" กันแน่

หลายคนคุ้นตา กับ การเขียนเป็น "อนุญาติ" ซึ่งแท้จริงแล้วคำนี้ เขียนผิด และไม่มีความหมาย

ทั้งนี้ พจนานุกรม ได้บัญญัติไว้ว่า การเขียนที่ถูกต้องคือ "อนุญาต" ไม่ต้องมีสระ "อิ" หลัง "ต" โดยให้ความหมายของคำไว้ว่า อนุญาต ก. ยินยอม, ยอมให้, ตกลง.

ขณะ ที่ คำว่า ญาติ, ญาติ- [ยาด, ยาติ-, ยาดติ-] น. ได้อธิบายว่า หมายถึง คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสาย ฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่. (ป.).

แต่หากจะพยายามแปลความหมายของคำว่า "อนุญาติ" ซึ่งมีความหมายที่ผิดเพี้ยน และเสมือนรวม 2 คำ ไว้ด้วยกันระหว่าง อนุ+ญาติ

โดย อนุ เป็นคําประกอบหน้าศัพท์บาลีหรือสันสกฤตมีความหมายว่า น้อย นั่นเท่ากับว่า คำว่า "อนุญาติ" จะหมายถึง ญาติผู้น้อย หรือ ญาติผู้เล็กน้อย

ฉะนั้น ต่อไปเราจะไม่ยอมเขียนว่า "อนุญาติ" แต่จะพึงจำและเขียนว่า "อนุญาต" เสมอและ "อนุญาต" ให้ทุกท่านฝึกฝน หัดเขียนหลายๆ หน จนคุ้นตา

ที่มา -
บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"น้ำแข็งใส" ไม่ใช่...พึงจำไว้ต้องเขียน "น้ำแข็งไส"

หลายครั้ง เมื่อเราผ่านร้านขนมหวาน ทีมีรายการชวนทานให้ชื่นใจ ที่ใส่มาพร้อมน้ำแข็งเกล็ดละเอียด หลายร้านมักเขียนเป็น "น้ำแข็งใส"

อาจ จะเป็นเพราะ คิดเหมาสรุปความไปเอง เข้าใจไปเอง จากที่เคยได้ยินมา เลยเขียนเป็น "น้ำแข็งใส" โดยคิดว่า ความหมายคือ ความ "ใส" ของน้ำแข็ง

แต่ แท้จริงแล้ว อยากชวนไปอ่านเอนทรี่ "ร้อนเหลือเกิน จะดับร้อนด้วยอะไรถึงจะเย็นใจ" ที่บ้านคุณ วิตามินบี ซึ่งได้ให้ความรู้ถึงที่มาของ "น้ำแข็งไส" ว่าเป็นกริยา การไสน้ำแข็งไปบนม้า ที่มีลิ้นเป็นใบมีด เมื่อไสก้อนน้ำแข็งไปบนใบมีด ก็จะได้เกล็ดน้ำแข็งเป็นแผ่นเล็กๆ ร่วงลงมาในถ้วยที่รองรับ ก่อนที่จะราดด้วยนม น้ำเชื่อม น้ำหวาน พร้อมเครื่องเคราอีกตามชอบ ซึ่งหากย้อนไปสัก 20-30 ปี จะพบ การขายน้ำแข็งไสแบบนี้อยู่ดาษดื่น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เป็นที่นิยมนัก

ฉะนั้น "น้ำแข็งไส" คือเกล็ดน้ำแข็งที่ได้จากการ "ไส" น้ำแข็ง หาใช่ความ "ใส" ของน้ำแข็ง ฉะนั้น จึงต้องเขียนให้ถูกเป็น "น้ำแข็งไส"

ที่มา -
บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

คำนี้เขียนอย่างไรดี "สีสรรค์" "สีสัน" หรือว่า "สีสรร"

หลาย ครั้ง เราอาจจะเคยอ่านพบข้อเขียน "บรรยากาศในวันนั้น มีหลากหลายรายการที่ผู้จัดงานได้นำมาช่วยสร้างสีสรร" บ้างก็เขียนว่า "วันนี้ ทุกคนต่างสนุกสนานกันถ้วนหน้า ที่นักแสดงชื่อดัง ได้มาร่วมร้องเพลงสร้างสีสรรค์"

หากไม่ คุ้นกับการเขียนคำนี้ หลายคนก็อาจจะผ่านตาไป ไม่ได้สนใจ แต่บางคนก็จะนึกขัดๆ ตา และถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วคำนี้ เขียนว่า "สีสัน" "สีสรรค์" หรือว่า "สีสรร" กันแน่

หาก เปิดพจนานุกรม เพื่อค้นหาความหมายของคำว่า "สีสรรค์" เราจะไม่พบอะไร ส่วนคำว่า "สีสรร" เมื่อค้น ก็จะไม่พบความหมายเช่นกัน แต่อาจจะแปลความตามหลักการผสมคำได้ว่า สี+สรร ซึ่งจะรวมความหมายแปลได้ว่า สีที่สรร หรือ สีที่เลือกสรร มา ซึ่งความหมายก็จะไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการสื่อผ่านประโยคดังข้างต้น

ครั้น ค้นความหมายคำว่า "สีสัน" เราก็จะไม่พบความหมายในพจนานุกรมเช่นกัน ทว่า ได้มีการนำมาใช้เขียนเมื่อต้องการบรรยายในเชิงศิลปะ หรือ บรรยากาศ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยภาพ เสียงดนตรี หรือความรื่นรมย์ บันเทิงต่างๆ ซึ่งในหมู่นักเขียน จะเข้าใจในทิศทางเดียวกัน

เมื่อใด ที่เห็นว่า เหมาะควรจะใช้คำนี้ เราจึงเขียนว่า "สีสัน"


ที่มา -
บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"ราดหน้า" หรือว่า "ลาดหน้า"..."ราดยาง" หรือ "ลาดยาง"

เมื่อครั้งที่เขียนเรื่องนี้ในตอนที่ 1 ผมได้รับคำเสนอแนะเรื่องคำที่มักเขียนผิดเพิ่มมาอีกหนึ่งคำ จาก BG-prapasri หรือ คุณประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ ท่านเล่าให้ฟังว่า อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันมาก คือคำว่า ก๋วยเตี๋ยว "ราดหน้า" หลายๆ ร้าน มักจะเขียนก๋วยเตี๋ยว "ลาดหน้า" ขณะเดียวกัน คำว่า ถนนลาดยาง มักเขียนผิดเป็น "ถนนราดยาง"

"เห็นแล้ว หงุดหงิดทุกครั้ง คุณป้าจะทนไม่ได้...ต้องบอกเจ้าของร้านให้แก้ใหม่ให้ถูกต้องค่ะ และถนน 'ลาดยาง' ก็มักจะเขียนผิดว่า ถนน 'ราดยาง' ขอแนะวิธีจำง่ายๆ นะคะ...เดินไปตามถนน 'ลาดยาง' ไปซื้อก๋วยเตี๋ยว 'ราดหน้า' ค่ะ"

เมื่อย้อนไปศึกษาให้ลึกซึ้งในคำ โดยค้นหาในพจนานุกรม พบความหมายของคำว่า "ลาด" ดังนี้...ลาด ก. ปูแผ่ออกไป เช่น ลาดพรม ปูลาดอาสนะ, โดยปริยายหมายถึง สิ่งที่มีอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ถนนลาดยาง. ว. เทตํ่าหรือ เอียงขึ้นน้อยๆ เช่น ที่ลาด

อีกคำคือ "ราด" ได้ความหมายว่า...ราด ก. เทของเหลวๆ เช่นนํ้าให้กระจายแผ่ไปหรือให้เรี่ยรายไปทั่ว เช่น ราดนํ้า, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า, ข้าวราดแกง โดยปริยายหมายถึงอาการที่ คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ปัสสาวะราด

เมื่อพิจารณาการผสมคำ เราจะจำได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่าทำไม "ลาดหน้า" และ "ราดยาง" ทั้ง 2 คำนี้จึงเขียนผิด

ฉะนั้น ขอให้จำหลักง่ายๆ ดังคำเสนอแนะของ BG-prapasri ที่แนะนำไว้ว่า..."เดินไปตามถนน 'ลาดยาง' ไปซื้อก๋วยเตี๋ยว 'ราดหน้า'...เขียนอย่างนี้ จึงถูกต้อง

ที่มา -
ข้อเขียนของบล็อกเกอรทิวสน
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"อบอวน" กับ "อบอวล" ชวนสงสัย

เป็น อีกคำหนึ่ง ที่หลายๆ คนสับสน สงสัย ว่าเขียนอย่างไร จึงถูก ซึ่งคำว่า "อบอวน" หากแปลตรงๆ จะได้ความหมายว่า นำ "อวน" ซึ่งเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่ง ที่ใช้สำหรับหาปลา นำมา "อบ" คือการปรุงกลิ่นด้วยควัน หรือ ใช้ความร้อนจากไฟ จากไอน้ำ โดยไม่ให้ความร้อนหรือกลิ่นออกไป ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังของการใช้คำนี้เพื่อขยายความแล้ว การใช้คำว่า "อบอวน" จึงผิด เพราะหมายถึงการทำให้ เครื่องมือหาปลามีกลิ่น

ขณะ ที่ เมื่อเราเขียนว่า "อบอวล" เพื่อขยายความ เช่นประโยคที่ว่า "เพียงเดินเข้าไปยังห้องบรรทม ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้" หาก ลองค้นคำ ในพจนานุกรม จะพบการอธิบายคำว่า "อบอวล" ไว้ว่า...อบอวล ก. ตลบ, ฟุ้ง, (ใช้แก่กลิ่น). ว. มีกลิ่นตลบ, มีกลิ่นฟุ้ง.

จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และควรจำไว้เสมอว่า "อบอวน" เขียนผิด แต่ "อบอวล" เขียนถูก


บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"เท่" ดีไหม...หรือจะ "เท่ห์" ดี

บ่อยหน ที่เราจะพบคนส่วนใหญ่ มักจะเขียนว่า "เท่ห์" เพื่อขยายความในสิ่งที่พบเจอ ซึ่งแท้จริง คำว่า "เท่ห์" เป็นคำที่ไม่มีความหมายแต่อย่างใด หากค้นคว้าในพจนานุกรม ก็จะไม่พบคำอธิบาย เมื่อพิจารณาดู จะพบว่า "เท่ห์" มักตั้งเป็นแต่ชื่อคนเท่านั้น

ขณะที่ลอง ตัด "ห์" ออกไป แล้วค้นคำว่า "เท่" เราจะได้ความหมายของคำอธิบายในพจนานุกรมว่า...

เท่ ว. เอียงน้อยๆ (มักใช้แก่การสวมหมวก); โก้เก๋ เช่น แต่งตัวเท่ ฉะนั้น คำว่า "เท่" จึงเป็นคำที่ถูกต้อง ต่อไปนี้ ขอให้ลืมไปเลยกับคำว่า "เท่ห์" เว้นแต่ใช้เป็นนามเฉพาะในการตั้งชื่อคน ซึ่งเป็นที่นิยมตั้งชื่อ ทั้งชื่อจริง และชื่อเล่นว่า "เท่ห์"

ขอให้จำไว้ว่า เมื่อต้องการขยายความในสิ่งที่เห็น "เท่ห์" เขียนผิด ต้องเขียน "เท่" จึงจะถูกต้อง

บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

อยากรู้คำว่า ญัตติ.. เขียนแบบไหน "ญัติติ" หรือ "ญัตติ"

เริ่มจาก ค้นหาคำว่า "ญัติติ" ซึ่งค้นหาเท่าไร ก็ไม่พบความหมาย ครั้นค้นคำว่า "ญัตติ" จะพบข้อมูลดังนี้

ญัตติ น. คําประกาศให้สงฆ์ทราบเพื่อทํากิจของสงฆ์ร่วมกัน เช่น ญัตติทุติยกรรมวาจา ญัตติจตุตถกรรมวาจา, คําเผดียงสงฆ์ ก็ว่า ข้อเสนอเพื่อลงมติ เช่น ผู้แทนราษฎรเสนอญัตติเข้าสู่สภาเพื่อขอให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบด้วย หรือไม่; หัวข้อโต้วาที เช่น โต้วาทีในญัตติว่า ขุนช้างดีกว่าขุนแผน. (ป.).

ฉะนั้น "ญัติติ" เขียนผิด ต้องเขียน "ญัตติ" จึงจะถูกต้อง



บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คําที่มักเขียนผิด

"หลับไหล" หรือ "หลับใหล"... "หลงไหล" กับ "หลงใหล"

เป็น อีก 2 ประโยค ทีชวนให้สงสัย และสับสนกันมานาน สำหรับคำที่ใช้สระ-ใ (ไอ-ไม้ม้วน) ซึ่งมีบล็อกเกอร์หลายท่านกรุณาเสนอแนะการจำไว้ โดย BG-ทวิน แนะนำว่า "จริงๆ คำที่ใช้ สระไอ-ไม้ม้วน ถ้าท่องคำกลอน 20 ม้วนจำจงดี เมื่อตอนเรียนสมัยประถมน่าจะถูกนะครับ" พร้อมฝากบทกลอนไว้ดังนี้...

ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใส่ห่อมิหลงใหลใครขอดู
จะใคร่ลงเรือใบดูน้ำใสและปลาปู
สิ่งใดอยู่ในตู้มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
บ้าใบ้ถือใยบัวหูตามัวมาใกล้เคียง
เล่าท่องอย่าละเลี่ยงยี่สิบม้วนจำจงดี


พร้อมกำชับว่า "ส่วนคำไหนไม่ได้อยู่ในนี้ก็ใช้สระไอ ไม้มลายนะครับ" ขณะที่ BG-คนโทใส่น้ำ ได้แนะนำหลักการแยกแยะระหว่างการใช้สระ ไ กับ ใ ไว้เช่นเดียวกันว่า "จริงๆ เรื่องไม้ม้วน ไม้มลาย ถ้าท่องหรือจำคำใน "ยี่สิบม้วนจงจำดี" ก็มักจะใช้ไม่ผิดหรอก"

เมื่อย้อนกลับไปดูคำที่ใช้ด้วย สระ-ใ (ไอ-ไม้ม้วน) จะพบมีคำว่า "หลงใหล" อยู่ในคำกลอนสอนให้จำดังข้างต้น แต่เมื่อหาคำว่า "หลับใหล" จะไม่พบในบทกลอน...แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ

หลักพิจารณา ว่าเขียนอย่างไรถูก ก็ต้องมาดูที่คำแปลของคำว่า "ไหล" เปรียบเทียบกับ "ใหล" ซึ่งคำว่า "ไหล" หมายถึง เลื่อนไป หรือเคลื่อนที่ไปอย่างของเหลว

ส่วน "หลงใหล" หมายถึง เผลอไผล สติเฟือน (...สองเผือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่.../ในลิลิตพระลอ) จะเห็นว่า ส่วนใหญ่จะใช้ "หลับใหล" จะมีบ้างที่ใช้ หลับไหล แต่ไม่นิยม

ควรรู้เพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วคำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วน จะไม่ใช้ลำพัง แต่ต้องใช้ซ้อนกับคำอื่น ได้แก่ ใช้ซ้อนกับคำว่า หลง เป็น หลงใหล และซ้อนกับคำว่า หลับ เป็น หลับใหล

คำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วนนี้ จึงทำให้เข้าใจได้ว่า หมายถึงอาการคล้ายละเมอ เพราะในภาษาลาวมีคำว่า ใหล (สะกดด้วยสระไอ ไม้ม้วน) หมายถึง ละเมอ หรือ พูดในเวลาเผลอสติ อย่างคนบ้าจี้ที่ถูกหลอกให้ตกใจแล้วมักจะพูดโพล่งออกมา จึงเข้าใจได้ว่า "หลับใหล" เป็นอาการของคนที่หลับไม่รู้สึกตัว เผลอ ละเมอออกมา อย่างไม่ได้สติ

ฉะนั้น จึงพบราชบัณฑิตและผู้ที่เข้าใจรากศัพท์ภาษา เขียนเป็น "หลับใหล" ส่วนอีกคำ เชื่อว่าหลายคนจะจำได้แล้วว่า ต้องเขียนว่า "หลงใหล" จึงถูกต้อง



บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คลิก

คลิก มาจากภาษาอังกฤษ click คลิก เป็นศัพท์คอมพิวเตอร์ หมายถึง กดแล้วปล่อยปุ่มบนอุปกรณ์ควบคุม โดยให้เคอร์เซ่อร์หรือตัวชี้ตำแหน่งอยู่ตรงกับสัญรูปบนจอคอมพิวเตอร์เพื่อ เลือกคำสั่งหรือเลือกตำแหน่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เช่น เมื่อคลิกที่สัญรูปเอกสาร ภาพแฟ้มต่าง ๆ ที่เก็บข้อมูลไว้จะปรากฏขึ้น เมื่อคลิกที่สัญรูปแสดงโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง โปรแกรมนั้นก็จะเริ่มทำงาน

คลิก เป็นคำทับศัพท์ ไม่ต้องใส่ไม้ตรี เพราะพยัญชนะต้น ค เป็นอักษรต่ำ เมื่อใช้สระสั้น และตัวสะกดเป็นแม่กก เสียงวรรณยุกต์เป็นเสียงตรีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่เครื่องหมายใด ๆ อีก



ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"
[/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Themenstarter
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]แช็ต

แช็ต หมายถึง พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันทางคอมพิวเตอร์ แช็ต มาจากคำภาษาอังกฤษ chat หมายถึง พูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ

สิ่งที่พูดคุยหรือส่งมาแลกเปลี่ยนกันมีทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ผู้ที่พูดคุยกันอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักกันมาก่อนก็ได้ แต่ต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก ถ้าไม่ลงทะเบียนก็สามารถอ่าน ฟัง และดูภาพได้ แต่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นโต้ตอบได้ เรื่องที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์คุยกันมีมากมายหลายประเภท แล้วแต่ความสนใจ เช่น การเมือง การศึกษา สุขภาพ เรื่องราวในวงการบันเทิง ฯลฯ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มีทั้งเรื่องซึ่งมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้และความเห็นส่วนตัว การแช็ตจึงเป็นเสรีภาพที่ไร้ขอบเขต ผู้ใช้ต้องมีวิจารณญาณในการรับข้อมูล



ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"
[/FONT]
 
Thema:

ศัพท์น่ารู้

Oben