www.thailaendisch.de

รายงานข่าววันนี้ค่ะ

Diskutiere รายงานข่าววันนี้ค่ะ im Thaiboard Forum im Bereich Thailand Forum; รายงานข่าววันนี้ค่ะ สวัสดีค่ะ พี่ๆเพื่อนๆชาวโฟรุ่มที่หน้ารัก วันนี้มีข่าวอะไรบ้าง ครูสาวเซ็กซ์จัดข่มขืนนร.ชาย...
Y

Ya

Gast
รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ พี่ๆเพื่อนๆชาวโฟรุ่มที่หน้ารัก


วันนี้มีข่าวอะไรบ้าง


ครูสาวเซ็กซ์จัดข่มขืนนร.ชาย
แฉครูสาวหื่นกามใช้วิธีอ้างคะแนนขึ้นมาขู่บังคับข่มขืนนักเรียนชายคา โรงเรียนเพิ่งย้ายมาสอนภาษาอังกฤษ เกิดปิ๊งลูกศิษย์หนุ่ม ม.3 วัย 13 ปี หลังเลิกเรียนเอ่ยปากชวนไปกินข้าว ออกอุบายให้เด็กเอากระเป๋าหนังสือไปเก็บที่บ้านพักครูที่อยู่ในบริเวณ โรงเรียน เด็กซื่อหลงกลคิดว่าเป็นครูกับนักเรียนคงไม่มีอะไร แต่ที่ไหนได้พอเข้าห้องปุ๊บกดล็อกทันที บอกจะสอนวิชาเพศสัมพันธ์ให้ จับถอดเสื้อผ้าล่อนจ้อน อมอวัยวะเพศแล้วข่มขืนเมามัน ถัดมาติดใจบังคับข่มขืนอีกหลายครั้ง แถมออกอาการหึงหวงเมื่อเห็นลูกศิษย์คนโปรดพูดคุยกับเพื่อนนักเรียนหญิง จนเด็กทั้งเครียด-ซึมเศร้าเพราะหาทางออกไม่ได้ กระทั่งเด็กบ่นเจ็บปวดอวัยวะเพศ แม่มาสังเกตเห็นเค้นถามจนรู้ความจริงจึงพาขึ้นโรงพักแจ้งความ

คดีข่มขืนพิลึกที่ครูสาวขืนใจนักเรียนชายรายนี้ถูกเปิดเผย เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 พ.ย. นางเนาวรัตน์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 32 ปี บ้านพักอยู่ อ.เมืองสมุทรปราการ ได้พา ด.ช.เอก (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี บุตรชาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.คเณศร์ ริ้ววิริยะ สารวัตรเวร สภ.ย่อยบางปู อ.เมืองสมุทรปราการ ว่าบุตรชายถูกครูสาวที่โรงเรียนบังคับข่มขืนและกระทำอนาจาร โดยนางเนาวรัตน์ให้การว่า ด.ช.เอก บุตรชายเรียนอยู่ชั้น ม.3 ของโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ เมื่อประมาณปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ตนสังเกตเห็นว่าบุตรชายมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ ประกอบกับมักบ่นว่าเจ็บแสบอวัยวะเพศ จึงพยายามสอบถามจนในที่สุดบุตรชายก็ยอมเล่าความจริงให้ฟังว่า

เมื่อประมาณต้นปี 2545 นางทัศน์ลักษณ์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 33 ปี ได้ย้ายเข้ามา เป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนที่บุตรชายเรียนอยู่ หลังจากนั้นก็พยายามทำตัวสนิทสนมกับบุตรชายมาตลอด กระทั่งเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเลิกเรียนอาจารย์ทัศน์ลักษณ์ได้เข้ามาชักชวนบุตรชายไปทานข้าว โดยออกอุบายให้บุตรชายเอา กระเป๋าหนังสือเรียนไปเก็บที่บ้านพักครูซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงเรียน ก่อน บุตรชายตนเห็นว่าเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์ก็ไม่ได้คิดอะไรจึงเดินตามไปที่บ้าน พักครูแต่โดยดี

ทันทีที่เข้าไปในบ้านพักอาจารย์ทัศน์ลักษณ์ได้กดล็อกประตูบ้านทันที พร้อมกับบอกให้บุตรชายตนอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวอาจารย์จะสอนวิชาเพศสัมพันธ์ในภาคปฏิบัติให้ และจะให้เงินเป็นค่าตอบ แทน จากนั้นอาจารย์สาวได้ตรงเข้ากอดรัดและถอดเสื้อผ้าของบุตรชายออกจนเปลือยล่อน จ้อน แล้วใช้ปากอมอวัยวะเพศจนแข็งตัว พร้อมกับจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่า ดึงบุตรชายลงนอนบนเตียงแล้วขึ้นคร่อมข่มขืนอย่างเมามันจนอาจารย์สาวสำเร็จ ความใคร่ ซึ่งขณะนั้นบุตรชายเจ็บปวดที่อวัยวะเพศมากแต่ไม่กล้าร้อง หลังจากเสร็จกิจจึงปล่อยตัวบุตรชายกลับบ้าน โดยบอกว่าจะช่วยเหลือเรื่องคะแนนเก็บสะสมให้

หลังจากนั้นอาจารย์ทัศน์ลักษณ์ก็จะ ชักชวนแกมบังคับให้บุตรชายไปที่บ้านพักหลังเลิกเรียนเพื่อข่มขืนอีกหลาย ครั้ง เมื่อบุตรชายพยายามบ่ายเบี่ยงอาจารย์จะใช้วิธีอ้างคะแนนขึ้นมาขู่จนบุตรชาย ต้องยอมทำตาม นอกจากนี้อาจารย์ทัศน์ลักษณ์ยังแสดงความหึงหวงในตัวบุตรชายอย่างออกหน้าออก ตาตลอดเวลา เมื่อเห็นไปพูดคุยสนิทสนมกับเพื่อนนักเรียนหญิงด้วยกัน สร้างความเครียดให้กับบุตรชายเป็นอย่างมากจนไม่เป็น อันเรียนหนังสือ พอนานเข้าก็กลายเป็นความซึมเศร้าเพราะหาทางออกไม่ได้ กระทั่งตนมาสังเกตเห็นจึงเค้นสอบถามจนรู้ความจริงดังกล่าว

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความได้พา ด.ช.เอกไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยข่มขืนที่ รพ.สมุทรปราการ จากนั้นจะได้ประสานกับ อัยการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบสวนเด็กชายเคราะห์ร้ายต่อ ไป

เรื่อง2

จับเทศมนตรีมือฆ่านักข่าวดัตช์ชิงทรัพย์-เคลมเมีย
ตร.ชลบุรีบุกรวบ"เทศแดง" เทศมนตรีคนดัง ต.หลังสวน และเป็นประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จ.ชุมพร คาที่ทำการเทศบาลฯ ฐานร่วมกันฆ่าทุบหัวนักหนังสือพิมพ์ชาวเนเธอร์แลนด์ที่พัทยา หลังตร.ล็อกตัวลูกน้องมาเค้นสอบจนเปิดปากรับสารภาพ แฉร ่วมกันใช ้ไม ้ตีจนสลบแล ้วใช ้เชือกรัดคอ แต ่เหยื่อไม ่ตายเกิดฟื้นสติขึ้นมาขณะอุ้มใส ่รถไปทิ้ง จึงช ่วยกันทุบซ้ำด ้วยก ้อนหินจนตายคามือแล ้วทิ้งศพที่กองขยะ ส ่วนสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวที่ลอบมีความสัมพันธ ์กับเมียคนไทยของผู้ตาย บวกกับความประสงค ์ต ่อทรัพย ์สินเหยื่อ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 พ.ย. พ.ต.ท.สมนึก จันทร์เกศ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ (หน.ชุด ฉก.) ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.คมศร มาบำรุง สวส.สภ.อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นำกำลังจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยะวิทย์ ผกก.สภ.อ.หลังสวน จ.ชุมพร และ พ.ต.ท.โชคดี รักรงค์ สวป.สภ.อ.หลังสวน เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุม นายอนุพงศ์ สุทธานี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/4 ต.ขันเงิน อ.หลัง สวน จ.ชุมพร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเทศมนตรีตำบลหลังสวน และเป็นประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ สาขา 3 จ.ชุมพร ในข้อหาร่วมฆ่า นายจูเลส มาเชลล์ โอดิเคอร์เตน ชาวเนเธอร์ แลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษ "Quick News" ที่บ้านทุ่งกลมตาลหมัน หมู่ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี เลขที่ 429/46

พ.ต.อ.นรินทร์ ผกก.สภ.อ.หลังสวน จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปเชิญตัวนายอนุพงศ์ ขณะกำลังนั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานเทศบาลตำบลหลังสวน มายัง สภ.อ.หลังสวน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจ ภ.จว.ชลบุรี และ สภ.อ.บางละมุง จึงแสดงหมายจับแก่นายอนุพงศ์ ก่อนที่ พ.ต.ท.คมศร มาบำรุง สวส.สภ.อ.บางละมุง จะควบคุมตัวนายอนุพงศ์เดินทางไปยัง สภ.อ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุ เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เสน่ห์ คำเที่ยง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เรียกตัว นางมาริสา พรหมณะ อายุ 31 ปี ภรรยาผู้ตาย พร้อมด้วยนายเสกสรร พรหมณะ อายุ 33 ปี พี่ชายนางมาริสา มาสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากทางตำรวจพบเสื้อเชิ้ตเปื้อนคราบเลือดของนายเสกสรรตกอยู่ในป่าใกล้ กับที่เกิดเหตุ

ในที่สุดจากการเค้นสอบอยู่ทั้งคืนนายเสกสรรก็รับสารภาพว่าได้ร่วมกับ นายอนุพงศ์ฆ่านายจูเลส มาเชลล์ โอดิเคอร์เตนจริง ทั้งนี้เพราะนายอนุพงศ์ซึ่งรับเหมาก่อสร้างบ้านพักของผู้ตายมีความสัมพันธ์ ลึกซึ้งกับภรรยาผู้ตาย ประกอบกับมีความประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้ตาย จึงร่วมกันใช้ไม้ตีจนสลบแล้วใช้เชือกรัดคอจนแน่นิ่งและคิดว่าเสียชีวิตแล้ว ก่อนจะอุ้มขึ้นรถเพื่อนำศพไปทิ้ง แต่ระหว่างทางผู้ตายเกิดฟื้นสติขึ้นมาพร้อมกับตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ นายอนุพงศ์และนายเสกสรรจึงช่วยกันใช้ก้อนหินทุบซ้ำจนเสียชีวิตสยอง ก่อนจะทิ้งศพไว้ข้างกองขยะใน ซอยกรีนเวย์ เมืองพัทยา กระทั่งตำรวจสืบสวนจับกุมได้ในที่สุด สำหรับนางมาริสายังถูกควบคุมตัวไว้สอบปากคำเพิ่มเติม แต่ยังไม่ถูกตั้งข้อกล่าวหา ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ข่าวช่วงบ่ายวันนี้


สรุปลายเซ็นจริงพินัยกรรมแพะ
พินัยกรรม"แพะ"คดี"เชอรี่ แอน"กองพิสูจน์หลักฐานตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผลสรุปเป็นลายเซ็นของ"หมอ" กับ "แพะธวัช" จริง พนักงานสอบสวนกองปราบฯ นำมาประกอบสำนวนเตรียมสั่งไม ่ฟ ้อง "เสี่ยแจ็ค" กับทนายความรอด แต ่ยังเบิกเงินกว ่า 11 ล ้านไม ่ได ้ เพราะเจอลูกสาว "แพะ" ค ้านขอ เป็นผู้จัดการมรดก ศาลเชียงใหม ่นัดสืบพยาน ม.ค.ปีหน ้า

กรณี น.ส.รัชนี กิจประยูร บุตรสาวของ นายธวัช กิจประยูร "แพะ" ในคดีฆาตกรรม "เชอรี่ แอน ดันแคน" ซึ่งได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายวินัย ชัยพานิช หรือ "เสี่ยแจ๊ค" และนายอนันต์ สุทธิสุนทร ทนายความ ในข้อหาร่วมกันปลอม และใช้พินัยกรรมปลอม ซึ่งในพินัยกรรมระบุว่า นายธวัช ได้มอบทรัพย์สินทั้งปัจจุบัน และในอนาคตให้กับนายวินัย เป็นผู้จัดการมรดก โดยมีลายมือนายธวัช และ น.พ.วิชาญ หล่อวิทยา แพทย์ประจำโรงพยาบาลมหาราช จ.เชียงใหม่ เซ็นในพินัยกรรม ปรากฏว่า หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จ่ายเงินชดเชยคดี "แพะ" ให้กับบรรดาญาติของ "แพะ" ซึ่งต้องจ่าย น.ส.รัชนี เป็นเงินกว่า 11 ล ้านบาท แต่ก็ยังไม่สามารถรับได้ เพราะยังมีปัญหาตรงพินัยกรรมดังกล่าว จึงนำเรื่องมาร้องต่อกองปราบฯ เพื่อให้พิสูจน์พินัยกรรมเจ้าปัญหาฉบับนี้

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ชุดพิสูจน์พินัยกรรมของนายธวัช ได้รับผลการตรวจสอบลายมือในพินัย กรรมเจ้าปัญหาดังกล่าวจากทางกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผลการตรวจสอบของ พฐ.ลงความเห็นว่า ลายมือชื่อที่ปรากฏในพินัยกรรมดังกล่าว เป็นลายเซ็นของนายธวัช และ น.พ.วิชาญ จริง

สำหรับการดำเนินการต่อไปนั้น พนักงานสอบสวนจะได้นำหลักฐานดังกล่าวเข้ามาประกอบในสำนวนการสอบสวน เพื่อพิจารณาร่วมกับพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จำนวน 5 ปากที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะสรุปสำนวนความเห็นในทางคดี จากนั้นจะรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป มีรายงานเพิ่มเติมด ้วยว่า หลังจากได้ผลการตรวจลายเซ็นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลปรากฏว่าออกมาเป็นลายเซ็นจริง ๆ พนักงานสอบสวนจะนำมาประกอบสำนวนเพื่อสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในเรื่องพินัยกรรมนี้แม้ผล ออกมาเป็นลายเซ็นจริงของทั้งสองก็ตาม แต่ยังไม่สามารถเบิกเงินชดเชย "แพะ" ไปได้ เนื่องจากนายวินัย ได้ฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่แผนกคดีแพ่ง ในเรื่องการขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายธวัช เนื่องจากมีพินัยกรรม ขณะที่ น.ส.รัชนี ก็ยื่นคัดค้านในเรื่องพินัยกรรมต่อศาลเช่นกัน ซึ่งศาลได้นัดสืบพยานในเดือน ม.ค. 47.


-----------------------------------------------------------------------------------

ครูสาวสุดแค้นอ้าง นร.เล้าโลมจนยอม


ครูสาวโต้สุดแค้นเสียทั้งตัวทั้งอนาคต แฉถูกลูกศิษย์แก่แดดตามจีบ ตอนแรกไม่คิดอะไรเพราะเห็นเป็นแค่นักเรียนจึงยอมให้ความสนิทสนม แต่มาเสียท่าเพราะถูกใช้กำลังข่มขืนถูกเล้าโลมจนใจอ่อนยืนยันไม่ได้ล่อลวง เด็กไปบำเรอกามตามที่ถูกป้ายสี หลังทราบข่าวเกือบคิดสั้นแต่แม่มาปลอบจึงได้สติ ตัดสินใจอยู่สู้ความจริง จิตแพทย์ระบุกรณีครูสาวขืนใจนักเรียนชาย ถือว่ามีปัญหาด้านวุฒิภาวะทางอารมณ์ ความยับยั้งชั่งใจ พ่อแม่ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจทำให้นักเรียนคึกคะนองอยากเลียนแบบ ฝ่ายนักกฎหมายระบุครูไม่ผิดฐานข่มขืนแต่จะเข้าข่ายอนาจารและพรากผู้เยาว์ ขณะที่แม่เด็กเผย ครูสาวแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันมาหาลูกชายเป็นประจำแถมหลอกว่าเป็นเพื่อนรุ่น เดียวกัน ใช้รสสวาทมาทำให้ลูกชายใจแตก

จากกรณี น.ส.ทัศน์ลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ครูสาวโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ถูกนางเนาวรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีว่าหลอกลวงบุตรชายของตนคือ ด.ช.เอก (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ไปมีความสัมพันธ์ทางเพศ โดยใช้อุบายหลอกให้ไปที่บ้านพักครูว่าจะสอนวิชาเพศศึกษาในภาคปฏิบัติ เมื่ออยู่กันสองต่อสอง ครูสาวใช้ลีลาชิวหาพาเพลินนำร่องก่อนจะขึ้นคร่อมบรรเลงเพลงกามจนสุขสม หลังจากวันนั้นครูสาวพยายามชักชวนแกมบังคับเพื่อให้ลูกศิษย์วัยกระเตาะไป ศึกษาวิชาใต้สะดือเพิ่มเติมเป็นประจำ นอกจากนั้นยังคอยตามหึงหวงหากลูกศิษย์คนโปรดไปคุยกับนักเรียนหญิงคนไหน สร้างความเครียดให้ ด.ช.เอก จนไม่เป็นอันเรียนหนังสือ ในที่สุดกลายเป็นความซึมเศร้าเพราะหาทางออกไม่ได้ ตามที่เสนอให้ทราบไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า วันที่ 19 พ.ย. นางเนาวรัตน์ เปิดเผยกับรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า ในตอนแรกไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่มาผิดสังเกตตรงที่ช่วงหลังบุตรชายของตน หลังกลับจากโรงเรียนไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์มือถือเหมือนกับคอยว่าใครจะโทรฯ มา ตนจึงสอบถามซึ่งตอนแรกบุตรชายบ่ายเบี่ยง ว่าไม่มีอะไร เมื่อตนขู่ว่าหากไม่ยอมบอกความ จริงให้ฟังตนจะฆ่าตัวตาย บุตรชายจึงยอมคายความลับให้ฟังว่า ถูกครูทัศน์ลักษณ์ ชวนให้ไปที่บ้านพัก ขณะอยู่ในห้องนอน ครูเข้าห้องน้ำโดยเปลือยกายนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว จากนั้นเข้ามาจับลูกชายถอดเสื้อผ้าจนล่อนจ้อนก่อนจะอมนกเขาและปฏิบัติกามกิจ ซึ่งตนสงสัยว่าลูกชายจะติดใจครูคนนี้เข้าเสียแล้ว

นางเนาวรัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังทราบอีกว่า ครูสาวชักชวนลูกชายของตนออกไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกันแบบผัวเมีย โดยอ้างว่าจะ ได้อยู่ใกล้โรงเรียน แต่ตนไม่ยินยอม อีกทั้งเวลาครูทัศน์ลักษณ์ มาหาบุตรชายตนที่บ้าน ยังแต่งตัวเปรี้ยวแบบสาววัยรุ่น ใส่เสื้อยืดเอวลอย โชว์สะดือ สวมกางเกงยีนส์เอวต่ำจนเห็นขอบกางเกงใน และยังชอบชวนลูกชายตนไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นประจำ เมื่อตนถามว่าเป็นใครจะอ้างว่าเป็นเพื่อนกับลูกชาย แต่ตนไม่เชื่อเพราะหน้าตาคนละรุ่น

"หลังจากพาลูกชายไปแจ้งความ สามีของตนโกรธมากเพราะทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสียหาย เนื่องจากเขารับราชการตำรวจ และยังบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นลูกไม่เสียหายอะไรเพราะเป็นผู้ชาย จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้จัดการเอาเอง แต่สำหรับหัวอกแม่เห็นว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม" นางเนาวรัตน์กล่าว

นายวิชัย จันทร์จำรูญ ผู้อำนวยการสามัญศึกษาสมุทรปราการเขต 1 กล่าวว่า หลังรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมตั้งกรรมการอีกชุดหนึ่งเพื่อดูแล ด.ช.เอก ขอยืนยันว่าไม่มีการสั่งพักการเรียน ด.ช. เอก แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม น.ส.ทัศน์ลักษณ์ โทรฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงกับตนว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือ น.ส.ทัศน์ลักษณ์ เริ่มสอนในโรงเรียนตั้งแต่ประมาณ พ.ย. 45 ในฐานะครูอัตราจ้าง สอนภาควิชาพิเศษภาษาอังกฤษมีการแจกเบอร์มือถือ เพื่อให้นักเรียนสามารถโทรฯ สอบถามข้อการเรียนที่ไม่เข้าใจ จนกระทั่งจบเทอมแรกประมาณ 3 เดือน ด.ช.เอก เริ่มโทรศัพท์เป็นประจำ ทำให้สนิทสนมกันในระดับหนึ่ง

กระทั่งกลางเดือนตุลาคม ด.ช.เอก ชักชวนตนไปเดินเล่นซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าใกล้โรงเรียน ตนไม่คิดอะไรมากไปกว่าลูกศิษย์กับครูจึงยอมไปด้วย ระหว่างเดินซื้อของ ด.ช.เอก พยายามจับมือถือแขนและชวนตนเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ซึ่งอยู่ชั้นบนของ ห้างฯ หลังจากนั้น 2 วัน ขณะที่ตนกำลังล้างจานอยู่ในห้องพัก ด.ช.เอก มาหาและแอบย่องเข้ามากอดเอวทางด้านหลัง ใช้กำลังดึงมาที่เตียงและเล้าโลมจน น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ทนไม่ไหวจำใจต้องปล่อยเลยตามเลย น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ยืนยันว่าขณะร่วมเพศ ด.ช.เอก เป"นผู้ลงมือกระทำไม่ใช่ฝ่ายหญิงเป็นผู้กระทำ

หลังจากนั้นมา ด.ช.เอก พยายามโทรฯ มาตื๊อขอร่วมหลับนอนอยู่เป็นประจำ ซึ่ง น.ส. ทัศน ์ลักษณ ์ก็ปฏิเสธตลอด จนกระทั่งวันที่ 10 พ.ย. ช่วงประมาณ 23.00 น. ด.ช.เอก โทรฯ ไปอ้อนวอนให้ น.ส.ทัศน ์ลักษณ ์ออกไปหาเพื่อจะ ขอร่วมหลับนอน ใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 2 ชม. จนนางเนาวรัตน์ผู้เป็นมารดาสงสัย จึงคาดคั้นลูกชายว่าคุยกับใคร และตีลูกจนยอมบอกว่าคุยกับ น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ทางนางเนาวรัตน์ให้ลูกชายโทรฯ มาหาและต่อว่า น.ส.ทัศน์ลักษณ์ อย่างเสีย ๆ หาย ๆ ก่อนจะพาลูกเข้าแจ้งความดำเนินคดี

นายวิชัย กล่าวอีกว่า น.ส.ทัศน์ลักษณ์ เล่าให้ฟังว่าเมื่อทราบข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ถึงกับช็อก ทำอะไรไม่ถูก คิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่มารดาโทรฯ มาปลอบและให้กำลังใจ จึงตัดสินใจอยู่เพื่อต่อสู้ความจริง ขณะนี้ น.ส.ทัศน์ลักษณ์ อาศัยอยู่บ้านญาติในต่างจังหวัด

ต่อมา เวลา 16.00 น. น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ เดินทางมาสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้ที่สำนักงานสามัญศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 พร้อมติดต่อพูดคุยกับ น.ส. ทัศน์ลักษณ์ ทางโทรศัพท ์ เมื่อทราบเรื่องพยายามปลอบใจ และยืนยันว่าหากพร้อมให้ปากคำเมื่อไรให้ติดต่อมาพร้อมที่จะช่วย และกำชับนายวิชัย ให้สอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพราะเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียต่อสถาบันการศึกษาเป็นอย่างมาก คาดว่าในวันที่ 20 พ.ย. จะนำ ด.ช.เอก และมารดา มาสอบปากคำอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงเรียน ซึ่ง ด.ช.เอก และ น.ส.ทัศน์ลักษณ์ อยู่ว่ามีนักเรียนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและพากันมามุงดูผังรายชื่อครูอาจารย์เพื่อจะดูหน้า น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ด้วยความสนใจ แต่ทางโรงเรียนถอดรูปของครูสาวไปแล้ว พร้อมกำชับห้ามครูและนักเรียนในโรงเรียนให้ข่าวเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

ดร.สิริกร มณีรินทร์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สมุทรปราการ เขต 1 ว่า ครูที่ถูกกล่าวหาเป็นครูอัตราจ้างไม่ใช่ข้าราชการครู จึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ ส่วนการดำเนินการทางอาญาและทางแพ่งนั้นเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายต้องดำเนิน การด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าแม้จะดำเนินการทางวินัยกับครูที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ แต่หากสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่าได้กระทำการดังกล่าวจริงก็ไม่สมควรที่จะให้ทำ หน้าที่ในโรงเรียนต่อไป รวมทั้งน่าจะมีการขึ้นบัญชีดำเพื่อไม่ให้ไปสอนที่ไหนจะได้ไม่ไปก่อเหตุกับ นักเรียนในโรงเรียนอื่นอีก ขณะเดียวกันทางโรงเรียนจะต้องแนะนำผู้ปกครองให้ดำเนินการทางอาญากับครูที่ ก่อเหตุไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องจบลงเท่านี้ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับครูด้วยว่าได้กระทำการดังกล่าวจริงหรือไม่

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ส่วนที่กล่าวว่าอาจเป็นเรื่องชอบพอกันระหว่างศิษย์กับครูนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับครูคือการอบรมสั่งสอน ครูต้องเป็นที่พึ่งทางสติปัญญาไม่ใช่ที่พึ่งทางเพศ การกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องของวิกฤติทางศีลธรรม และไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นหญิงหรือชายคงต้องใช้กฎหมายเดียวกัน เพราะเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ

นายปราโมทย์ แก้วสุข ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวแล้ว ทราบว่าโรงเรียนมีข้อมูลลึก ๆ แล้วแต่ยังไม่ชัดเจน เพราะครูผู้หญิงได้โทรศัพท์ชี้แจงกับผู้บริหารแล้ว จึงสั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงให้ทราบว่าเป็นจริงตามข่าวหรือไม่ เด็กชายคนดังกล่าวขอลาหยุดเรียนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ขณะที่ครูผู้หญิงได้ยื่นหนังสือลาออกไปก่อนหน้าที่จะเป็นข่าวแล้ว เพราะมีเรื่องกันก่อนเป็นข่าว ต่อข้อถามที่ว่าจะมีเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายปราโมทย์ กล่าวว่า ประเด็นนี้น่าสนใจ ที่ได้ข่าวมาลึก ๆ ก็เป็นอย่างนั้น แต่จรรยาบรรณครูแล้วเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้นทราบว่าครูคนดังกล่าวเป็นครูอัตราจ้างและได้ลา ออกก่อนที่แม่เด็กจะไปแจ้งความ อย่างไรก็ตามความใกล้ชิดระหว่างครูกับนักเรียนคู่นี้ ทางผู้ปกครองก็ทราบระแคะระคายมาก่อนแล้ว และยังได้มีการต่อว่าครู ซึ่งทางโรงเรียนก็ทราบ ดังนั้นเมื่อครูได้ลาออกไปแล้ว การลงโทษทางวินัยก็คงไม่สามารถดำเนินการได้ แต่สิ่งที่ควรแก้ไขคือระบบภายในโรงเรียนว่าทำไมถึงปล่อยให้มีจุดอ่อนจนเกิด เรื่องบานปลายขึ้นมาได้ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ ในเรื่องของการจัดระบบดูแลนักเรียน และดูแลเรื่องความใกล้ชิดของครูกับนักเรียนที่มีวัยใกล้เคียงกันไม่ให้เกิด เหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ศ.น.พ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม จิตแพทย์ กล่าวว่า ในอังกฤษหรืออเมริกามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อย เมื่อเด็กนักเรียนถูกครูล่วงเกินทางเพศ เด็กจะเกิดความสับสน โดยเด็กนักเรียนชั้น ม.3 ถือว่าเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนเพศเริ่มทำงานแล้ว ดังนั้นเมื่อถูกเล้าโลมย่อมมีอารมณ์เพศ มีเชื้ออสุจิ เด็กชายวัยนี้มีจินตนาการทางเพศ อาจรู้จักการช่วยเหลือตนเอง เมื่อครูซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นบุคคลที่เด็กเคารพนับถือ แม้ไม่มีสัญลักษณ์ทางเพศแต่เมื่อมีความสัมพันธ์กันขึ้น เด็กจะแยกไม่ออกระหว่างความต้องการทางธรรมชาติกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ทำให้เด็กซึมเศร้า

ในต่างประเทศเขาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ครูสาวถูกจำคุกก็มี มีรายหนึ่งถูกจำคุก หลังจากพ้นโทษก็ออกมาแต่งงานกับลูกศิษย์ ที่มีความสัมพันธ์กัน แต่กรณีของบ้านเรา ผมอยากให้ค่อย ๆ จัดการอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะทำให้นักเรียนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกสนาน เกิดการเลียนแบบ เมื่อพบลูกหลานประสบเหตุการณ์แบบนี้ พ่อแม่ไม่ควรตื่นตูม อย่าโวยวาย อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ใช้การคุยกับเด็ก ให้เขาระบายออก ชี้แจงให้เด็กฟังว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเด็ก ความสัมพันธ์ทางเพศอาจเกิดขึ้นได้ แต่กรณีของครูสาวกับลูกศิษย์ชั้น ม.3 แสดงให้เห็นว่า ครูมีปัญหาด้านวุฒิภาวะทางอารมณ์ ความยับยั้งชั่งใจเมื่อมีอารมณ์ทางเพศ

นายสิทธิศักดิ์ วนะธกิจ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กล่าวว่าในเรื่องนี้ หากมีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงถือว่า อาจารย์หญิงมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 279 ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีอาจารย์หญิงพาลูกศิษย์ไปที่บ้านพักครู บังคับ ให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้น เข้าข่ายความผิดต่อเสรีภาพ หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ขาดเสรีภาพในร่างกาย นอกจากนี้ผู้เป็นอาจารย์ไม่มีสิทธิที่จะพาเด็กไปจากพ่อแม่โดยไม่ได้รับ อนุญาต จึงเข้าข่ายความผิดฐานพรากผู้เยาว์ด้วย ส่วนกรณีเด็กชายมีแผลที่อวัยวะเพศเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ จะเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายอีกด้วย แต่การที่บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้นไม่เข้าข่ายข่มขืนกระทำชำเรา เพราะกฎหมายระบุว่าความผิดนี้จะต้องเป็นหญิงซึ่งมิใช่ภริยาตนเองเท่านั้น

น.ส.อุษา เลิศศรีสันทัด ผู้ประสานงานมูลนิธิผู้หญิง กล่าวว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่เข้าข่ายข่มขืน ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดทางเพศมีข้ออ่อนหลายจุดที่ผ่านมามีการพูดคุย เพื่อที่จะปรับกฎหมายให้สมบูรณ์ ซึ่งมีการพูดคุยในการปรับเปลี่ยนจากคำว่าข่มขืน เปลี่ยนเป็นคุกคามทางเพศหรือความรุนแรงทางเพศ ซึ่งคำดังกล่าวสามารถครอบคลุมการถูกกระทำทางเพศทั้งผู้หญิงผู้ชายซึ่งการจะ แก้ไขข้อกฎหมายมีการพูดคุยกันมานานแต่ไม่สำเร็จอยู่ในระหว่างการพิจารณา แก้ไขซึ่งมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าไปร่วม การจะเอาผิดต้องขึ้นอยู่กับตัวเด็กในการให้ข้อมูลที่แท้จริงจากเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น ตลอดจนทางโรงเรียนมองว่าปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญหรือไม่.
------------------------------------------------------------------------------------



มือถือช่วยชีวิต 4 พระ-เณรรอดหลงป่าเขาใหญ่



โทรศัพท์มือถือช่วยชีวิต พระภิกษุชวนสามเณรอีก 3 รูป ออกไปหาสมุนไพรและมะขามป้อมในป่าเขาใหญ่ ด้านหลังวัด ยิ่งเดินยิ่งหลงหาทางกลับวัดไม่ถูก ต้องกินใบไม้และน้ำตก ส่วนพระกำลังป่วยต้องกินฉี่แทนยา โชคยังดีที่มีโทรฯ มือถือติดตัวไปด้วย แต่ไม่มีสัญญาณ ต้องเดินขึ้นที่สูงหาสัญญาณอยู่ถึง 3 วันจึงสามารถโทรฯ แจ้ง 191 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่านำ ฮ.ไปช่วย ออกมาได้

เรื่องราวของพระหลงป่าเขาใหญ่ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พ.ย. ศูนย์วิทยุ กก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากโทรศัพท์หมาย เลข 191 จากสามเณร สายรมณ์ สีมา อายุ 18 ปี ว่ากำลังหลงอยู่ในป่าเขาใหญ่ พร้อมกับพระภิกษุ และสามเณร รวม 4 รูป เจ้าหน้าที่พยายามสอบถามแต่ไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน ว่าหลงอยู่ที่จุดใด จึงแนะนำให้ออกมาอยู่ในบริเวณโล่งแจ้ง และก่อไฟ หรือใช้ผ้าจีวรกางบนพื้นหรือโบกเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ที่จะนำเฮลิคอปเตอร์ออก ไปช่วยค้นหา

หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังหน่วยพิทักษ์ป่า และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อให้ช่วยออกติดตามค้นหา โดยนายชัยยนต์ บัวบาน หน.หน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ น้ำตกตะคร้อ พร้อมชุดพิทักษ์ป่า 3 นาย นำเฮลิคอปเตอร์ป่าไม้ ของกระทรวงเกษตรฯ ขึ้นบินค้นหาไปทั่วบริเวณเป็นเวลากว่า 2 ชม. จึงพบพระจำเนียร และสามเณรทั้ง 3 รูป โบกผ้าจีวรขอความช่วยเหลืออยู่บริเวณห่างจากน้ำตกฟองสบู่เล็กน้อย ห่างหน่วยพิทักษ์อุยานฯ ประมาณ 10 กม. จึงนำเฮลิคอปเตอร์ลงไปรับตัวขึ้นมา พบว่าทุกคนอยู่ในอาการอิดโรย โดยเฉพาะพระภิกษุจำเนียร มีอาการป่วยจากโรคไส้เลื่อน และพบรอยขีดข่วนตามลำตัวมากมาย เมื่อนำตัวมาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่ง รพ.ประจันตคาม ทันที

จากการสอบสวนพระจำเนียรทราบว่า ทั้งหมดเป็นพระลูกวัดหนองหมู ต.หนองแวง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว มาจำพรรษาที่วัดตะคร้อ ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม อยู่ติดเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ย. หลังฉันเพลแล้ว ได้ชวนกันออกไปหามะขามป้อมและสมุนไพรในป่าด้านหลังวัด จากนั้นก็หลงป่าหาทางกลับวัดไม่ถูกจนมืด พยายามโทรศัพท์มือถือขอความช่วยเหลือก็ไม่มีสัญญาณ จึงเดินไปเรื่อย ๆ หาที่สูงข้ามเขาไปประมาณ 3-4 ลูก ระหว่างที่อยู่ในป่าก็ต้องฉันผักและใบไม้แทนข้าว และดื่มน้ำตก ส่วนพระจำเนียร ต้องฉันปัสสาวะของตัวเอง เพราะกำลังป่วยแต่ ไม่มียากิน ต้องเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโทรศัพท์มีสัญญาณ จึงโทรฯ ไปที่หมายเลข 191 จนได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว.
----------------------------------------------------------------------------------

จบข่าว
ยะ
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ ขอเสนอข่าวที่เมืองไทยวันนี้


ประชาทัณฑ์เดนนรกฆ่าพระ

ตร.ใช้กำลังกว่า 200 นาย คุมแก๊งเดนนรกฆ่า"หลวงพ่อทองสุข" ฝ่าหนีแข้งชาวบ้านนับพัน หลังพาไปทำแผนที่วัดขากลับชาวพุทธสุดทนลุกฮือระดมขว้างไม้-ก้อนหินใส่ราวห่า ฝน สุดท้ายทั้งผู้ต้องหาและโปลิศต่างเจ็บกันคนละเล็กคนละน้อย เผยพระชื่อดังเป็นศิษย์เอกของ"หลวงพ่อเปิ่น"

จากเหตุการณ์พระอธิการทองสุข หรือหลวงพ่อทองสุข ฐาสุโก เจ้าอาวาสวัดลานแหลม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ถูกคนร้ายใช้ไม้ตีระฆังหวดเสียชีวิตภายในกุฏิ ต่อมาตำรวจตามจับคน ร้ายกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด 3 คน โดยให้การรับสารภาพว่า สาเหตุเพราะต้องการเงินสด 1 แสนบาท ที่พระผู้ตายเพิ่งไปเบิกออกมาจากธนาคารเพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าแรงคนงาน แต่หลวงพ่อทองสุขไม่ยอมมอบกุญแจตู้เซฟที่เก็บเงินให้เลยรุมตีตายนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 22 พ.ย. พล.ต.ต. ยุทธนา ไทยภักดี รอง ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.เกษม สังขพันธ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.วสันต์ พันธ์มณี ผกก.สภ.อ.นครชัยศรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจกว่า 200 นายคุมตัวนายชาลี สังข์เศวก อายุ 21 ปี และนายอวด ชูราศี อายุ 48 ปี 2 ใน 3 ผู้ต้องหาในคดีนี้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่กุฏิที่เกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านและลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อทองสุขกว่า 2,000 คน ที่มารอ ดูโฉมหน้าฆาตกรบาปหนาและหวังจะรุมประชา ทัณฑ์ เจ้าหน้าที่จึงต้องกันฝูงชนพร้อมทั้งขอร้องอยู่ตลอดเวลา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาไปขอขมาต่อศพ หลวงพ่อทองสุขบนชั้น 2 ศาลาอเนกประสงค์ภายในวัดเดียวกันซึ่งอยู่ห่างออกไป 100 เมตร สำหรับขั้นตอนการทำแผนเริ่มตั้งแต่นายอวดจับหลวงพ่อมัด นายชาลีใช้ไม้ตีระฆังหวดกระหน่ำหลงพ่อ จากนั้นลากหลวงพ่อไปนอนคว่ำหน้าห้องเก็บตู้เซฟ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่จะคุมตัวผู้ต้องหากลับโรงพักนั้น มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเฮโลฝ่ากำลังตำรวจเข้ามาแต่ถูกเจ้าหน้าที่กันไว้ เมื่อกลุ่มชาวพุทธเห็นว่าเข้าไม่ถึงตัวคนร้ายแน่ เลยใช้วิธีขว้างไม้และก้อนหินใส่แทนเป็นผลทำให้ 2 ฆาตกรใจโฉดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และตำรวจบางนายพลอยโดนลูกหลงบาดเจ็บไปด้วย

พ.ต.อ.วสันต์กล่าวว่า ที่เรานำผู้ต้องหามาทำแผนแค่ 2 คนนั้น เพราะอีกคนคือนายโยธิน สรนุวัตร ที่รับสารภาพว่ามีหน้าที่แค่ดูต้นทางนั้น หากนำตัวมาทำแผนด้วยเกรงจะเกิดอันตราย เนื่องจากต้องพาไปทำแผนที่ชั้นล่างกุฏิยากต่อการควบคุม

สำหรับพระอธิการทองสุขหรือหลวงพ่อทองสุขนั้นเป็นศิษย์เอกของ"หลวงพ่อ เปิ่น" พระเกจิชื่อดังแห่งวัดบางพระ ที่โด่งดังในเรื่องการสักยันต์โดยเฉพาะยันต์รูปเสือ หรือที่นักเลงพระจะรู้จักกันดีคือยันต์เสือเผ่นหลวงพ่อเปิ่น ที่ลูกศิษย์หรือคนที่สักไปเชื่อกันว่าจะทำให้หนังเหนียวและแคล้วคลาดจาก ภยันตรายทุกชนิด โดยหลวงพ่อทองสุขนั้นบวชเรียนตั้งแต่เดือน เม.ย. 2535 ที่วัดลานแหลม กระทั่งได้เลื่อนเป็นเจ้าอาวาสของวัดองค์แรก ต่อมาพัฒนาวัดจนมีความเจริญรุ่งเรืองได้รับการยกย่องว่าเป็นพระนักพัฒนาองค์ หนึ่ง กระทั่งมาถูกอดีตพระลูกวัดชั่วย้อนกลับมาฆ่าตายดังกล่า
---------------------------------------------------------------------------------

โชเฟอร์รถเกรดดินโหดชนจยย.ล้มไม่ช่วยทับซ้ำ

นายดาบตำรวจจราจร สน.บางนา ถูกสาวออฟฟิศซิ่งเก๋งชนขณะโบกรถรับขบวนเสด็จของพระองค์โสมฯ บริเวณทางลงด่วนบางนาได้รับบาดเจ็บสาหัส คนขับเผยมองกระจกหลังเห็นขบวนเสด็จเข้ามาใกล้ เลยรีบชิดซ้ายเจอเจอแต่รถจอดเสียอยู่ไม่เห็นตำรวจ ด้านพระองค์โสมฯทรงให้ความเมตตารับคนเจ็บไว้ในอุปการะ ด้าน จ.ราชบุรี สาวซิ่งเก๋งชนท้ายสิบล้อตายทันที 4 ศพ เจ็บหนักอีก 3 ราย ส่วนที่เมืองคอน โชเฟอร์ใจโหดถอยรถเกรดชนเศรษฐินีได้รับบาดเจ็บ เกรงวุ่นวายยุ่งยากถอยทับซ้ำอย่างเลือดเย็นตายต่อหน้าชาวบ้านแล้วหลบหนีไป

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 พ.ย. พ.ต.ท. ประพฤติ พูลสวัสดิ์ สวส.สภ.อ.นาบอน จ.นคร ศรีธรรมราช รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกัน บนถนนสายนาบอน-บ้านหนองตาม หมู่ 10 ต.นา บอน มีผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ ที่เกิดเหตุเป็นถนนในหมู่บ้าน กำลังปรับปรุงจากถนนลูกรังเป็นถนนคอนกรีต

เจ้าหน้าที่พบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูศพ นางวรรณา แซ่อุ้ย อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ 10 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช นอนเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยองศีรษะเละลำตัวแบนติดถนน ใกล้กันมีรถ จยย.ซูซูกิ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของผู้ตายล้มอยู่ในสภาพพังยับเยินเป็นเศษเหล็ก และห่างออกไปเล็กน้อยพบรถเกรดถนนยี่ห้อแชมเปี้ยน จอดติดเครื่องอยู่ แต่คนขับทิ้งรถหลบหนีไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า นางวรรณา นับเป็นเศรษฐินีระดับต้นของตำบลนาบอน เป็นเจ้าของโรงรมยางพาราใหญ่ที่สุดในตลาดคลองจัง ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจยย.ออกจากบ้านจะไปดูแลสวนยางที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุถนนอยู่ระหว่างปรับปรุง มีรถเกรดถนนกำลังถอยหลังมา ผู้ตายจึงจอดรถริมถนนเพื่อรอให้รถเกรดถอยผ่านไป แต่เกิดพลาดท่ารถเกรดไปเกี่ยวรถจยย. และผู้ตายลากครูดไปกับพื้นถนนส่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

พยานที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะนั้นคนขับเป็นชายวัยกลางคนได้ปีนจากที่นั่งมาดูด้านหลังด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นมีผู้หญิงถูกรถชนบาดเจ็บแทนที่จะให้ความช่วยเหลือ คนขับกลับบังคับรถเกรดให้เดินหน้าเล็กน้อย แล้วถอยหลังมาทับรถจยย.และร่างนางวรรณาซ้ำจนเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยองต่อ หน้าต่อตาชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์หลายคน ก่อนที่โชเฟอร์ใจโหดจะทิ้งรถหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบว่าโครงการปรับปรุงถนนเส้นนี้มีบริษัทใดดำเนิน การอยู่ เพื่อจะได้หาตัวโชเฟอร์ใจร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภัยบนถนนอีกรายเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.20 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.จักรวาล อรัญยาวัฒน์ ร้อยเวร สภ.อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุก บนถนนสายเพชรเกษม หน้าโรงงานราชบุรีอาหารสัตว์ หมู่ 3 ต.ดอนกระเบื้อง ไปตรวจสอบพบรถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์แชมป์ทู ทะเบียน 5ธ-3297 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ทะเบียน 70-9206 กรุงเทพ มหานคร ในรถเก๋งมีคนเสียชีวิต 4 ราย ชื่อ น.ส.วรินทร ใจกล้า อายุ 30 ปี น.ส.สุภาวดี แก้ว รักษา อายุ 27 ปี น.ส.ไพทูล จันทรา อายุ 31 ปี และ นายมงคล ชุ่มชื่นดี อายุ 26 ปี ทั้งหมดคอหัก และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ถูกนำส่ง รพ.บ้านโป่ง

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส. วรินทร ได้ขับรถนำผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้ง หมด 7 คน ออกจากกรุงเทพฯไปเที่ยวภาคใต้ โดยขับมาเลนขวาตลอดทางด้วยความเร็ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถสิบล้อได้เปลี่ยนเลนมาเลนขวากะทันหันเพื่อกลับรถ ทำให้ น.ส.วรินทร เบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายรถสิบล้ออย่างแรง จนตัวและเพื่อนเสียชีวิตทั้งหมด 4 ศพ บาดเจ็บอีก 3 คน ส่วนโชเฟอร์สิบล้อทิ้งรถหนีไปตามระเบียบ

อีกรายเวลา 01.00 น. วันเดียวกัน ขณะที่ ร.ต.ท.สมชาย แจ้งธรรมมา รอง สวป.สน. บางนา กำลังปฏิบัติหน้าที่เคลียร์การจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับขบวนเสด็จพระ เจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งเข้าชนด.ต.ศุภชัย บุญช่วย อายุ 49 ปี ตำรวจจราจรสน.บางนา บริเวณทางลงด่วนบางนา ถนนบางนา- ตราด (ขาออก) แขวงและเขตบางนา จึงรีบไปที่เกิดเหตุ พบด.ต.ศุภชัยนอนร้องครวญครางอยู่กับพื้นถนน ใกล้กันมีรถยนต์มาสด้า รุ่น 626 สีตะกั่ว ทะเบียน พย 5348 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่สภาพกระจกหน้าแตก จึงรีบนำร่างของผู้บาดเจ็บส่งรพ.ไทยนครินทร์ โดยผลการเอกซเรย์ของแพทย์พบว่าด.ต.ศุภชัยมีแผลถลอกตามใบหน้า ไหปลาร้าขวาร้าว ซี่โครงขวาซี่ที่ 6 หัก เอ็นยึดหัวไหล่ฉีก ต้องรักษาตัวอยู่ใน รพ.ที่ห้อง 819
พ.ต.อ.พัลลภ สุวรรณบัตร ผกก.สน. บางนา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุด.ต.ศุภชัยได้ไปยืนโบกรถเพื่อรับขบวนเสด็จบริเวณทางลงด่วนบางนา ได้ถูกรถเก๋งที่มีน.ส.สุภาพร สุขพิพัฒน มงคล อายุ 33 ปี พนักงานบริษัทโมเดิร์นฟอร์ม ซึ่งขับมาเป็นคันสุดท้ายก่อนขบวนเสด็จมาถึง เฉี่ยวชนเป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้เมื่อขบวนผ่านมาและเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว พระเจ้าวรวงศ�เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงลงมาดูอาการคนเจ็บด้วย พร้อมสอบถามอาการด้วยความเป็นห่วง และทรงรับ คนเจ็บไว้ในอุปการะ ในส่วนของน.ส.สุภาพรนั้น เท่าที่สอบถามเบื้องต้นให้การว่า ขณะขับรถลงจากทางด่วน และมองที่กระจกมองหลังเห็น ขบวนเสด็จตามมา จึงรีบขับรถชิดซ้าย แต่บริเวณนั้นมีรถบรรทุกจอดเสียอยู่ จึงมองไม่เห็น ด.ต.ศุภชัย ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนขึ้น อย่างไรก็ตามตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาน.ส.สุภาพรแต่อย่างใด เพราะต้องรอสอบปากคำทั้งสองฝ่ายก่อน

ต่อมา เมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้อง 819 รพ.ไทยนครินทร์ ได้มีนางนิภา บุญช่วย อายุ 40 ปี ภรรยาของ ด.ต.ศุภชัย มาเฝ้าดูแลอาการของสามีอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาการทั่วไปของ ด.ต.ศุภชัย เริ่มดีขึ้น แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้รับประทานอาหาร เนื่องจากต้องรอดูอาการก่อน แต่ได้ให้น้ำเกลือกับคนไข้แทน ขณะเดียวกัน พระเจ้าวรวงศ�เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงให้ตัวแทนพระองค์นำกระเช้าดอกไม้เป็นดอกกุหลาบสีเหลืองมาเยี่ยมอาการป่วย ของ ด.ต.ศุภชัย พร้อมกับทรงรับสั่งแสดงความเป็นห่วง โดยพระเจ้าวรวงศ�เธอพระองค์ เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะทรงให้ตัวแทนพระองค์มาเยี่ยมดูอาการอีกในวันจันทร์ที่ 24 พ.ย.นี้ ส่วนค่ารักษาพยาบาลในเบื้องต้นทางบริษัทประกันภัยของรถ น.ส.สุภาพร จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ที่ จ.นนทบุรี เย็นวันเดียวกัน พ.ต.ท. กสินธ์ ศักดิ์ดี สวส.สภ.ต.บางศรีเมือง อ.เมือง นนทบุรี รับแจ้งมีรถยนต์ชนเสาไฟฟ้าบริเวณเชิงสะพานพระราม 5 ฝั่งขาออก หมู่ 2 ต.บางไผ่ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ไปตรวจสอบพบรถยนต์โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ภพ 1263 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่อีกฟากของถนน นอกตัวรถมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ชื่อนายณัฐพงษ์ สุรินทร์ อายุ 18 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 3 ช่างกลพระราม 6 ส่วนในตัวรถมีผู้บาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลืออีก 9 คน จึงรีบนำส่ง รพ.พระนั่งเกล้า

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายอาทิตย์ ตันชนะประดิษฐ์ อายุ 19 ปี ได้ขับรถคันดังกล่าวออกจากสถาบันเพื่อไปงานศพเพื่อนคนหนึ่ง โดยมีเพื่อน ๆ อีก 9 คน ร่วมเดินทางไปด้วย เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีรถจยย.ตัดหน้า นายอาทิตย์ จึงหักหลบกะทันหันทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำชนเสาไฟกลางถนน ก่อนพุ่งข้ามไปอีกฟาก เป็นเหตุให้นายณัฐพงษ์ กระเด็นออกมา นอกตัวรถเสียชีวิตทันที ส่วนนายอาทิตย์ และเพื่อนบาดเจ็บไปตาม ๆ กัน ในจำนวนนี้มีสาหัสมาก 3 คน คือนายอาทิตย์ นายชัยยศ ซุ้มสว่าง และหญิงไม่ทราบชื่อ.
------------------------------------------------------------------------------------
แค้นหนุ่มใหญ่เจาะไข่แดงลูกแทงตายอนาถ

แม่แค้นคนรุ่นพ่อแอบเจาะไข่แดงลูกสาว แล้วไม่ยอมรับผิดชอบ อ้างไม่มีเงินแต่ยังดอดเข้ามาหาลูกสาวอยู่เรื่อย จนมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ในที่สุดคว้ามีดเสียบไม่ยั้ง ไส้ ทะลักตายคาบ้าน แล้วหลบหนีไป

เหตุร้ายรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 พ.ย. พ.ต.ต.อเนก บุตรดี สว.เวร สภ.ต.เขาดิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี รับแจ้งมีเหตุแทงกันตายที่บ้านหนองใยบัว หมู่ 5 ต.หนองกวาง จึงพร้อมด้วยแพทย์จาก รพ.โพธาราม และมูลนิธิสว่างราชบุรี ไปที่เกิดเหตุพบศพ นายสมชาย ทองอ่อน อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/118 หมู่ 10 อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่หน้าอกขวา และหน้าท้องจนไส้ไหลออกมากองกับพื้น เลือดนองส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ข้างศพพบมีดปลายแหลมตกอยู่ ทราบว่ามือมีดรายนี้คือ นางดา สุวรรณ อายุ 40 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมาติดพัน น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ลูกสาวนางดา ไป ๆ มา ๆ จนถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ต่อมานางดาทราบเรื่อง จึงต้องการให้ นายสมชาย รับผิดชอบด้วยการมาสู่ขอลูกสาวแต่งงานกันไปเสีย แต่นายสมชายปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีเงินเรื่อยมา สร้างความแค้นใจให้กับนางดาผู้เป็นแม่อย่างมาก จนก่อนเกิดเหตุ นายสมชายก็มาหา น.ส.เอ๋ อีก จึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้นกับนางดาอย่างรุนแรง จนนางดาเกิดบันดาลโทสะ คว้ามีดปลายแหลมจ้วงแทงนายสมชายจนตายคามือ แล้วทิ้งมีดวิ่งหลบหนีไป.
------------------------------------------------------------------------------------

อีรัก"แดนเดือดบึ้มถล่มโรงพักไล่ยิงเครื่องบิน

อดีตนายกฯ "ชวน" แฉมีผลประโยชน์หมกเม็ดกันอยู่ระหว่าง "แม้ว" กับ "บุช"เรื่องส่งทหารไทยไปฟื้นฟูอิรัก ส่วนสถานการณ์ ยังรุนแรงโดน "คาร์บอมบ์" ไปอีก 2 ชุด เป้าโรงพักตายเจ็บหลายสิบส่วนใหญ่เป็นสีกากี ขณะเดียวกันเครื่องบินขนส่งของบริษัทอินเตอร์ "ดี เอชแอล" โดนยิงด้วยจรวดแซม-7 โชคยังดีแค่ไฟไหม้ นักบินนำเครื่องร่อนลงได้อย่างปลอด ภัยที่สนามบินแบกแดด ด้านรัฐบาลสหรัฐเตือนชาวอเมริกันทั่วโลกให้ระวังภัยก่อการร้าย "อัล-เคดา" อาจวางแผนโจมตีอีก ส่วนตุรกีกวาดจับผู้ต้องสงสัยบึ้มพลีชีพอิสตันบูลได้อีก 18 คน ขณะที่ตร.เชียงใหม่ปล่อย 3 ผู้ต้องสงสัยบึ้มกงสุลมะกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดดประเทศอิรักเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า สถานการณ์รุนแรงในประเทศอิรักยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจอิรักเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเช้าวันเสาร์ตรงกับ 11.40 น. เวลาไทย คนร้ายมือระเบิดพลีชีพได้ขับรถบรรทุกระเบิด (คาร์บอมบ์) แล้วจุดชนวนระเบิดบริเวณด้านนอกของสถานีตำรวจของเมืองคาห์น บานี ซาอัด ห่างจากกรุงแบก แดดไปทางทิศใต้ 20 กม. แรงระเบิดทำให้ตำรวจอิรักเสียชีวิต 6 ศพ บาดเจ็บ 13 คน จากนั้นไม่นานก็มีระเบิดคาร์บอมบ์เช่นกันใกล้กับสถานีตำรวจเมืองบาคูบา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงแบก แดดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 60 กม. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ศพ บาดเจ็บ 40 คน ส่วนใหญ่เป็นตำรวจ

พ.ท.ไบรอน เจมส์ แห่งกองทัพสหรัฐแถลงว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เช้าวันเสาร์เวลาท้องถิ่นหรือ 13.00 น. เวลาไทย เกิดเหตุกับเครื่องบินขนส่งนานาชาติ ดีเอชแอล จนต้องรีบนำเครื่องร่อนลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติกรุงแบกแดด กัปตันต้องแจ้งสถาน การณ์ฉุกเฉิน แต่ก็สามารถนำเครื่องร่อนลงจอดได้อย่างปลอดภัย ไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ กองทัพสหรัฐยืนยันว่า เครื่องบินลำนี้เป็นของเอกชน ไม่ใช่ของกองทัพสหรัฐ จึงให้รายละเอียดอะไรได้ไม่มาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐผู้หนึ่งยืนยันตรงกับคำให้การของพยานว่า เครื่องบินถูกยิงด้วยจรวด จึงต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินในทันที ส่วนจรวดที่ยิงนั้น เป็นจรวดแซม-7 ยิงจากพื้นสู่อากาศ ซึ่งก็ถูกเป้าหมาย ทำให้ไฟไหม้เครื่องแต่ไม่มีรายละเอียดว่าโดนส่วนไหน แต่ก็สามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ที่กรุงวอชิงตัน กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐออกแถลงการณ์เตือนทั่วโลกให้ระวังภัยจากการก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่มก่อการร้าย "อัล-เคดา" ของนายโอซามา บิน ลาเดน ซึ่งได้ลงมือก่อวินาศกรรมในประเทศซาอุดีอาระเบีย และล่าสุดในประเทศตุรกีนั้นอาจจะวางแผนการโจมตีครั้งใหม่ เช่นจี้เครื่องบินขนส่งสินค้า และบินพุ่งชนเป้าหมาย รัฐบาลสหรัฐมีความวิตกกังวลต่อความปลอดภัยของชาวอเมริกันที่อยู่ในต่าง ประเทศมากที่สุด

ส่วนความคืบหน้าของเหตุระเบิดพลีชีพถล่มสองเป้าหมาย สถานกงสุลอังกฤษ ณ นครอิสตันบูล และสำนักงานใหญ่ของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นของอังกฤษ ในเมืองอิสตันบูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไป 27 ศพ บาดเจ็บ 450 คนนั้น หนังสือพิมพ์เฮอร์ริเยตต์ของตุรกีรายงานว่า ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรมเมืองอิสตันบูล ได้เพิ่มขึ้นอีก 18 คน ขณะนี้ถูกนำตัวไปสอบสวนแล้ว ส่วนบรรยากาศในเมืองนั้น มีชาวตุรกีได้ร่วมกิจกรรมเดินประท้วงอย่างสงบเพื่อแสดงความเศร้าใจและโกรธ แค้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้นก็มี กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษแถลงว่า รัฐบาลอังกฤษยังไม่มีแผนการที่จะปิดทำการสถานทูตและสถานกงสุลของอังกฤษทั่ว โลก แต่ได้มีการหารือเรื่องนี้จริง แต่ไม่เกี่ยวกับเหตุระเบิดที่ตุรกี ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ของอังกฤษรายงานว่า รัฐบาลอาจจะต้องทบทวนการปิดสถานทูตและสถานกงสุล 10-50 แห่งทั่วโลก รวมถึงพิจารณาย้ายสถานที่ตั้งให้ออกจากเขตใจกลางเมือง, มีรายงานจากกรุงเตหะรานของอิหร่านว่า สถานทูตอังกฤษถูกคนร้ายขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่หน้าประตูรั้วสถานทูต ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ และรัฐบาลอิตาลีสั่งเพิ่มการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญทั่วประเทศ เช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่น

ในส่วนของประเทศไทยนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ค่ายทหารไทยในอิรักถูกยิง จนมีกระแสกดดันรัฐบาลให้ถอนทหารกลับว่า ประเด็น ไม่ได้อยู่ที่การจะถอนทหารกลับหรือไม่ แต่อยู่ ที่สาเหตุของการส่งทหารไป เพราะนายกฯกับประธานาธิบดีสหรัฐพูดไม่เหมือนกัน ตนคิดว่าจะมีการแลกเปลี่ยนประโยชน์กัน แต่คนนอกไม่มีโอกาสรู้ว่า ประโยชน์นั้นคืออะไร ซึ่งรัฐบาลจะต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะถ้าเราไปรับประโยชน์นั้นมาแล้ว แล้วถอนทหารออกมา ก็ จะกลายเป็นคนที่เสียคำพูด ส่วนที่ว่าเรื่องนี้ใครควรรับผิดชอบนั้น รัฐบาลต้องดูแล ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์กล่าวในที่สุด

ส่วนกรณีที่มีคนร้ายอายุประมาณ 25 ปี ใส่เสื้อแจ๊กเกตสีดำ ขี่รถจยย.ซูซูกิ คริสตัล สีม่วง หมายเลขทะเบียน ก-7990 เชียงใหม่ มาจอดหน้าสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา บนถนนวิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แล้วนำขวดน้ำอัดลมขนาด 1.25 ลิตร ที่มีน้ำมันบรรจุอยู่เต็มขวดจุดไฟเผาขว้างใส่กำแพงสถานกงสุลจนไฟลุกพรึบ เสียงระเบิดดังกึกก้อง แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับกำแพงและไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ 3 คน เป็นวัยรุ่นที่อาศัยย่านดังกล่าว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 พ.ย. พ.ต.ท.วินัย สุขศิริ รอง ผกก.สส. สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากนำตัว ผู้ต้องสงสัยมา 3 ราย ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับภาพสเกตช์คนร้ายที่พยานให้ไว้มาสอบสวนก็ไม่พบ พิรุธอะไร อีกทั้งได้ให้พยานทุกคนมาดูตัวแล้ว ต่างยืนยันว่าไม่ใช่คนร้ายที่ก่อเหตุในคืนวันนั้น เพียงแต่มีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกันเท่านั้น จึงต้องส่งกำลังลงพื้นที่ควานหาตัวคนร้ายใหม่อีกครั้ง โดยยังคงเชื่อมั่นในประเด็นเดิมที่เราวางไว้ คือความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับสถานกงสุล ที่มีการปิดถนนรอบกงสุลไม่ให้ชาวบ้านเดินเข้าออก หรือแก๊งวัยรุ่นไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่ออกกวาดล้างแหล่งมั่วสุมบริเวณเลียบ แม่น้ำปิง แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องก่อการร้ายแน่นอน

ส่วนที่สตูดิโอ SHE@mood สยาม สแควร์ซอย 2 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุยิงถล่มค่ายทหารไทยในอิรักว่า ปืนค.ที่ยิงเข้าไป 5 นัด ไม่สามารถผ่านกำแพงได้ เพราะเขามีระบบรักษาความปลอดภัย อย่างดี และไม่ได้ยิงเข้าไปบริเวณที่ทหารไทยอยู่ แต่ยิงเข้าไปที่กองกำลังทหารนานาชาติ ซึ่งมีประเทศโปแลนด์เป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามบังเอิญมีทหารไทยอยู่ที่นั่นด้วยไม่กี่คน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอันตราย เพราะไม่ใช่จุดที่ตั้งค่ายของเราจริง ๆ วันนี้ทหารไทยทุกคนปลอดภัย รวมทั้งมีขวัญและกำลังใจดีไม่มีปัญหา

"วันนี้ภาพลักษณ์ของทหารไทยในอิรักดีมาก คนอิรักมีความพอใจกับทหารไทย ที่ไปช่วยเหลือเรื่องสุขภาพ ซ่อมแซมระบบน้ำ โรงเรียน โรงพยาบาลให้ และรักษาลูกหลานของเขา ซึ่งเขาก็ดีใจ มีความสุข ดังนั้นทหารไทยของเราจึงไม่มีปัญหา ทุกคนสบายใจดี ไม่มีใครดิ้นรนอยากขอกลับเลย ทุกคนอยากอยู่จนครบ และคนที่รอคิวจะไปต่อก็บอกว่า เมื่อไหร่จะถึงคิว เพราะเขาอยากไป" นายกรัฐมนตรีกล่าว และว่า ขณะนี้รัฐบาลดูแลอยู่แล้ว ทางทหารเองก็รู้ตัวของเขาดี จึงไม่ต้องห่วง เขาดูแลกันได้
-----------------------------------------------------------------------------------จบข่าววันนี้ แล้วพบกันใหม่นะคะ
น้อง ยะ
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ รายงานข่าววันนี้ จาก เมืองไทยค่ะ

ห้างเอทีเอ็มถล่มเพลิงผลาญหนีตายโกลาหล!
ไฟไหม้วอด ห้างสรรพสินค้าเอทีเอ็ม พาหุรัด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยเชื้อสายซิกข์อพยพหนีตายโกลาหลหลังพระเพลิงเผาผลาญ ตั้งแต่เช้าจดเย็นจดอาคารพังถล่มย่อยยับไม่มีชิ้นดี ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต้นเพลิงอยู่บนชั้น 2 ไฟลุกจากตู้แอร์ขนาดใหญ่ กระเด็นไปติดเสื้อผ้าแล้วลุกลามรวดเร็ว เผยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง-อปพร. ต่างคนต่างทำงาน เลยกระทบกระทั่งหวุดหวิดบานปลาย หนำซ้ำยังบาดเจ็บระนาว ลือสะพัดสูญหายไป 1 คน ปลัดกรุงเทพมหานคร ประกาศทันควัน ปิดกั้นเป็นเขตอันตราย แฉแอบต่อเติมอาคารผิดแบบ ก่อนหน้านี้ กทม. สั่งรื้อถอนไปแล้วแต่ทำหูทวนลม

เหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าย่านพาหุรัดครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พ.ย. พ.ต.ต.ศักดิ์ชาย บุญเพ็ง สว.เวร สน. พระราชวัง รับแจ้งมีไฟไหม้ ภายในห้างเอทีเอ็ม สรรพสินค้า เลขที่ 561 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช ผกก. และกำลังจำนวนหนึ่ง รถดับเพลิง 40 คัน รถกระเช้า 2 คัน เจ้าหน้าที่ อปพร. หน่วยกู้ชีพนเรนทร และอาสากู้ภัยฯ รีบรุดไปตรวจสอบ พบกลุ่มควันดำจำนวนมากพวยพุ่งทะลักออกมาจากภายในห้าง จึงรีบระดมรถฉีดน้ำ พร้อมทยอยช่วยเหลืออพยพ พนักงานกว่า 100 คนที่อยู่ในห้างออกมาอย่างเร่งด่วน จึงสร้างความแตกตื่นโกลาหลบริเวณย่านดังกล่าวเป็นอย่างมาก

สำหรับอาคารเกิดเหตุ มีความสูง 5 ชั้น 5 คูหา ด้านหน้าเป็นกระจกหนาทึบ อยู่ใกล้ สี่แยกสะพานหัน ด้านข้างติดกับธนาคารทหารไทย ด้านหลังเป็นที่ตั้งวัดคุรุดวาราศรี ของชาวซิกข์ และสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา ส่วนพื้นที่ใกล้เคียงเกือบทั้งหมดเป็นร้านขายเสื้อผ้าอาภรณ์แทบทั้งสิ้น ถือเป็นย่านธุรกิจค้าขายผ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของชาวไทยเชื้อสาย "ซิกข์" ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งกันประชาชนที่เข้ามาจับจ่ายซื้อหาสินค้าในช่วงวัน หยุดไปยังพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังต้องปิดถนนพาหุรัด และถนนจักรเพชร ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดอย่างหนัก เพราะไม่สามารถขับรถผ่านสะพานสมเด็จพระปกเกล้า และสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ จากฝั่งธนบุรี ข้ามมาลงถนนพาหุรัด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แต่ระดมฉีดน้ำอยู่บริเวณด้านนอกตัวอาคารโดย เฉพาะบริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดต้นเพลิงที่มีควันดำทะลักออกมาอยู่ตลอด ประกอบกับมีลมกระโชกแรง และบนชั้น 3-4-5 มีเสื้อผ้าขายอยู่จำนวนมากทำให้เปลวไฟกระจายไปทั่วห้างอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่พยายามขึ้นกระเช้าระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันเพลิง ลุกลามขยายวงไปยังอาคารข้างเคียง ต่อมา พล.ต.ท.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.น. 6 พ.ต.อ. ภาณุรัตน์ มีเพียร โฆษก บช.น. นางณฐนนท ทวีสิน ปลัดกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตพระนคร ได้รุดมายังที่เกิดเหตุคอยอำนวยการดับเพลิงอย่างใกล้ชิด

นายสิทธิพงษ์ อิ่มอ้วน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 ซอยเทอดไท 9 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่านาทีระทึกขวัญว่า ประมาณ 09.45 น. หลังจากเข้าไปขายเสื้อผ้าอยู่ที่ร้านซ๊อฟ ตั้งอยู่บนชั้น 2 ตามปกติ ก่อนเกิดเหตุกำลังนั่งคุยอยู่กับลูกน้องก็ได้ยินเสียงคนตะโกนร้องโวยวายว่า มีไฟไหม้อยู่ใกล้ ๆ จึงรีบคว้าถังน้ำยาดับเพลิงวิ่งไปดู เห็นไฟกำลังลุกไหม้ใต้ตู้แอร์ขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังร้านผ้าเอเปก จึงรีบฉีดน้ำยาดับทันทีจนไฟดับไปสักพักเดียวเท่านั้นก็มีเปลวไฟพุ่งแรงออกมา อีก คราวนี้มีเสียงดังเหมือนลักษณะแก๊สรั่วและพุ่งกระจายไปติดกองผ้าจนไม่สามารถ ควบคุมได้ ตนพร้อมกับเจ้าของร้านที่อยู่ในอาคารจึงพากันวิ่งหนีออกมาและโทรศัพท์แจ้ง ตำรวจ

ด้านนายปาล ศรีคุรุวาฬ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 ซอยเสริมสินค้า แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ เจ้าของห้างเอทีเอ็มพร้อม ญาติ ๆ เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนยังพักอยู่ที่บ้านอีกหลังที่ย่านสุขุมวิท 71 จนกระทั่งมีลูกน้องโทรศัพท์ไปแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บนชั้น 2 ของห้างจึงรีบเดินทางมาทันที สำหรับอาคารก่อนหน้านี้ 7-8 ปี เคยทำประกันภัยเอาไว้แต่ตอนนี้ได้ขาดต่อสัญญา นอกจากนี้ยังเคยเกิดเพลิงไหม้ใหญ่ที่ห้างมาแล้วครั้งหนึ่ง ค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ส่วนครั้งนี้คงไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ภายหลังจากเพลิงเผาผลาญนานเกือบ 4 ชั่วโมง กระจกด้านหน้าอาคารตามชั้นต่าง ๆ ที่ถูกความร้อนของเปลวเพลิงก็ค่อย ๆ แตกร้าวร่วงหล่นลงมา และมีเสียงระเบิดดังประปรายอยู่ตลอดจนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างระมัด ระวัง นอกจากนี้ยังเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นระหว่างตำรวจดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ อปพร. ถึงขั้นผลักอกกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท. กิตติ วิริยะสกุลพันธ์ สว.งาน 17 กก.2 บก.ดพ. ให้สัมภาษณ์ ว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นการเข้าใจผิดกันเพราะก่อนหน้านี้ ตำรวจดับเพลิงได้รับคำสั่งให้งดใช้น้ำฉีดชั่วคราว เพราะจะส่งเจ ้าหน ้าที่เข้าไปภายในตัวอาคารเพื่อตรวจสอบหาต้นเพลิง แต่แจ้งทาง อปพร. ยังคงฉีดน้ำอยู่ อย่างไรก็ดีสามารถตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่มีปัญหาอะไร

ต่อมาเวลา 14.30 น. บริเวณด้านหลังอาคารซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเติม บนดาดฟ้ามีรถยนต์ราคาแพง และรถ จยย. จอดเรียงรายหลายสิบคัน นอกจากนี้ยังมีเสาอากาศวิทยุสูงใหญ่ติดตั้งอยู่ ปรากฏว่าส่วนต่อเติมรวมทั้งตัวห้างสรรพสินค้าเกือบครึ่งอาคารได้พังถล่มครืน ลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้บรรดาหน่วยกู้ภัยฯ และสื่อมวลชน แตกตื่นหนีตายออกมา แต่หน่วยกู้ภัยฯ บางคนหนีไม่พ้นถูกเศษปูนหล่นมาทับได้รับบาดเจ็บหัวร้างข้างแตก ประมาณ 10 คน ต้องรีบช่วยเหลือแยกย้ายนำส่ง รพ.กลาง รพ.หัวเฉียว รพ.วชิระ ฯลฯ และมีรายงานด้วยว่า มีหน่วยกู้ภัยฯสูญหายไป 1 คน เจ้าหน้าที่ช่วยกันค้นหาตามซากปรักหักพังแล้วยังไม่เจอ

ขณะเดียวกันนางณฐนนท ปลัดกรุงเทพ มหานคร สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเชือกไปกั้นไว้รอบ ๆ บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่อันตราย โดยห้ามเข้าใกล้บริเวณตัวห้างสรรพสินค้าอย่างเด็ดขาด รวมทั้งไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ เข้าไปดับเพลิงภายในด้วยเพราะหวั่นเกรงห้างสรรพสินค้าที่เหลือจะพังซ้ำลงมา อีก นางณฐนนท กล่าวด้วยว่า การทำงานดับเพลิงยังคงต้องปล่อยให้ตำรวจดับเพลิงเป็นแกนหลัก ส่วนเจ้าหน้าที่เขตจะเป็นตัวช่วยเสริม สำหรับประวัติห้างดังกล่าวทราบว่าเคยเกิดไฟไหม้มาแล้ว นอกจากนี้ตรวจสอบยังพบว่ามีการต่อเติมอาคารด้านหลังโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เรื่องยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ถ้าเพลิงสงบแล้วคงจะต้องตรวจสอบรายละเอียดถึงแบบแปลนและใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร มาตรา 46 อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 17.00 น. ว ่าถึงแม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดไม่ให้ขยายวงไปยังพื้นที่ ข้างเคียง แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอาคารอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม โดยปิดกั้นพื้นที่เอาไว้ห้ามเข้าใกล้ในระยะ 20-25 เมตรเพราะคาดว่าอาคารที่เหลืออยู่อาจจะพังถล่มลงมาทั้งหมด

นางณฐนนท กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้เป็นช่วงหน้าหนาวเกิดเพลิงไหม้บ่อย ขอให้ประชาชนระมัดระวังตรวจตราอุปกรณ์ไฟฟ้าและ เครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากช่วงนี้อาหาศแห้งเกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย ส่วนที่มองกันว่าขณะนี้การดับเพลิงไม่มีประสิทธิภาพหลังจาก ที่โอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. นั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ตำรวจยังทำงานเต็มที่ ส่วนที่ว่าไฟใหม้ครั้งนี้มีปัญหา อปพร.กทม. ทะเลาะ กับตำรวจดับเพลิงจึงเป็นสาเหตุให้ไฟไหม ้เสียหายจำนวนมากนั้น ตนว่าการทำงานอาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง เพราะอาจมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถตกลงกันได้ อย่างไรก็ตาม กทม. จะพยายามพัฒนาประสิทธิภาพการดับเพลิง เร่งฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อทดแทนตำรวจที่ ยังไม่สมัครใจโอนมา กทม. ประมาณ 1,000 นาย

ส่วนนายสุวพร เจิมรังษี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร กล่าวว่า เขตได้สั่งดำเนินคดีกับเจ้าของอาคารตั้งแต ่ปี 2537 เนื่องจากก่อสร้างผิดแบบเพราะขออนุญาตไว้เพียง 4 ชั้น แต่ได้ก่อสร้างเพิ่มในชั้นใต้ดิน รวมทั้งชั้นที่ 5 และชั้น ที่ 6 ซึ่งก่อนหน้านี้ กทม. มีคำสั่งให้รื้อถอนไปแล้ว แต่เจ้าของอาคารยังฝ่าฝืนไม่แก้ไข และยังจะขออนุญาตก่อสร้างเพิ่มถึงชั้นที่ 11 อีก แต่เขตไม่อนุญาตจนถึงขณะนี้เจ้าของอาคารก็ยังไม่รื้อถอนในส่วนที่ไม่ได้รับ อนุญาต จนมาเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งอาคารดังกล่าวเกิดเพลิงไหม ้มาแล้วถึง 3 ครั้ง ต่อจากนี้ไปเขตจะเข้าเร่งรัดให้ดำเนินการรื้อถอนอีก หากยังฝ่าฝืนเขตจะเข้าประเมินราคาและรื้อถอนเอง พร้อมเรียกเงินชดเชยภายหลัง

อย่างไรก็ตาม นายชัยสิงห์ นฤหล้า วิศวกร ที่ปรึกษาก่อสร้างอาคาร กล่าวว่า อาคารดังกล่าวสร้างมา 16 ปีแล้ว ตอนนั้นมีมูลค่าก่อสร้างประมาณ 200 ล้านบาท มั่นใจว่าโครงสร้างอาคารที่เหลือจะไม่ถล่มลงมา เนื่องจากออกแบบโดยใช้หลัก Post Tension ลักษณะรูปแบบเหมือนสะพานแขวนจะมีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ ส่วนด้านหลังอาคารที่เป็นลานจอดรถที่ทรุดตัวลงมานั้น ออกแบบก่อสร้างคนละอย่าง

ขณะที่นายศุภฤทธิ์ รัตพุทธ อปพร.ที่ได้รับบาดเจ็บเปิดเผยวินาทีเฉียดตายว่า ขณะเกิดเหตุพร้อมด้วยกลุ่มเพื่อน อปพร.รวม 6 คนกำลังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอาคารอยู่บริเวณด้านหลังห้างสรรพสินค้า ปรากฏว่าได้ยินเสียงอาคารลั่นแล้วพังถล่มลงมาอย่างรวดเร็วโชคยังดีที่ตนและ เพื่อน ๆ พากันวิ่งหนีตายออกมาได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปด แต่ก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีคนติดอยู่ในซากอาคารอาจเป็นไปได้เพราะช่วงเกิด เหตุนอกจากกลุ่มของตนแล้วยังมีคนอื่นอยู่ด้วย

ไฟไหม้อีกราย ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเพลิงไหม้ ในบริเวณชุมชน วัดคลองเตยใน แขวง-เขตคลองเตย หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ พร้อมด้วยรถดับเพลิง และหน่วยกู้ภัยฯ รีบรุดไประงับเหตุอย่างเร่งด่วนทันที เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็วทำให้ไฟไหม้บ้านไปแล้วกว่า 20 หลังคาเรือน เนื่องจากมีบ้านไม้ปลูกอย่างหนาแน่นจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ล่าสุดต้องระดมรถดับเพลิงรีบเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก เพราะมีรายงานว่าจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับคลังน้ำมันใหญ่คลองเตย
------------------------------------------------------------------------------------

ผู้นำเติร์กเดือดประกาศล่าตัวผู้ก่อการร้าย

ผู้นำตุรกีให้คำมั่นต่อหน้าศพของตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์โจมตีของ ผู้ก่อการร้าย ว่าจะล่าตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรมมาลงโทษ พร้อมสั่งกองทัพ เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ ในขณะที่สหรัฐและอังกฤษเตือนผู้ก่อการร้ายอาจลอบโจมตีอีก

ก่อนที่ฝูงชนชาวเติร์กจะเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จากไป นายกรัฐมนตรีรีเซฟ เตย์ยิฟ เออร์ โดกัน ของตุรกี ให้คำมั่นว่าจะลากคอใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรงตุรกี ที่ก่อวินาศกรรมมหาวินาศด้วยระเบิดพลีชีพ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไป 57 ศพ และได้รับ บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน โดยผู้นำตุรกีกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีประสบความคืบหน้าอย่างรวด เร็วในการสอบสวนสืบสวนเหตุการณ์โจมตีที่เขย่าขวัญชาวตุรกีเมื่อสัปดาห์ที่ ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีเออร์โดกัน กล่าวในพิธีศพที่จัดให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์โจมตีด้วยระเบิดพลีชีพดังกล่าวว่า ผู้ที่สมคบคิดในการก่อการร้ายที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องถูกจับมาดำเนินคดี

อย่างน้อยมี 3 กลุ่ม ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายอัล-เคดา ออกมาอ้างความรับผิดชอบสำหรับเหตุการณ์โจมตีหลายครั้งในตุรกี ส่วนการโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพสถานกงสุลอังกฤษและสาขาของธนาคาร ชื่อดังในนครอิสตันบูล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 30 ศพ และ 5 วันก่อนหน้านี้ มือระเบิดพลีชีพถล่มสุเหร่ายิว 2 แห่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 25 ศพ ซึ่งเหตุการณ์ ทั้ง 2 มีมือระเบิดพลีชีพเสียชีวิตรวมอยู่ด้วย ส่วนเหยื่อที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมตุรกี

นายเออร์โดกัน ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีอาเรียล ชารอน ของอิสราเอลทางโทรศัพท์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตกลงที่จะร่วมมือกันในการต่อสู้กับลัทธิก่อการ ร้าย และมีรายงานด้วยว่า หัวหน้าสืบราชการลับมอสสาดของอิสราเอลได้เดินทางมายังตุรกีในสัปดาห์นี้ หลังการโจมตีเพื่อขยายความร่วมมือระหว่างพันธมิตรทั้ง 2 ทั้งนี้ ตุรกีและอิสราเอลได้จัดตั้งกองกำลังร่วมที่แข็งแกร่งและความสัมพันธ์ทางการ ค้าร่วมกัน

มีประชาชน 6 คน ถูกจับกุมตัวหลังจากลอบวางระเบิดสุเหร่ายิว ในขณะที่ น.ส.พ.เฮอร์ริเย็ต ของตุรกีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่า มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 18 คน เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจาก เหตุการณ์โจมตีที่สถานกงสุลอังกฤษและสำนักงานใหญ่ ของธนาคารเอชเอสบีซี ส่วนเจ้าหน้าที่สอบสวนรู้ชื่อบริษัทรถยนต�ที่ขายรถปิกอัพที่ใช้ในการโจมตี แล้ว

ตุรกีสั่งให้กองกำลังรักษาความมั่นคงของตนเตรียม พร้อมในระดับสูงและสั่งให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่อต้าน การก่อการร้ายและหน่วยข่าวกรองยกเลิกวันหยุด ด้านรัฐบาลต่างชาติ ซึ่งรวมทั้งสหรัฐและอังกฤษเตือนว่า ผู้ก่อ การร้ายอาจโจมตีอีกและเตือนประชาชนของตนห้ามเดินทางไปยังตุรกี
-----------------------------------------------------------------------------------

จบข่าว
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]มารายงานข่าวเช่นกันค่ะ


เมื่อเย็นดูข่าวในพระราชสำนัก รายงานว่า เจ้าฟ้า ญ เล็ก เสด็จประเทศเยอรมันนี ณ นครแฟงค์เฟริส์ อย่างไม่เป็นทางการ .... ท่านใดอยู่ ทางโน้น มีโอกาส คงได้เข้าเฝ้านะคะ

จบข่าวค่ะ
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วนะคะกับการรายงานข่าว วันนี้มีข่าวที่น่าเศร้าใจจัง


ท้อง8เดือนดิ่งตึก ท้องแตก ทารกทะลักสยอง




เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 พ.ย. พ.ต.ท.ไชยา สิงห์ทอง สวส.สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุ มีคนตกอาคารจิตราเพลส ซอยลาดพร้าว 43/2 ถนนลาดพร้าว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพหญิงสวมชุดคลุมท้อง สีแดงลายขาว นอนคว่ำหน้าอยู่ด้านหน้า ทางเข้าอาคารจิตราเพลส สูง 16 ชั้น สภาพศพหน้ายุบ กะโหลกร้าว ตรงหน้าท้องแตก ซากทารกเพศหญิง อายุ 8 เดือนในครรภ์ ทะลักออกมาตายอยู่ข้างศพแม่ เบื้องต้นสันนิษฐานในชั้นต้นว่าผู้ตายเสียชีวิตจากแรงกระแทกจากการตกจากที่ สูง

นายกอบกิจ แสงมณี อายุ 46 ปี อาชีพช่างติดตั้งแอร์ พักอยู่ชั้น 9 ของอาคารที่เกิดเหตุ ให้การว่า ผู้ตายคือ น.ส.พลอยพิมล แสงมณี อายุ 24 ปี เป็นหลาน ตั้งครรภ์ 8 เดือน พักอยู่ห้องเลขที่ 1310 ชั้น 13 ของคอนโดมิเนียม อยู่กับนายปรีชา แสงมณี อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.พลอยพิมลเอง โดยนายปรีชาเป็นพ่อครัวอยู่ร้านอาหารย่านบางแค ขณะเกิดเหตุยังไม่ทราบเรื่อง โดยส่วนตัวไม่ได้พบหลานสาวมานานแล้ว แต่ช่วงเช้าที่ออกไปทำงานติดตั้งแอร์แล้วกลับเข้าคอนโดฯ เห็นคนมุงดูศพอยู่ พอเข้าไปดูก็จำได้ ว่าเป็นหลานสาวตัวเอง ไม่ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ปกติผู้ตายพักอยู่กับนายปรีชาพี่ชายของตน ส่วนตัวทราบว่าครอบครัวพี่ชายมีปัญหาด้านการเงิน ค้างค่าเช่าห้องประมาณ 5 เดือน ซ้ำยังถูกตัดน้ำตัดไฟ ประกอบกับคงมีปัญหาเรื่องลูกที่กำลังใกล้คลอด เลยเกิดความเครียดคิดสั้น โดดอาคารลงมาเสียชีวิตเอง

ต่อมาตำรวจได้ขึ้นไปตรวจค้นที่ห้อง 1310 ชั้น 13 พบห้องถูกล็อกประตูด้านในไว้ จึงใช้กุญแจสำรองของผู้ดูแลคอนโดฯไขเข้าไปตรวจสอบ ไม่มีร่องรอยผิดปกติ มีเพียงกระดาษใบเสร็จรับเงินชิ้นเล็กๆ เขียนเป็นการบรรยายความผิดหวังในชีวิตอยู่ในห้อง เขียนทำนองตอนนี้กำลังมีปัญหาอย่างหนัก ทางออกที่ดีที่สุดก็คือมรณะ นอกจากนี้ พบจดหมายของนายสมศักดิ์ สันเดช คาดว่าเป็นแฟนของผู้ตาย ที่ถูกจับกุมคุมขังที่สถานบำบัดกลาง ในฐานจำหน่ายยาบ้า มีเนื้อหาในทำนองว่าให้เลิกเสพยา เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง พนักงานสอบสวนได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนที่ด้านหลังห้องเป็นครัว ถัดไปเป็นระเบียง มีเก้าอี้เหล็กสีฟ้าตั้งวางอยู่ตรงระเบียงติดกำแพงปูนที่สูงราวหน้าอกตรงกับ จุดที่พบศพ เบื้องต้นสันนิษฐานผู้ตายมีปัญหาชีวิต ทั้งเรื่องตั้งท้องและปัญหาเรื่องขาดเงินใช้สอยและติดค้างค่าเช่า ทำให้เครียดมากถึงขั้นตัดสินใจกระโดดจากอาคารปลิดชีพตัวเองหนีปัญหาชีวิต รันทด

น่าเศร้าไจจริง


----------------------------------------------------------

ข่าวนี้ก็เหมือนกัน แต่ก็ช่วยไม่ได้เนอะ



สาวไทยเปิดเว็บ ค้ากามลอนดอน




เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา พลเมืองดีเป็น ผู้หญิงรายหนึ่ง ที่พบเห็น เว็บไซต์สุดอุบาทว์ ที่สร้างความเสื่อมเสีย อย่างร้ายแรง ให้กับประเทศไทยเว็บนี้ ได้แจ้งมายัง น.ส.พ.ไทยรัฐ ให้ตรวจสอบ การโฆษณา ขายประเวณีทางสื่อ อินเตอร์เน็ต ที่สร้างความ เสื่อมเสียแก่ ประเทศชาติ โดยเว็บดังกล่าวมีหญิงคนหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นคนไทย ใช้นามแฝงว่า "แซมมี่" ได้เปิดเว็บไซต์ขายประเวณี อย่างโจ๋งครึ่มขึ้นในประเทศอังกฤษ ในชื่อ "sammythaigirl.com/preview.htm" แถมยังมีการนำภาพถ่ายตัวเองขณะกำลังร่วมประเวณีกับชาวต่างชาติ พร้อมบรรจุถ้อยคำ เชิญชวนให้ชาวต่างชาติที่สนใจในการเล่นเซ็กซ์ ที่สำคัญมีการนำธงชาติไทยมา ประกอบไว้ในเว็บไซต์ลามกนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิงไทยพลเมืองดีคนดังกล่าวหลังได้พบเห็นเว็บอุบาทว์ จึงลิงค์เว็บเข้าไปประจานในเว็บฯสาธารณะพันธุ์ทิพย์ ห้องคนไกลบ้าน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากที่เปิดเข้าไปดูต่างประณามการกระทำครั้งนี้ และยังทำให้ชาวต่างชาติมองภาพลักษณ์ของผู้หญิงไทยไปในทางที่เสียหาย เนื่องจากมีการโฆษณาเชิญชวนว่าจะชักชวน ให้หนุ่มต่างชาติมาจัดเซ็กซ์ทัวร์ในประเทศไทยช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า นักท่องเน็ตหลายคนพยายามที่จะแจ้งการกระทำ ของหญิงรายนี้ผ่านไปยังเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นักท่องเน็ตรายนี้ ยังได้พยายามตรวจสอบ ชื่อเสียงเรียงนาม ของหญิงสาวใจถึงผู้นี้ พบว่า เคยปรากฏตัว ในเว็บไซต์สาธารณะ หลายแห่ง ใช้นามแฝงอีกชื่อหนึ่งว่า "กรรณิกา" แจ้งว่าอายุ 22 ปี เกิดวันที่ 28 ส.ค. 2524 เดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ ที่ประเทศอังกฤษ และแต่งงานกับ ชาวอังกฤษที่มีอายุมากกว่า ชื่อ "บริกส์"ทั้งยังมีการลงภาพถ่าย ในวันวิวาห์มาให้ดูด้วยในเว็บไซต์ ไทยแลนด์ยูเค.ด้วย

สำหรับหน้าแรกของเว็บไซต์ "sammythaigirl.com/preview.htm" ที่หญิงไทยที่อ้างว่าชื่อ"แซมมี่" ระบุข้อความเขียนเชิญชวนบรรดาหนุ่มต่างชาติ ให้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์นี้ แล้วจะพบกับความสุขสุดยอด นอกจากนี้ ยังบอกประวัติของสาวแซมมี่ด้วยว่า เกิดที่กรุงเทพฯ เมืองแห่งความเร่าร้อนทางกามารมณ์

ในหน้าต่อไปของเว็บยังมีการโชว์ภาพชุดตัวอย่างในงานปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่ ที่แสดงให้เห็นลีลาอันเร่าร้อนระหว่างร่วมรักกับกลุ่มผู้ชายในเวลาและสถาน ที่ต่างกัน พร้อมเขียนบรรยายภาพด้วยภาษาหยาบคาย อีกทั้งยังเชิญชวนให้คนที่เข้ามาดูเว็บไซต์ว่า หากควักกระเป๋าจ่ายเงินเป็นสมาชิกเพียงแค่เดือนละ 14.95 ดอลลาร์ จะได้ดูภาพเมคเลิฟทั้งหมดอย่างจุใจและจะเปลี่ยนภาพให้ดูทุกสัปดาห์ ซึ่งภาพล่าสุดที่บรรจุในเว็บนี้เป็นภาพชุดปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมานี้เอง

-------------------------------------------
โลกหน่อโลก



แม่โหดสางแค้นจ้างฆ่าลูกเบื้องหลังบัดซบ




เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 24 พ.ย. ร.ต.อ.เทอดศักดิ์ บุญพันธ์ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจาก รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ว่ามีคนถูกยิงมารักษาตัว ไปตรวจสอบ ทราบชื่อ นายสุรเชษฐ์สโมสร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/2 ถนนพัฒนาการ-คูขวาง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน .38 ที่กกหูขวา กระสุนฝังใน อาการสาหัส สอบสวนทราบว่า ขณะที่นายสุรเชษฐ์ขี่รถ จยย.ผ่านทางแยกหน้าตลาดทวดทอง ถนนกะโรม ต.โพธิ์เสด็จ ถูกคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ตามประกบยิงก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนจนมีพยานหลักฐานยืนยันว่า ผู้บงการสังหารนายสุรเชษฐ์ คือนางถวิลย์ พะหะละ อายุ 62 ปี มารดาบังเกิดเกล้าของนายสุรเชษฐ์นั่นเอง จึงขออนุมัติหมายจับจากศาล ก่อนนำกำลังบุกเข้าจับกุม นางถวิลย์ได้ที่บ้านเลขที่ 85/4 หมู่ 2 ต.โพธิ์เสด็จ

นางถวิลย์ รับสารภาพว่า แต่งงานอยู่กินกับสามีคนแรกตั้งแต่อายุ 19 ปี มีลูกชาย 1 คน คือนายสุรเชษฐ์ ต่อมาได้แยกทางกับสามี แล้วไปมีสามีใหม่ มีบุตรอีก 3 คนจนกระทั่งสามีคนที่สองเป็นมะเร็งเสียชีวิตไปเมื่อ 15 ปีก่อน ตนต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูลูกๆทั้ง 4 คน โดยเปิดแผงขายส่งผักและผลไม้อยู่ในตลาดหัวอิฐ ฐานะดีพอสมควร เนื่องจากกิจการค้าเจริญก้าวหน้า มีเงินฝากในธนาคารจำนวนมาก แต่ด้วยความเหงาใจ ประกอบกับความใกล้ชิดกับลูกชายที่อยู่ในวัยหนุ่มแน่น จนเผลอตัวเผลอใจได้เสียกับนายสุรเชษฐ์ ลูกชายแท้ๆ และอยู่กินกันเรื่อยมาเป็นที่รับรู้ของเพื่อนบ้าน

ต่อมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นายสุรเชษฐ์ไปได้ผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นเมียน้อย เอาใจออกห่าง แยกตัวออกไปอยู่กับหญิงสาวคนใหม่ และขนเงินทองไปปรนเปรอให้ความสุขกันเต็มที่ หนำซ้ำในช่วงหลังเมียน้อยได้บุกเข้ามาด่าตนถึงในตลาด ว่าเป็นอีแก่บ้าง คนสารเลวเอาลูกทำผัวบ้าง ส่วนลูกชายก็กลายเป็นคนเหลวแหลก ดื่มเหล้าเมายา เที่ยวเตร่และเล่นการพนัน รีดไถเงินตนจนแทบหมดตัว ล่าสุดพาพวกบุกปล้นกวาดทรัพย์สินในบ้านไปเกือบหมด ทั้งที่ตนยังรักและห่วงใย กลับถูกทอดทิ้ง จนกระทั่งหมดความอดทนเมื่อเมียน้อย ของลูกชายบุกมาหาเรื่องอีกจนมีการลงไม้ลงมือกัน ต่อมานายสุรเชษฐ์ก็มาตบตีตนเพื่อแก้แค้นให้เมียน้อย ด้วยความโกรธแค้นสุดขีด จึงตัดสินใจว่าจ้างมือปืนให้สังหารนายสุรเชษฐ์ในราคา 50,000 บาท จ่ายเงินมัดจำให้มือปืนไปแล้ว 5,000 บาท ที่เหลือนัดจ่ายเมื่องานสำเร็จ แต่กลับมาถูกตำรวจจับกุมก่อน

-------------------------------------------------------------------


จบข่าววันนี้ค่ะ
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]หัวดดีค่ะคุณเจี๊ยบ น้องยะ และน้องๆค่ะ

"arloi" เปลี้ยนใหม่แล้วเรียบร้อยนะคะไช้ได้แล้วค่ะ

หน่อย
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
O

Ou

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะพี่หน่อย พี่เจี๊ยบ พี่ยะ และทุกๆคน

เขินจังไม่อยากเล่าเลย พยายามเปิดเว็บไซด์อร่ยมาตั้งแต่บ่ายๆแล้ว แต่เปิดไปทีไรเจอคำว่า Hier Entsteht die Domain arloi.de หนูก็เลยถอยยยยยค่ะ ไม่รู้ว่าถ้าเข้าไปคลิกจะเปิดได้

หรือว่าเพิ่งแก้เสร็จเมื่อกี้คะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ยังงัยก็ขอบคุณค่ะที่สร้างฟอรัมน่ารักๆมาแบ่งบันให้เราๆทุกคน
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ รายงานข่าววันนี้ ต้องขอขอบคุณพี่ หน่อยที่ได้แจ้งให้ทราบว่าเวปอร่อย ใช้งานได้แล้วและเมื่อวาน
ยะก็ได้เข้าไป ด้วยค่ะ


และวันนี้ก็มีข่าวที่น่าสนใจค่ะ


จี้แม่เด็ก14 บินกลับไทย ผอ.โรงพยาบาลโต้ ไม่เชื่อคนในรู้เห็น

ตร.เร่งสืบข้อมูลทางลับเกี่ยวกับขบวนการค้าเด็ก เตรียมสอบปากคำแม่ "น้องโตโต้" หลังจากบินถึงไทยในฐานะผู้เสียหาย ด้าน ผอ.รพ.บ้านโป่ง ยันไม่มีแก๊งลักเด็กใน รพ. แจงเรื่องเกิดมานานแล้ว พร้อมขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ ขณะที่แม่เด็กเปิดใจ 14 ปี ไม่เคยนอนหลับสนิท ดีใจที่จะได้พบลูกชายที่หายไป เผยเคยฝันร้ายเห็นลูกชายนั่งขอทานพร้อมภาวนาขอให้เจอหน้าสักครั้ง

ความคืบหน้ากรณีการติดตามหาลูกชายของนางสนั่น การเพียร หลังจากที่อ้างว่าถูกขโมยไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว จนกระทั่ง "คม ชัด ลึก" ได้แกะรอยจนพบตัว "น้องโตโต้" และพบแก๊งลักเด็กแก๊งใหญ่ ล่าสุด วันที่ 27 พ.ย. ร.ต.อ.ปรัชญา คชประดิษฐ์ รอง สว.สส.กก.สส.ภ.7 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ยุทธนา ไทยภักดี รอง ผบช.ภ.7 ให้สืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในทางลับ

ร.ต.อ.ปรัชญา กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งสิ้น ยังไม่ได้สอบปากคำใคร เพียงแต่เฝ้าจับตามองผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งนางสมลักษณ์ ซึ่งระบุว่าเป็นคนขโมยเด็กไปด้วย เรื่องนี้ต้องให้ผู้เสียหาย คือ นางสนั่น แม่ของน้องโตโต้ ที่อ้างว่าลูกถูกนางสมลักษณ์ ลักไป มาไขปริศนาของคดี เพราะนางสนั่นจะเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลและให้ปากคำได้ดีที่สุด ก็ต้องรอให้นางสนั่นเดินทางจากเบลเยียมมาถึงเมืองไทยก่อน ตำรวจจะเริ่มปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่

"เราอยากให้นางสนั่นรีบเดินทางมาประเทศไทยด่วน เพื่อไขปริศนาเรื่องดังกล่าว เพราะคดีนี้ถือเป็นคดีค่อนข้างละเอียดอ่อนและเป็นเรื่องใหญ่" ร.ต.อ.ปรัชญา กล่าว


ยันไม่มีแก๊งลักเด็กใน รพ.บ้านโป่ง

ส่วน น.พ.พิชาติ ดลเฉลิมยุทธนา ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทางโรงพยาบาลบ้านโป่งได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าไม่มีเอกสารใดๆ หรือสูติบัตรได้หายไปจากโรงพยาบาลตามที่เป็นข่าว และไม่มีบุคลากรของโรงพยาบาลให้ข่าวเรื่องนี้

น.พ.พิชาติ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีข่าวว่ามีการลักเด็กออกไปจากโรงพยาบาล ก็ได้มีการตรวจสอบเช่นกัน โดยพบว่าบุตรชายของนางสนั่น ที่อ้างว่าได้ถูกขโมยออกไปจากโรงพยาบาลนั้นไม่เป็นความจริง ไม่มีการลักพาตัวไปจากโรงพยาบาล แต่ได้ขโมยไปจากที่พัก

"ประเด็นนี้ที่เป็นข่าวออกไป เป็นเพียงคำพูดของคนบางคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ผมยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้ และคนที่พูดเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมลักษณ์ อดีตผู้ต้องหา เรายอมรับว่าอดีตเขาเป็นบุคลากรของเราจริง ในตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดในสมัยนั้น ซึ่ง 14 ปีที่ผ่านมา คุณสมลักษณ์เผชิญชะตากรรมมามากมาย ติดคุก จากการพูดหรือความจำจะจำได้หมดหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพียงคำพูดที่อ้างขึ้น จริงหรือไม่ผมไม่ทราบ เพราะคนที่เคยติดคุก พูดลำบาก แต่ตอนนี้ต้องขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน เพราะแต่ละคนตั้งใจทำงานและเสียใจกับเหตุการณ์ที่หนังสือพิมพ์ได้เสนอข่าว ไป" น.พ.พิชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผอ.โรงพยาบาลบ้านโป่ง กล่าวต่อว่า จะเชื่อข้อเท็จจริงที่เป็นเอกสารหรือหลักฐานเท่านั้น ไม่ใช่จะเอาแค่คำพูดของแต่ละคนมาทำให้คนอื่นที่ตั้งใจทำงานเสียกำลังใจ ซึ่งประสบการณ์ในวงการแพทย์เกือบ 26 ปีที่ผ่านมา ก็พบเห็นว่าพ่อแม่ทอดทิ้งเด็กมาก แต่โรงพยาบาลก็ต้องทำให้ถูกต้อง แจ้งเจ้าหน้าที่และกรมประชาสงเคราะห์ไปดำเนินการ ซึ่งได้ย้ำว่า จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่และเอกสารต่างๆ ยืนยันว่าไม่มีแก๊งลักเด็กในโรงพยาบาลบ้านโป่ง


โรงพยาบาลเร่งทำหนังสือชี้แจง

ขณะที่แหล่งข่าวในโรงพยาบาลบ้านโป่ง กล่าวว่า หลังจากที่มีการเสนอข่าว ผอ.โรงพยาบาลได้พยายามหาตัวบุคคลที่ให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ แต่ทุกคนก็ได้ปฏิเสธ เท่าที่ทราบ ผอ.โรงพยาบาลได้ทำหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าวไปยังผู้ตรวจการเขต 4 หัวหน้าสำนักตรวจเขต 4 และสาธารณสุขจังหวัดแล้ว ซึ่งได้ชี้แจงเฉพาะกรณีเรื่องของนางสนั่นและประวัติการทำงานของนางสมลักษณ์ เท่านั้น

"ส่วนกรณีของนายเท็ก สามี ของนางสมลักษณ์ ซึ่งถูกจับในข้อหาเดียวกันกับนางสมลักษณ์ที่ลักเด็กไป ทางโรงพยาบาลไม่ได้ชี้แจงด้วย ทั้งๆ ที่นายเท็ก ก็เป็นพนักงานที่โรงพยาบาลบ้านโป่งด้วย รวมทั้งเรื่องที่มีการทอดทิ้งเด็กจำนวนมากในปี 2532 ก็ไม่ได้เอ่ยถึง คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้น คนที่รู้ดีที่สุดคือ นางพยาบาลชุดเก่าที่ทำงานในสมัยนั้น แต่พยาบาลที่มีอยู่ปัจจุบันจะเป็นพยาบาลใหม่" แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว

แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวต่อว่า หนังสือพิมพ์ได้ทำถูกต้องแล้วที่มีการเสนอข่าวเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นการใช้หลักมนุษยธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนที่โรงพยาบาลออกมาปฏิเสธ ก็เป็นธรรมดาเพราะตกเป็นผู้เสียหาย และเพื่อป้องกันการตรวจสอบจากส่วนกลาง


ยินดีให้แม่ลูกพบกัน

ทางด้านนางรัช ซึ่งเป็นผู้ดูแลน้องโตโต้ กล่าวว่า ระหว่างที่ "คม ชัด ลึก" นำเสนอข่าวเรื่องนี้ ตนยังไม่ได้พบกับน้องโตโต้อีกเลย เพราะปกติน้องโตโต้จะอาศัยอยู่กับยาย และขณะนี้ทราบว่าน้องโตโต้ไม่ได้ไปโรงเรียนมา 2 วันแล้ว เพราะยายไม่สบาย ส่วนจะมีอะไรอีกหรือไม่ ตนไม่ทราบ อย่างไรก็ดี น้องโตโต้ตอนนี้ก็มีความสุขที่อยู่กับคุณยาย แต่ถ้าหากนางสนั่น ที่คิดว่าเป็นแม่ของน้องโตโต้จะมาพบลูก ตนก็พร้อมที่จะให้ทั้งสองได้พบกัน

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า จะมีปัญหาตามมานั้น นางรัช กล่าวว่า ตนไม่กลัว เพราะมีความบริสุทธิ์ใจที่เลี้ยงดูแลน้องโตโต้อย่างเต็มที่และอยู่สุขสบาย ทุกวันนี้ซึ่งตนก็มีเอกสารที่สามารถยืนยันได้ว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับแก๊งลักเด็ก


แม่ "โตโต้" เผยดีใจที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ หวั่นถูกขายมาเลย์

หลังจากที่ "คม ชัด ลึก" ได้แกะรอยจนพบเบาะแสบุตรชายของนางสนั่น ที่พยายามตามหาลูกที่หายไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว และได้ติดต่อไปยังนางสนั่น ที่ประเทศเบลเยียม โดยแจ้งให้ทราบว่ามีเบาะแสบางอย่างที่ชี้ได้ว่าน่าจะเป็นบุตรชายของนางสนั่น ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้ถูกขายต่อไปยังแก๊งลักเด็กที่มาเลเซีย

เมื่อนางสนั่นทราบเรื่องดังกล่าว ได้พูดกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี บอกว่า อยากจะเดินทางกลับเมืองไทยเพื่อมาช่วยตามหาลูกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากพบตัวนางสมลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้ขโมยลูกชายไปจากอก เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง เนื่องจาก 14 ปีที่ผ่านมา ตนไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสนิท เพราะคิดถึงและเป็นห่วงลูกชายที่มีโอกาสได้เห็นหน้าเพียง 3 วันเท่านั้น

นางสนั่น ได้เผยความในใจว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตนมีความรู้สึกเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า หดหู่ ไม่มีความสุข ร้องไห้ทุกครั้งเมื่อเห็นเด็กผู้ชายที่มีอายุไล่เลี่ยกับลูกชายที่หายไป หากดูภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวคล้ายชีวิตของตัวเอง ก็จะน้ำตาไหลทุกครั้ง หรืออ่านข่าวเรื่องเด็กถูกนำไปขอทานก็จะกลุ้มใจ กลัวว่าจะเป็นลูกตนที่หายไป

"ทุกวันจะคอยติดตามอ่านข่าวหรือดูโทรทัศน์ตลอดเวลา เผื่อเจอเบาะแสของลูกบ้าง ถ้าวันไหนอ่านข่าวเด็กถูกผู้ปกครองทารุณ หรือเด็กถูกคนในครอบครัวทำร้าย ก็กังวลว่าจะเป็นลูกชายที่พวกเขาเอาไปเลี้ยงหรือเปล่า บางทีก็พยายามจะนึกว่า ถ้าลูกมีชีวิตอยู่จะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร" แม่ที่ตามหาลูกชายมานานกว่า 14 ปี กล่าว

นางสนั่น กล่าวว่า หากได้มีโอกาสพบหน้าลูกชายที่หายไป แล้วรู้ว่าลูกมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก ตนจะขอร้องให้มาอยู่ด้วยกันที่ประเทศเบลเยียม เนื่องจากนายลีสัน สามี ชาวเบลเยียม เป็นคนใจดีและอยากพบลูกชายของตนเช่นกัน

"ที่ผ่านมากลัวมาก กลัวลูกชายจะถูกขายไปมาเลเซีย บางคืนก็ฝันร้ายเห็นลูกนั่งขอทานข้างถนน เคยภาวนาขอให้เจอลูกและถ้ายังมีชีวิตอยู่จริง ก็อยากให้รู้ว่าแม่คิดถึงมาก และถ้ามีโอกาสเจอจะชวนมาอยู่ด้วยกันที่เบลเยียม" นางสนั่น กล่าวอย่างมีความหวัง

ต่อมา เมื่อ "คม ชัด ลึก" พบตัวน้องโตโต้ ที่คาดว่าจะเป็นบุตรชายของนางสนั่นแล้ว ได้ติดต่อกลับไปหานางสนั่นอีกครั้ง ซึ่งนางสนั่นกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่งว่า รู้สึกดีใจมาก เพราะเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะพบตัวได้รวดเร็ว พร้อมทั้งสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของลูกชาย และสอบถามว่า ลูกชายหน้าเหมือนตนหรือไม่ เพราะเท่าที่จำได้แม้ลูกเป็นทารกอายุได้ 3 วัน ก็มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนแล้ว

"ดีใจมากที่สุดในชีวิต เพราะแค่รู้ว่าลูกชายอาจมีชีวิตอยู่ ก็นอนไม่หลับแล้ว ยิ่งถ้าเป็นลูกจริงก็อยากบินกลับเมืองไทยเดี๋ยวนี้เลย อยากกอดลูก อยากชวนให้มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน" นางสนั่น กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและว่า ขอเวลาปรึกษากับนายลีสัน ผู้เป็นสามีก่อน เรื่องที่จะเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อมาหาลูก
-------------------------------------------------------



แอร์สาวเจแปน แอร์ไลน์ เหยื่อแท็กซี่โหดพ้นขีดอันตราย
[ 14:20 น. ]
ความคืบหน้ากรณี น.ส. NOGUGHI YOSHIMI ชาวญี่ปุ่น แอร์โฮสเตสของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ ถูกคนขับรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ทำร้ายเพื่อหวังชิงทรัพย์ เหตุเกิดบริเวณสะพานจตุรทิศ ย่านพญาไท เมื่อคืนวานนี้(26 พ.ย.) ซึ่งพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลเดชา ล่าสุด นพ.สราวุท อนันตะเศรษฐกุล แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยอาการ ว่า ได้รับตัวคนไข้ไว้เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. มีอาการกระวนกระวายและเริ่มช็อค จึงเอ๊กซเรย์พบว่าอวัยวะภายในถูกทำลาย โดยมีบาดแผลบริเวณหน้าท้องด้านขวาเฉียงด้านซ้าย จากการเอ๊กซเรย์พบว่าเป็นกระสุนปืนขนาดเล็กคาดว่าจะเป็นปืนขนาด .22 ยิงเข้าหน้าท้องด้านซ้าย กระสุนทะลุกระเพาะเฉี่ยวขั้วลำไล้ใหญ่ ถูกม้ามและไตด้านซ้าย ทำลายม้ามและไตด้านซ้าย ทำให้ต้องผ่าตัดตัดม้ามและไตด้านซ้ายทิ้ง พร้อมทั้งให้เลือด 1,500 ซีซี ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังอยู่ในอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากเสียเลือดมาก จึงให้น้ำเกลืออยู่ และคนไข้มีกำลังใจดี
ด้านพ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น ผกก.สืบสวนสอบสวนนครบาล 1 พร้อมชุดสืบสวนฯ เดินทางเข้าสอบปากคำผู้เสียหายเบื้องต้นที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลเดชา โดยพ.ต.อ.ธัมรงค์ เปิดเผยว่า คนไข้อยู่ในอาการอ่อนเพลีย แต่ยืนยันว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเล็ก 1 นัดเข้าที่หน้าท้อง ขณะนี้คนไข้พูดได้แต่ยังอ่อนเพลีย ยืนยันว่าจำรูปพรรณสันฐานของคนร้ายได้ชัดเจน คนร้ายมีอายุระหว่าง 30-40 ปี ขณะก่อเหตุไม่อำพรางใบหน้าและไม่สวมแว่นตา แต่งกายเหมือนกับคนขับรถแท็กซี่ทั่วไป โดยหลังก่อเหตุคนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว
พ.ต.อ.มณเฑียร ประทีปะวณิช รองผบก.นครบาล 1 เข้าสอบปากคำช่วงสายวันเดียวกันและให้สัมภาษณ์ว่า คนร้ายมี 1 คนเป็นคนขับรถแท็กซี่ ใช้ปืนไม่ทราบขนาด แต่ลูกกระสุนมีขนาดเล็ก โดยยิงผู้เสียหายกระสุนทะลุหลัง เชื่อว่าประสงค์ต่อทรัพย์ โดยสาเหตุที่ยิงมี 2 ประเด็นคือ คนร้ายหวังยิงให้ตายแล้วชิงทรัพย์ หรือ เพียงแต่ชักปืนขึ้นมาข่มขู่เพื่อชิงทรัพย์ แต่ผู้เสียหายตกใจชิงหลบหนีจึงถูกยิง และก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้โบกรถแท็กซี่คันก่อเหตุจากหน้าห้างสรรพสินค้า มาบุญครองเวลา 19.30 น.เพื่อไปส่งยังโรงแรมดิอิมเมอรัลด์ ที่พักแต่คนร้ายได้ล่อลวงไปชิงทรัพย์บริเวณที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามมีพยานจดจำรถแท็กซี่คันเกิดเหตุได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี คนร้ายอาจจะเป็นกลุ่มที่ก่อประวัติแบบเดียวกันในพื้นที่ต่างๆ หรือเป็นคนร้ายหน้าใหม่ยังไม่เคยมีประวัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การสอบปากคำผู้เสียหายวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มาเป็นล่ามแปลให้ เนื่องจากผู้เสียหายพูดภาษาไทยไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารของบริษัทแจลเวย์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ มาเยี่ยมอาการและห้ามสื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพในห้องไอซี
---------------------------------------------------------


กัปตันบินไทยร้องวุฒิฯ สุดทนพฤติกรรมทุจริตขายตั๋ว

กัปตันการบินไทย ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย หลังร้องเรียนว่ามีความไม่ชอบมาพากลในเรื่องการขายตั๋วของฝ่ายการพาณิชย์ ให้กับเอเย่นต์ขายตั๋ว แต่กลับถูกฟ้อง แทนที่จะมีการสอบสวน ซึ่งจากความไม่ชอบมาพากลทำให้บริษัทสูญเสียรายได้เกือบหมื่นล้านบาทต่อปี
เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา นายถนิต พรหมสถิต กัปตันการบินไทย ในนามกลุ่มพนักงานรักความเป็นธรรมของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา เพื่อให้สอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของนายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทและนายกนก ทั้งนี้ พล.ต.อินทรัตน์ ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ และมอบหมายให้นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

นายถนิต กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2545 ตนและกลุ่มพนักงานรักความเป็นธรรมได้จัดทำเอกสารเป็นจดหมายเปิดผนึกชื่อ “ข่าวสารการบินไทย” โดยมีเนื้อหากล่าวถึงความไม่ชอบมาพากลในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายการพาณิชย์ ถึงการกำหนดราคาและลดราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน พร้อมกับจัดทำเอกสารหลักฐานจำนวน 5 เล่มใหญ่ ส่งให้นายกนกตรวจสอบหาความจริงในเรื่องนี้ เพราะทำให้รายได้ของบริษัทการบินไทยหายไปปีละเกือบหมื่นล้านบาท แต่ปรากฏว่า ในวันที่ 27 ม.ค.2546 ตนและพวกกลับตกเป็นจำเลย เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร โดยใช้เอกสารที่พวกตนมอบให้นายกนกมาเป็นพยานเอกสาร ดังนั้น จึงเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่นายกนก นำเอกสารดังกล่าวไปให้บุคคลที่ถูกร้องเรียน แทนที่จะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อรักษาประโยชน์ของบริษัท จึงถือว่าเป็นการปกป้องพวกเดียวกันและเป็นการแบล็คเมล์ตนโดยตรง

“เรื่องราคาตั๋วที่ทำให้บริษัทเสียหาย คือผู้โดยสารซื้อตั๋วราคาแพง แต่บริษัทได้เงินน้อย เช่น การเดินทางในเส้นทางกรุงเทพฯ-อินเดีย ช่วงวันที่ 5 ก.พ.-30 เม.ย.2544 ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 22,935 บาท แต่บริษัทไปขายให้กับเอเย่นต์ในราคาลดเพียง 13,100 บาท จากการขายตั๋ว 10 วัน การบินไทยเสียรายได้ไปประมาณ 1.3 ล้านบาท และหากรวมทั้งปี ผมว่ารายได้ที่หายไปเกือบหมื่นล้านบาท” นายถนิต กล่าว

ด้านนายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อร้องเรียนบริษัทการบินไทย กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวหารือในคณะทำงาน เพื่อให้มีการศึกษาในรายละเอียดก่อน จากนั้นจะเชิญนายกนกมาชี้แจงต่อไป โดยในขณะนี้กำลังตรวจสอบเรื่องของการบินไทยอยู่ 3-4 เรื่อง อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันกรรมาธิการการปกครองไม่มีเจตนาทำร้ายบริษัทการบินไทย แต่ต้องการตรวจสอบหาความจริง
----------------------------------------------------


ผู้นำอังกฤษป่วยกระทันหันหลังเข้าร่วมประชุมรัฐสภา

ลอนดอน-ผู้นำอังกฤษป่วยกะทันหันหลังเข้าร่วมประชุมรัฐสภา หลังจากเพิ่งหายจากอาการเจ็บหน้าอกจนต้องหามเข้าโรงพยาบาล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษแถลงเมื่อวันพฤหัสฯ (27 พ.ย.) ว่า นายโทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรี เกิดอาการปวดท้องกะทันหันหลังเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาช่วงบ่ายวันพุธ จนต้องให้แพทย์ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตรวจดูอาการ อย่างไรก็ดี นายแบลร์มีอาการดีขึ้นแล้วในช่วงเย็น สามารถนั่งทำงานในสำนักงานได้ตามปกติ ก่อนจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติในวันรุ่งขึ้น

รายงานข่าวเผยว่า ขณะนี้สุขภาพของนายแบลร์วัย 50 ปี กำลังกลายเป็นประเด็นวิตกกังวล หลังจากนายแบลร์ต้องเข้ารักษาตัวเป็นเวลานานถึง 5 ชั่วโมง ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งของกรุงลอนดอน เมื่อกลางเดือน ต.ค.เนื่องจากมีอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งแพทย์พบว่า เกิดจากอาการหัวใจเต้นผิดปกติ กระทั่งแพทย์ได้ใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าช่วยให้หัวใจกลับไปเต้นเป็นปกติอีก ครั้ง

ด้านแพทย์ชื่อดังของอังกฤษหลายคนให้ความเห็นว่าการป่วยของนายแบลร์มาจาก ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นายแบลร์เผชิญปัญหาหนักอึ้งจากการที่ต้องพยายามหาเหตุผลโน้มน้าวใจให้ ประชาชนเลิกเคลือบแคลงใจเรื่องที่อังกฤษตัดสินใจเข้าร่วมทำสงครามในอิรัก นอกจากนี้ ยังต้องชี้แจงปกป้องสำนักนายกรัฐมนตรีกรณีที่เปิดเผยชื่อ ดร.เดวิด เคลลี ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งฆ่าตัวตายจากความเครียด

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองหลายคนเสริมว่า ปัญหาด้านสุขภาพของนายแบลร์คงจะเรื้อรังไปอีกนาน ในเมื่อนายแบลร์มีงานหนักรออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 18 เดือนข้างหน้า อันเป็นการเลือกตั้งสมัยที่ 3 ของนายแบลร์ ขณะที่คะแนนนิยมกำลังตกต่ำสุดๆ

แต่ที่จะเป็นปัญหาหนักของรัฐบาลก็คือ ในปีหน้ารัฐบาลจะต้องผลักดันร่างกฎหมายการเพิ่มค่าเล่าเรียนในระดับอุดม ศึกษา รวมถึงการใช้บัตรนักศึกษาในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ไม่นับรวมไปถึงการต้องเตรียมจัดหยั่งประชามติเรื่องการเข้าร่วมสกุลเงินยูโร การผลักดันให้อนุญาตให้คู่รักร่วมเพศแต่งงานกันได้ การปรับปรุงสถานสงเคราะห์ รวมทั้งยกเลิกสิทธิการเป็นวุฒิสมาชิกที่สืบทอดทางสายเลือด ซึ่งล้วนแต่ได้รับเสียงคัดค้านมากมายทั้งจากพรรคฝ่ายค้านและพรรคแรงงาน

รายงาน จากยะ
ค่ะ จบข่าว
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ปรบมือให้นักข่าวตัวน้อยค่ะ (น้อยป่ะม่ายรุ้ เดาเอา อิ อิ
)
[/FONT]
 
P

Pu

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ เพื่อนๆๆ พี่ ๆ น้องๆ ทุกคนเลยค่ะ


ปูเพิ่งเข้ามาเป็นครั้งแรกค่ะ ได้คำแนะนำมาจากโรเบิดท์ ค่ะ ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ


อ่านข่าวของเพื่อนๆ แล้วรู้สึกชอบๆๆ จังเลยค่ะ เพราะขนาดปูอยู่เมืองไทยแท้ๆ ยังไม่ค่อยได้อ่านข่าวสารบ้านเมืองเลยค่ะ

บายค่ะ
แล้ววันหลังจะเข้ามาคุยด้วยใหม่นะค่ะ

ปู + โรเบิดท์
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]อรุณสวัสดิ์สมาชิกทุกท่าน

พี่เจี๊ยบชอบอ่านข่าวทุกเช้า ยิ่งมีคอมพิวเตอร์ยิ่งดีใหญ่ อ่านได้หลายฉบับ เลือกอ่านอันไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน คมชัดลึก เดอะเนชั่น บางกอกโพสต์ หรือว่าหนังสือพิมพ์ของเยอรมัน ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ ถ้ามีเวลา อ่านตลอดค่ะ

พี่เจี๊ยบ
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ พี่ๆชาวโฟรุ่ม และพี่ที่เข้ามาใหม่ด้วยค่ะ ยินดีที่ได้รูจักค่ะ

วันนี้ ยะก็นำข่ามาฝากค่ะ

เพื่อนร่วมชั้นพบตร. ให้การมัด นักเรียน-ข่มขืนครู




จากคดีความสัมพันธ์ ระหว่างครูสาวกับลูกศิษย์ชาย กรณีนางสร้อย (นามสมมติ) อายุ 32 ปี พา ด.ช.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกชาย นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.หน่อย (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ครูอัตราจ้างสอนภาษาอังกฤษ ของโรงเรียน กล่าวหาว่าบังคับขืนใจ ในห้องพัก เมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ส่วนครูสาวก็ออกมาปฏิเสธว่า เป็นฝ่ายถูกลูกศิษย์ข่มขืน และเตรียมแจ้งความกลับ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากต้องรอสอบปากคำคู่กรณีทั้งสองฝ่ายนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 พ.ย. พ.ต.ท.ประเวศ ต้นสมบูรณ์ รอง ผกก.หน.งานสอบสวน สภ.ย่อยบางปู อ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.ท.คเณศ ริ้ววิริยะ สารวัตรเวรเจ้าของคดี ได้นัดพยานเด็กชาย 2 คน เพื่อนร่วมห้องเรียนที่ระบุว่าเคยถูก ด.ช.หนึ่งชักชวนไปกระทำต่อ น.ส.หน่อย มาสอบปากคำต่อหน้านางประภาพร โกมลมิตร นักสังคมสงเคราะห์ และนายปรัชญา ศรีอำพรแสง พนักงานอัยการ ที่ห้องสอบสวนอัยการจังหวัดสมุทรปราการ การสอบสวนมีฉากกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับพยาน เพื่อไม่ให้พยานเห็นหน้าตำรวจ เพราะจะทำให้ประหม่าไม่กล้าพูดคุย โดยมีพนักงานอัยการกับนักสังคมสงเคราะห์ คอยนั่งประกบอยู่ พร้อมติดตั้งทีวีวงจรปิด บันทึกเทปไว้เป็นหลักฐาน ผลการสอบสวนปรากฏว่า พยานทั้ง 2 คน สรุปเหตุการณ์ที่ฟังจากคำบอกเล่ามาจาก ด.ช.หนึ่ง ให้คณะผู้สอบสวนฟัง ที่สำคัญทั้งสองไม่เชื่อว่า น.ส.หน่อยจะเป็นฝ่ายกระทำ เพราะ ด.ช.หนึ่งปกติแล้วจะเป็นคนทะลึ่งตึงตัง พูดจาสัปดน

แหล่งข่าวพนักงานสอบสวนคนหนึ่ง เผยว่า สำหรับ ด.ช.หนึ่งได้สอบปากคำไปแล้วที่ รพ.ยุวปราสาท สมุทรปราการ เหตุที่สอบปากคำที่อื่นเพราะ ด.ช.หนึ่งยืนยันว่าหากอยู่ต่อหน้าผู้สื่อข่าว หรือที่มีคนพลุกพล่านจะไม่ยอมให้การใดๆทั้งสิ้น โดย ด.ช.หนึ่งยังคงยืนยันว่าถูก น.ส.หน่อยกระทำอนาจารเหมือนเดิม ขณะที่นายวิชัย จันทร์จำรูญ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 เผยว่า ตนพยายามให้ทั้งสองฝ่ายประนีประนอมยอมความกัน เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้รับความเสียหาย ในฐานะที่เป็นครูเช่นกัน จึงจำเป็นต้องให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อ น.ส.หน่อยทราบว่า ด.ช.หนึ่งยืนยันว่าถูกครูข่มขืน ทาง น.ส.หน่อยจึงเตรียมทนายความดำเนินการฟ้องร้องรักษาศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง

นายวิชัยกล่าวอีกว่า ล่าสุดทราบว่า น.ส.หน่อย จะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 29 พ.ยนี้แน่นอน ส่วนเวลาและสถานที่ ยังไม่ได้กำหนด "ผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสียเวลา และเสียอนาคต แต่มา ณ ปัจจุบันเรื่องน่าจะบานปลาย ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน ผมคงหมดหน้าที่ในการดูแลเรื่องนี้แล้ว ต่อไป คงต้องอาศัยอำนาจของศาลเป็นผู้ตัดสิน" นายวิชัยกล่าว


-------------------------------------------------------------------------------

กรณ์ไฮเทค กระตุ้นจุดสุดยอด




เมื่อวันที่ 27 พ.ย. หลังจากที่นิตยสาร "นิว ไซเอนทิสต์" ฉบับล่าสุดของอังกฤษ ได้ลงบทความประกาศรับอาสาสมัครสุภาพสตรี มาทดสอบอุปกรณ์ชนิดหนึ่งเรียกว่า "ออร์กัสมาทรอน" ที่ใช้ฝังใต้ผิวหนังของผู้หญิง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำให้เกิดความรู้สึก ถึงจุดสุดยอดอย่างง่ายดาย ในระหว่างมีเพศสัมพันธ์

สำหรับเครื่องมือช่วยสร้างความสุขสมทางเพศให้สตรี ในบทความระบุว่า มีการค้นพบเมื่อกว่า 2 ปีก่อนด้วยความบังเอิญ เมื่อ น.พ.สจ๊วต มีลอย ศัลยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดความเจ็บปวด ของศูนย์ให้คำปรึกษาด้านวิสัญญีและความเจ็บปวด เมืองวินสตันซาเลม รัฐนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา คิดหาวิธีลดความเจ็บปวดของผู้หญิงระหว่างถูกผ่าตัด โดยใช้ขั้วไฟฟ้า 2 ขั้ว ต่อเข้ากับกระดูกสันหลัง และปล่อยกระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสมเข้าไปเพื่อลดความเจ็บปวด แต่ปรากฏว่านอกเหนือจากจะช่วยให้คนไข้ไร้ความเจ็บปวดระหว่างผ่าตัดแล้ว กลับทำให้เกิดความรู้สึกถึงจุดสุดยอดทางเพศขึ้นมาแบบไม่คาดฝันอีกด้วย

จากจุดนี้เอง น.พ.สจ๊วตได้เกิดความคิดพัฒนาการใช้ขั้วไฟฟ้าดังกล่าว จนนำไปสู่การผลิต "ออร์กัสมาทรอน" เพื่อนำมาแก้ปัญหาสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ถึงจุดสุดยอด โดยเครื่องมือดังกล่าวมีลักษณะคล้ายถ่านไฟฉายก้อนเล็กๆ มีขนาดเท่ากับเครื่องมือฝังใต้ผิวหนังควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้ปกติ และจะถูกฝังใต้ผิวหนังบริเวณสะโพกหรือก้นก็ได้ มีสายไฟเชื่อมต่อไปยังกระดูกสันหลังและจะมีการฝังอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ ใช้อุปกรณ์นี้กดรีโมตคอนโทรล บังคับให้ "ออร์กัสมาทรอน" ทำงานได้ตามต้องการ โดยไม่มีอันตรายต่อชีวิตแต่อย่างใด

ในบทความยังระบุด้วยว่า น.พ.สจ๊วตได้ฝังเครื่องมือชนิดนี้ใต้ผิวหนัง ของอาสาสมัครสตรีคนหนึ่งที่แต่งงานแล้ว แต่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดทางเพศนานถึง 4 ปี หลังจากการทดลองผ่านไป อาสาสมัครผู้นี้บรรยายว่า เกิดความรู้สึกเหมือนถูกปลุกเร้าอารมณ์ให้เกิดความหวาบหวิว โดยอาสาสมัครผู้นี้ทดลองฝังอุปกรณ์เป็นเวลา 9 วันและมีเพศสัมพันธ์กับสามี 7 ครั้ง ปรากฏว่าถึงจุดสุดยอดทุกครั้ง แถมบางทียังถึงจุดสุดยอดหลายครั้งในคราวเดียว อย่างไรก็ตาม น.พ.สจ๊วตยังต้องการอาสาสมัครทดสอบอุปกรณ์ดังกล่าวนี้อีกหลายคน สำหรับ "ออร์กัสมาทรอน" มีสนนราคาชุดละ 13,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 520,000 บาท รวมการติดตั้ง โดยได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว และได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ให้มีการทดสอบกับมนุษย์ได้


--------------------------------------------------------
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif] สวัสดีค่ะ ข่าววันนี้ก็กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ


นายกฯให้ประชาชนเตรียมข้อมูลแท้จริงรอจดทะเบียน


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน" ถึงนโยบายการรับจดทะเบียนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ว่า จะเริ่มใน 8 จังหวัดนำร่อง ใน 4 ภาค วันที่ 6 ธันวาคม 2546 เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่ต้องการที่ดินทำกิน ปัญหาคนเร่ร่อน ปัญหาที่เคยประกอบอาชีพผิดกฎหมาย และต้องการจะทำให้มันถูก ปัญหาถูกหลอกลวง ปัญหาช่วยเหลือนักศึกษา เรื่องของโครงสร้างหนี้ภาคประชาชน และปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย มาจดทะเบียนหมด เพื่อที่รัฐบาลจะเอาปัญหาทั้งหมด มาแก้ไข
"นี่จะเป็นช่องทางที่จะทำให้คนไทย ที่ทนทุกข์ทรมานทั้งหลาย ได้พ้นทุกข์ และตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ทุ่มเทเต็มที่ ซึ่งจะเป็นความพยายามให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อน โดยที่คนทุกระดับจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า ทุกฝ่าย ต้องทำงานกันหนัก แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำได้" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ประชาชนเตรียมข้อมูลให้ชัดเจน และเตรียมไปจดทะเบียน ใน 8 จังหวัดนำร่อง และส่วนที่เหลือจะเริ่มในวันที่ 5 มกราคม 2547 พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องให้ข้อมูลจริงๆ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลจะแก้ปัญหาไม่ถูก ถ้าใครให้ข้อมูลเป็นเท็จโดยเจตนา ปัญหาของคนนั้นจะได้รับการแก้ไขเป็นคนสุดท้าย เพราะฉะนั้นขอให้ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ซื่อสัตย์ต่อข้อมูลทั้งหมด แล้วรัฐบาลจะได้แก้ปัญหาได้
-----------------------------------------------------------------------------



อาลัยผัวเตะบอลดับ วอนรัฐปลดหนี้

เมียผู้นำเกษตรกรช็อค หลังทราบข่าวสามีจากไปอย่างกระทันหัน ยอมรับทำใจไม่ได้ หลังขาดเสาหลักครอบครัว วอนรัฐช่วยแก้ปัญหาหนี้สินธกส.กว่า 1.5 แสนบาท ด้าน"สมศักดิ์"มอบเงิน 2 หมื่นจัดการเรื่องศพ พร้อมนำเข้าหารือในครม.โยนให้สุดารัตน์เร่งหามาตรการป้องกันการออกกำลังกาย ไม่ถูกวิธี

ทิ้งยาบ้า 5 หมื่นเม็ดเกลื่อนหาดชลาทัศน์ เมืองสงขลา ตำรวจสันนิษฐาน พ่อค้าชิงขนทิ้งก่อนถูกค้น หรืออาจเป็นกลยุทธ์ใหม่ สำหรับส่งรับของหวังตบตาเจ้าหน้าที่ ขณะที่จ.น่าน กำลังผสมตำรวจ-ทหาร บุกค้นบ้าน 2 ผัวเมียชาวเย้า เจอทั้งยาบ้าและสมุดเงินฝากแบงก์เด็กเรียนม.6 มีเงินหมุนเวียนนับล้าน ส่วนที่จ.จันทบุรี คดีนำเข้ายาบ้าจากกัมพูชาเพิ่มจนน่าตกใจ เผยใช้สารพัดวิธีซุกซ่อน แต่ไม่พ้นสายตาเจ้าหน้าที่


"แม่สนั่น" เผยดีใจ อยากเห็นหน้าหลาน "น้องโตโต้" ที่หายไปนาน 14 ปี ระบุพร้อมรับเลี้ยงเท่าที่จะทำได้อย่างดีที่สุด ขณะตร.เร่งรัด "สนั่น" ให้ปากคำ ชี้จะรีบสอบพยานโจทก์ก่อน เชื่อถ้ามีมูลเอาผิดแน่ ส่วน "สนั่น" แจงมีพยานยืนยันได้ตนไม่ได้ทิ้งลูกที่ร.พ.ตามแก๊งลักเด็กกล่าวอ้าง


ตร.สั่งเก็บปืนอดีต จคม.เขาน้ำค้าง หวั่นคนร้ายย้อนกลับมาปล้นซ้ำรอยสถานการณ์ใต้ ล่าสุดมือมืดป่วนโทรขู่บึ้มสถานีรถไฟหลายแห่งในชายแดนใต้ ทำเอาผู้โดยสารที่รู้ข่าวกระโดดหนีตายออกจากขบวนรถกันจ้าละหวั่น ล่าสุดตร.สงขลาจับมือเผาโรงเรียนจะนะ ได้อีก1 คน
--------------------------------------------------




สางคดีฉกเด็ก จี้เด็กแม่โตโต้ มีมูลจับแก๊ง

"แม่สนั่น" เผยดีใจ อยากเห็นหน้าหลาน "น้องโตโต้" ที่หายไปนาน 14 ปี ระบุพร้อมรับเลี้ยงเท่าที่จะทำได้อย่างดีที่สุด ขณะ ตร.เร่งรัด "สนั่น" ให้ปากคำ ชี้จะรีบสอบพยานโจทก์ก่อน เชื่อถ้ามีมูลเอาผิดแน่ ส่วน "สนั่น" แจงมีพยานยืนยันได้ตนไม่ได้ทิ้งลูกที่ รพ.ตามแก๊งลักเด็กกล่าวอ้าง

ความคืบหน้ากรณีนางสนั่น การเพียร อายุ 33 ปี ร้อง "คม ชัด ลึก" ให้ติดตามหาลูกชายที่อ้างว่าได้ถูกขโมยไปหลังจากคลอดได้เพียง 3 วันเท่านั้น ต่อมา "คม ชัด ลึก" ได้แกะรอยจนพบตัว "น้องโตโต้" ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นลูกชายของนางสนั่นตามที่ได้ให้ข้อมูลมา และนางสนั่นจึงตัดสินใจเดินทางมาจากประเทศเบลเยียม โดยมาถึงประเทศไทยวันที่ 1 ธ.ค.นี้ เพื่อมาพบกับน้องโตโต้

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 พ.ย. "คม ชัด ลึก" ได้เดินทางไปที่บ้านบิดา-มารดาของนางสนั่น ที่ ต.หนองค่าย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา เพื่อไปพบกับนางหนู การเพียร อายุ 57 ปี มารดาของนางสนั่น ซึ่งกำลังนั่งเลี้ยงหลานอยู่บริเวณหน้าบ้าน โดยบ้านที่พักอยู่นั้นเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น มีสภาพค่อนข้างทรุดโทรม ซึ่งนางหนูได้อาศัยอยู่กับสามีคือ นายบัวแสง การเพียร อายุ 58 ปี และนางนภาพร ลึกพรหมราช อายุ 30 ปี บุตรสาวคนสุดท้อง

นางหนู เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ตนไม่เคยรู้มาก่อนว่านางสนั่นตั้งท้อง จนกระทั่งได้คลอดลูกออกมาแล้วถึงรู้ข่าว แต่ก็ไม่ได้ไปหาลูก เพราะต้องทำงานอยู่ที่บ้าน

"เขาได้เล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆ ว่า ลูกเขามีคนมาลักเอาไปตอนอยู่โรงพยาบาล เขาว่า คลอดได้ 3 วันแล้วลูกหายไป แม่ก็ได้แต่ถามว่าเขาเอาไปอย่างไร ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรนัก เพราะเขาไม่ค่อยได้โทรศัพท์มาหาและไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน ตอนนั้นพอรู้ว่าหลานถูกขโมยไป ก็เสียใจ ไม่รู้เป็นอย่างไร และลูกสาวเขาจะตามหาลูกของเขาหรือไม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน" นางหนู กล่าว

นางหนู กล่าวต่อว่า นางสนั่นได้บ่นให้ฟังอยู่บ่อยๆ พูดถึงลูกที่หายไปให้ฟังว่า คิดถึงลูกมาก ถ้าลูกมีชีวิตก็คงโตมากแล้ว ส่วนตนนั้นพอทราบข่าวว่า ผู้สื่อข่าวได้ติดตามหาตัวหลานพบ ก็ดีใจมาก อยากจะเห็นหน้าของหลานว่า ปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร หากหลานกลับมาอยู่ด้วยกัน ก็พร้อมที่จะเลี้ยงดูตามสถานภาพที่มีอยู่

"เขาก็โทรมาจากเมืองนอกว่า จะเดินทางมาเมืองไทย แม่กับพ่อไม่ได้เดินทางไปรับที่สนามบิน เพราะต้องเลี้ยงหลานหลายคน มีแต่น้องสาวที่จะไปรับเขา ก็อยากฝากบอกให้ลูกแวะกลับมาบ้านบ้าง และให้พาตัวน้องโตโต้มาให้ดูหน้าด้วย ก็พร้อมที่จะรับเลี้ยงหลานเป็นอย่างดี" นางหนู กล่าว

ทางด้านนางนภาพร กล่าวว่า เคยทราบมานานแล้วว่า หลานถูกขโมยไป เพราะนางสนั่นได้เล่าให้ฟัง แต่นางสนั่นก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนัก เนื่องจากเป็นคนไม่ค่อยพูด คิดว่าตอนนี้เขาคงมีฐานะดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ก็คงนึกถึงลูกที่หายไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว

"ก็ดีถ้าได้เจอหลานแท้ๆ แต่ไม่รู้รายละเอียดที่หลานถูกขโมยไปมากนัก รู้แต่ว่ามีผู้หญิงมาขโมยลูกพี่สาวไป ซึ่งในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ พี่สาวโทรมาบอกจากเบลเยียมว่าให้มารับที่ดอนเมืองด้วย" นางนภาพร กล่าว

ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนั้น พล.ต.ต.ยุทธนา ไทยภักดี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทราบว่านางสนั่นจะเดินทางกลับมาประเทศไทย ซึ่งตำรวจจะไม่มีการติดตามตัวนางสนั่น แต่อยากจะขอร้องนางสนั่นให้มาพบตำรวจด้วย เพราะจะได้นัดพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำ

"ฝากบอกผ่านสื่อมวลชนว่า อยากให้นางสนั่นมาพบ เพื่อจะได้ติดต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรีมาสอบสวนรายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะถือว่ามีรายละเอียดค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันจะรวบรวมหลักฐานอื่นๆ ด้วย เพื่อดูว่าคดีนี้มีมูลหรือไม่ หากมีมูล ก็จะสั่งฟ้องให้ดำเนินการผู้ที่เกี่ยวข้อง หากสอบแล้วไม่มีมูล ต้องพิจารณาดูอีกที" พล.ต.ต.ยุทธนา กล่าว

ส่วนกรณีที่ทราบว่า นางสนั่นจะอยู่ในเมืองไทยไม่เกิน 3 สัปดาห์นั้น พล.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ตนคิดว่าคงไม่มีปัญหา เพราะหากคดีมีมูลก็คงต้องยื่นร้องต่อศาลขออำนาจในการสอบพยานโจทก์ก่อน

ขณะเดียวกันนางสนั่น การเพียร ได้เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ก่อนที่จะออกเดินทางจากประเทศเบลเยียมว่า ข้อมูลที่ได้ทราบจากข่าว ซึ่งนำเสนอผ่านทางเวบไซต์นั้น พบว่ามีข้อมูลขัดแย้งกันอยู่ ตามที่นางสมลักษณ์ซึ่งเป็นผู้ลักเด็กไปอ้างว่า เด็กถูกทิ้งที่โรงพยาบาลนั้นไม่เป็นความจริง ตนมีเพื่อนซึ่งเคยเป็นนักร้องด้วยกันสมัยนั้นสามารถเป็นพยานได้

"เพื่อนคนนี้จะรู้เหตุการณ์ทุกอย่าง เพราะเขาเป็นคนพาไปเสียค่าใช้จ่ายในการคลอดลูกที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง นอกจากนี้ก็ยังมีพยานหลายปากรู้เห็น เชื่อว่าสามารถเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องได้" นางสนั่น กล่าว

ทางด้านนางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล โฆษกประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในรายการ "ห้องข่าวรับอรุณ" ทางไททีวี ช่อง 1 เนชั่นแชนนัลว่า เหตุการณ์ขโมยเด็กเท่าที่ทราบจาก ผอ.โรงพยาบาลบ้านโป่ง ระบุว่า ไม่มีการขโมยเด็กจากโรงพยาบาล แต่อาจดำเนินการนอกโรงพยาบาล และกรณีของนางสมลักษณ์นั้น ได้ถูกดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2536 ขณะนั้นนางสมลักษณ์เป็นลูกจ้างในโรงพยาบาล ซึ่งก็ยอมรับว่าไปตีสนิทกับแม่เด็ก และแม่ไม่ต้องการเด็ก

"โรงพยาบาลบ้านโป่งปลอดภัยแน่นอน แต่ก็ยอมรับว่าโรงพยาบาลเป็นที่สาธารณะ ก็มักจะมีคนไปทำอะไรไม่ดี ซึ่งโรงพยาบาลก็พยายามป้องกัน ส่วนนางสมลักษณ์เข้าใจว่าขณะนี้ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้านโป่งแล้ว เพราะมีพฤติกรรมและประวัติไม่ดี" นางนิตยา กล่าว


จบข่าว ยะ
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ขอข่าว Hanibal ของชาวเยอรมันหน่อยสิคะคุณยะ (ถ้ามีนะคะ)

พอดีเห็นข่าวแว๊บๆที่นี่ แต่ไม่ค่อยรุ้เรื่องเท่าไหร่

ขอบคุณมากค่ะ
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ
สมาชิกทุกท่าน

วันนี้ได้เข้าไปอ่านใน www ข้างล่างนี้ คิดว่าเป็นแนวคิดที่ดี ป่ะ ค่ะ ตกลง ว่าดี รึไม่ดี ยังไง พวกเราลองเข้าไปอ่านดูนะคะ เกี่ยวกับ

"ฝรั่งแต่งสาวอุดรกว่า2พันคู่-เงินทะลักพันล. ผู้ว่าฯเล็งเป็นเมืองแฟชั่นเชื่อมโยงเยอรมนี"

http://www.mthai.com/square/news/news46332.html
รักษาสุขภาพนะคะ
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
O

Ou

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ข่าวน่าสนใจ พี่ปูก็ตาดีจัง [/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สั่งเปลี่ยนตัวแล้ว ตร.ใจดำ! ไม่ให้ทำคดี9ขวบ




ตามที่เกิดคดีอื้อฉาว ด.ช.สถาพร รอดผล หรือน้องเบียร์ วัย 9 ขวบ จูงรถจักรยานยนต์ข้ามถนน ถูกรถแท็กซี่ชนได้รับบาดเจ็บ แต่กลับถูก พ.ต.ท.ภคพงศ์ เฉียบแหลม พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม แจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร แล้วส่งตัวให้สถานพินิจ และคุ้มครองเด็ก และเยาวชนกลาง ส่งต่อไปควบคุมตัวที่บ้านเมตตา การกระทำของตำรวจจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ จากทุกฝ่ายในสังคมว่า มีความโหดเหี้ยม ขาดคุณธรรม และเข้าข้างรถแท็กซี่ กับบริษัทประกันภัยนั้น

ทุกฝ่ายร่วมหาข้อยุติ

ที่ สน.โคกคราม เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. พล.ต.ต.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบก.น.2 และ พล.ต.ต.วุฒิ พิพัฒน์บวรกุล ผบก.ส่วนสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง จเรตำรวจ เดินทางไปร่วมประชุมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อยุติในคดีของ ด.ช.สถาพร โดยมี พ.ต.อ.ประดิษฐ์ มะกรูดทอง ผกก. สน.โคกคราม พ.ต.ท.ภคพงศ์ เฉียบแหลม สารวัตรเวรเจ้าของคดี นายมะโน ทองปาน ประธานฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความ รับมอบอำนาจจากนางบัวผัน มารดา ด.ช.สถาพร นายนคร ทาเงิน คนขับรถแท็กซี่ และนายวีระ เหลืองศุภบูลย์ ผอ.ฝ่าย สินไหมทดแทนบริษัทพัชรประกันภัย

สั่งเปลี่ยนตัวเจ้าของคดี

หลังการประชุมร่วมกันนานประมาณ 30 นาที พล.ต.ต.พงศพัศเปิดเผยว่า จากการนำผู้ที่เกี่ยวข้อง ในคดีมาหารือกัน เพื่อหาข้อยุติในทางที่ดีกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีจเรตำรวจร่วมสอบสวน ในคดีนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัด โดยในวันนี้นางบัวผันแม่ของ ด.ช.สถาพรแจ้งว่า จะนำลูกชายไปงานศพปู่ ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ไม่สามารถมาที่ สน.โคกครามได้ จึงได้ทำหนังสือมอบอำนาจ ให้นายมะโนเป็นผู้ดำเนินการแทน และในตอนเช้าวันเดียวกัน ผบก.น.2 มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ประดิษฐ์ มะกรูดทอง ผกก. สน.โคกคราม เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน พ.ต.อ.ประดิษฐ์จึงให้ พ.ต.ท.ไมตรี ศิลปเสวี รอง ผกก.สส. สน.โคกคราม รับผิดชอบสำนวนคดีนี้แทน

ประกันจ่ายแล้ว 3 หมื่น

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยด้วยว่า ในวันเดียวกันนี้บริษัทพัชรประกันภัย ได้มอบเงินเป็นค่ามนุษยธรรมจำนวน 3 หมื่นบาท ให้ ด.ช.สถาพร ส่วนนายนคร ทาเงิน คนขับรถแท็กซี่ มอบเงินปลอบขวัญให้ ด.ช.สถาพรอีก 1 หมื่นบาท ส่วนเรื่องคดีความต้องมีการสอบสวนต่อไป นอกจากนี้ตามที่ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจทำถูกต้องแล้ว ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนว่า เข้าข้างลูกน้อง ทาง ผบ.ตร.ได้รับรายงานมาจากผบช.น. ว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ทำคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับจเรตำรวจให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่ามีการรายงานผิดเพี้ยนไปจากความจริงอย่างไรบ้าง

พบไม่สอบพยานอีกหลายปาก

พล.ต.ต.วุฒิ พิพัฒน์บวรกุล ผบก.ส่วนสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง จเรตำรวจ เปิดเผยว่า ในคดีนี้ต้องมีการสอบสวนหาพยานเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อให้เกิดความกระจ่าง ซึ่งทราบมาว่า มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ อยู่อีกหลายคน ที่ พ.ต.ท.ภคพงศ์ไม่ได้ทำการสอบสวน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วัน หลังจากนั้นจะนำสำนวนการสอบสวนส่งไปให้ ผบ.ตร. ต่อไป ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ด.ช.สถาพรถูกดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ. จราจร เป็นเหตุให้ต้องถูกส่งเข้าสถานพินิจฯ แต่ในทางกลับกันตำรวจแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บกลับไม่ติดคุก และยังถูกปล่อยตัวไปอีก พล.ต.ต.วุฒิกล่าวว่า ทางตำรวจแจ้งข้อหาขี่จักรยานโดยประมาท เป็นเหตุให้ไปชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย เด็กได้ให้การปฏิเสธ บอกว่าจูงรถจักรยานมาแล้วถูกรถแท็กซี่ชน ตำรวจมีอำนาจในการควบคุมตัว 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงต้องนำตัวเด็กส่งไปสถานพินิจฯ ส่วนนายนครที่เป็นผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาท แต่ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา บอกว่าเด็กขี่รถจักรยานมาชน พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 24 ชั่วโมง และเป็นความผิดลหุโทษสามารถปล่อยตัวไปได้

สว.เจ้าของคดีบอก "เสียใจ"

ทางด้าน พ.ต.ท.ภคพงศ์ เฉียบแหลม สารวัตรเจ้าของคดี กล่าวว่า "ผมยังรู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดกับความรู้สึกของประชาชน ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมา เวลาทำงานอาจจะดูเคร่งเครียด เรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องปรึกษากับผู้บังคับบัญชาว่ามีทางออกที่ดีอย่างไร ในขณะนี้ผมเครียดมากที่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาทางสังคมและทำให้ตำรวจต้องเสีย ชื่อเสียง"

ตำรวจเข้าใจคลาดเคลื่อน

พล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้ตั้งกรรมการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.ท.ภคพงศ์เจ้าของคดีอื้อฉาวแล้วว่า บกพร่องอย่างไร แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าปฏิบัติไปตามหน้าที่ ตามขั้นตอนของกฎหมายก็ตาม ส่วนในเรื่องของสำนวนคดีได้กำชับให้ พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบก.น.2 รีบไปดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เรียกคู่กรณีทั้งเด็กและโชเฟอร์แท็กซี่ไปตกลงเรื่องค่าเสียหายให้เรียบร้อย เรื่องนี้ถ้าเด็กรับสารภาพคงต้องเปรียบเทียบปรับไป แต่หากยังไม่รับก็จำเป็นต้องทำสำนวน ส่งฟ้องศาลตามข้อกฎหมาย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเป็นแค่คดีลหุโทษ แต่พนักงาน สอบสวนเข้าใจคลาดเคลื่อนเอง คิดว่า เมื่อส่งเด็กไปยังสถานพินิจฯแล้ว ฝ่ายสถานพินิจฯน่าจะปล่อยตัวโดยไม่ต้องประกัน แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เลยเกิดเรื่องราวขึ้น

ศาลอัดตำรวจเอนเอียง

นายอดิศักดิ์ ศรธนะรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงพระนครเหนือ กล่าวว่า ขอตำหนิการทำงานและนโยบายของบริษัทประกันภัยบางแห่งที่มีความเห็น แก่ตัว ไม่ได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่จะขอพูดถึงตำรวจเจ้าของสำนวนก่อน เป็นเรื่องที่ต้องตำหนิ เนื่องจากเท่าที่ตามข่าว ตอนแรกคู่กรณีมีการตกลงกันได้ และนัดมาพบกันวันหลัง พอถึงเวลานัดบริษัทคงไปชี้แนะไม่ให้คนขับรับสารภาพ และประกันไม่ยอมจ่าย ซึ่งเป็นเรื่องปกติเห็นกันบ่อยๆ ที่ต้องการให้มีการดึงคดีให้นานที่สุด ยืดเวลาการจ่ายเงินออกไปหรือไม่จ่ายเลย คราวนี้ตำรวจก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเด็ก 9 ขวบ ขี่จักรยานสองล้อไปมีเหตุเฉี่ยวชนกับรถใหญ่ ตำรวจน่าจะช่วยเหลือพูดกับประกัน ตำรวจก็ไม่ทำ กลับดำเนินคดีเอนเอียงไปทางฝ่ายแท็กซี่ ถือว่าตำรวจใช้กฎหมายโดยไม่ยึดหลักคุณธรรม

ปัญหามาจาก บ.ประกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทประกันภัยควรปรับนโยบายอย่างไร นายอดิศักดิ์กล่าวว่า ขอตำหนิบริษัทประกันภัยบางแห่ง ที่ขาดคุณธรรมอย่างร้ายแรง เป็นกันเกือบทุกแห่ง คือมีนโยบายรับเบี้ยประกันแต่ไม่ยอมจ่าย ซ้ำสั่งพนักงานห้ามยอมรับข้อเท็จจริง และให้กล่อมผู้เอาประกันให้ปฏิเสธหรือขู่ว่าถ้ารับจะติดคุก ทั้งที่ความจริงคดีรถชนไม่ร้ายแรง แค่รอลงอาญาและใช้ค่าเสียหาย แต่ผู้เอาประกันกลัวจึง เชื่อประกัน เวลาขึ้นศาลตนจะไล่ประกันออกจากห้องพิจารณาแล้วอธิบายข้อเท็จจริง ประกอบคุณธรรมให้ผู้เอาประกันทราบ ซึ่งเขาทราบแล้วก็ยอมรับผิด เนื่องจากตัวเขาเองก็จ่ายเบี้ยประกันแล้วทำไมจะต้องช่วยบริษัทประกันไม่ต้อง จ่ายเงินอีก ซ้ำต้องมาเสี่ยงว่าจะต้องติดคุกอีก เมื่อปฏิเสธความจริง ปัญหาที่แท้จริงของคดีนี้ก็น่ามาจากบริษัทประกัน นั่นเอง ฟันธงได้เลยว่า คดีนี้แท็กซี่ผิดต้องจ่ายค่าเสียหายแก่เด็ก แต่แท็กซี่ไม่รู้ใครเป่าหูให้สู้คดี ดังนั้น น่าจะทำโพลหรือให้ชาวบ้านแสดงประชาพิจารณ์ว่า ใครเคยพบปัญหาว่า เวลาเราขับรถชนเขาแล้วประกันมายุว่าให้ปฏิเสธ และมีบ้างหรือไม่ที่ตำรวจมักดำเนินคดีเข้าข้างประกัน มันเป็นเรื่องอันตราย พบมามากแต่ไม่มีหลักฐานที่ตำรวจทำงานเอาใจประกันภัยจนน่าเกลียด ถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องประกันภัย มาตรา 869-882 ให้มีความเหมาะสม เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิด ขอย้ำว่า การที่ประกันไปยุตัวความให้ สู้คดีทั้งที่ผิด เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายความสงบของประชาชน ไม่ทราบว่าพูดแรงเกินไปหรือไม่ แต่ยอมรับว่าดูข่าวนี้แล้วยอมรับไม่ได้จริงๆ

ย้ายเจ้าหน้าที่บ้านเมตตา

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การที่นายมะโน ทองปาน ประธานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย สภาทนายความออกมาเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรม โยกย้ายเจ้าหน้าที่บ้านเมตตาที่ไม่กล้าใช้ดุลพินิจปล่อยตัว ด.ช.สถาพรนั้น กรมพินิจฯจะรับไว้พิจารณา เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดที่ขัดต่อนโยบายของ รมว.กระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการหันเหเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมา ทางกรมพินิจฯมีนโยบายที่จะหันเหเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรมมาตลอด ขณะนี้ได้ตั้งคณะแก้ไขกฎหมายประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ในคดีที่โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี พนักงานสอบสวนไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหาเด็ก แต่จะใช้วิธีประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน โดยมีตัวแทนชุมชน ตำรวจ อัยการ ศาล และกรมพินิจฯมาประชุมร่วมกัน หลังจากนั้นก็ปล่อยตัวเด็กไปโดยไม่มีเงื่อนไข หรือจะให้เข้าระบบของกรมคุมประพฤติก็ได้ ส่วนในฐานความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-5 ปี เมื่อทางพนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาเด็ก และถูกส่งตัวมายังสถานพินิจฯ เมื่อเด็กมีความสำนึกในสิ่งที่ทำลงไปในระดับหนึ่งแล้ว และยินดีชดใช้ค่าเสียหาย ก็ให้ใช้วิธีประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน หลังจากนั้น ผอ.สถานพินิจฯสามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาความเด็ก 2534 ตาม ม. 63 ทำความเห็นเสนออัยการสั่งไม่ฟ้องได้

ต่อไปจะปล่อยที่โรงพัก

นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า หลังจากนี้เพื่อไม่ให้เด็กต้องถูกส่งตัวมายังสถานพินิจฯ กรมพินิจฯจะประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการให้ทางตำรวจเมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแก่เด็กแล้วประสานมายังสถานพินิจฯใน ท้องที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯเดินทางไปปล่อยตัวเด็กที่โรงพักได้เลย นอกจากนี้จะแก้กฎหมายให้ตำรวจสามารถใช้ดุลพินิจในการปล่อยตัวเด็กที่โรงพัก ได้เลย รวมถึงจะเร่งหาข้อสรุปการขยายอายุเด็กที่ไม่ต้องรับโทษจาก 7 ปี เป็น 10 หรือ 12 ปี ให้เร็วที่สุด ทั้งหมดนี้เพื่อให้การดำเนินกระบวนการยุติธรรมกับเด็กให้สั้นที่สุด
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]เผยซัดดัมถูกจับได้ก่อน! โดนวางยาจัดฉากทหารอเมริกันหิ้วปีก




ท่ามกลางความเคลือบแคลง สงสัยเกี่ยวกับ การสิ้นลายของซัดดัม ฮุสเซน อดีตประธานาธิบดีอิรัก ที่ถูกทหารอเมริกันบุกจับกุม ได้อย่างง่ายดายเกินคาดในหลุมที่ซ่อน เมืองอัด ดอว์ ใกล้เมืองทิกริต เมืองบ้านเกิดซัดดัม ทางภาคเหนือของอิรักเมื่อค่ำวันที่ 13 ธ.ค. และขณะนี้ซัดดัม อยู่ระหว่างรอชี้ชะตาถูก ดำเนินคดีในข้อหาเข่นฆ่า ทารุณกรรมชาวอิรักระหว่างเป็นผู้นำประเทศมายาวนานถึง 24 ปีนั้น

น.ส.พ.ซันเดย์ เอ็กซเพรสส์ ในอังกฤษ ฉบับวันที่ 21 ธ.ค. รายงานอ้างแหล่งข่าว เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองระดับสูงของอังกฤษ เปิดเผยถึงชะตากรรมอดีตผู้นำจอมเผด็จการ อิรักก่อนตกอยู่ในอุ้งมือของทหารอเมริกันว่า ความจริง ซัดดัมได้ถูกกลุ่มสหภาพผู้รักชาติแห่งเคอร์-ดีสถาน ซึ่งร่วมมือกับสหรัฐฯ ทำสงครามโค่นอำนาจซัดดัม จับกุมได้ก่อนแล้ว เนื่องจากโดนสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มชนเผ่าอัล-จาเบอร์ ทรยศหักหลัง กระทั่งซัดดัมยอมจะเจรจากับฝ่ายอเมริกัน จากนั้นชาวเคิร์ดกลุ่มนี้ จึงวางยาและนำตัวซัดดัมลงไปไว้ในหลุมที่ซ่อนใต้ดินลึก 2 เมตรในบ้านหลังหนึ่ง เพื่อจัดฉากให้ทหารอเมริกันบุกจู่โจมจับกุมซัดดัม โดยแหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า สาเหตุที่สมาชิกคนดังกล่าวของกลุ่มชนเผ่าอัล-จาเบอร์ ทรยศซัดดัม เพราะโกรธแค้นที่ลูกสาวของเขาเคยถูกอูเดย์ บุตรชายของซัดดัมข่มขืนกระทำชำเรา

วันเดียวกัน เอเอฟพีรายงานอ้างหัวหน้าชนเผ่า อัล-มูซาวัต ในเมืองอัด ดอว์ ที่เปิดเผยว่า บ้านไร่ที่ซัดดัมไปหลบซ่อนอยู่นั้น เป็นบ้านของคาอิศ นามัช จัสเซม ซึ่งเป็นบุตรชายของจัสเซม นามัช ซึ่งเคยให้ที่หลบซ่อนแก่ซัดดัมตั้งแต่สมัยก่อคดีพยายามลอบสังหาร อดีตประธานาธิบดีอับดุล คาริม คัสซิม เมื่อ 40 ปีก่อน โดยจัสเซม และน้องชายของเขาได้ถูกทหารอเมริกันจับกุม ด้วยหลังซัดดัมโดนจับเมื่อ 13 ธ.ค.

ด้านสถานีโทรทัศน์ อัล-อาราบิยาในสาธารณรัฐดูไบ เผยแพร่เทปบันทึกเสียงของบิน ลาดิน หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอัล เคดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกหลังซัดดัมโดนจับ โดยบิน ลาดินได้กล่าวประณามสงครามที่อเมริกันหยิบยื่นให้ชาวอิรักว่า เป็นการทำสงครามรุกรานต่อโลกอาหรับ ครั้งใหม่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ชี้ว่าเทปม้วนนี้เป็นเทปเก่าซึ่งเคย ถูกนำมาเผยแพร่ก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่สถานีโทรทัศน์อัล-จาซีราแห่งกาตาร์ ก็ระบุว่าเป็นเทปเก่าที่เคยเผยแพร่เมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนทหารอเมริกันในอิรักเดินหน้าปราบปรามกลุ่มติดอาวุธทางภาคกลางของ อิรัก โดยมีรายงานว่ามี ทหารอเมริกันเสียชีวิตแค่รายเดียว นับตั้งแต่ซัดดัมถูกจับ เมื่อ 13 ธ.ค. ส่วนนายกรัฐมนตรี โฮเซ มาเรีย อัซนาร์ แห่งสเปน ซึ่งเดินทางเยือนอิรักโดยไม่มีการ ประกาศล่วงหน้า ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ ทหารสเปน และเยี่ยมเยียนทหารสเปน 1,300 นาย ซึ่งประจำการอยู่ที่ค่ายในเมืองดิวานิยา ราว 5 ชม. ก่อนเดินทางกลับกรุงมาดริดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา.

ya
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re: รายงานข่าววันนี้ค่ะ

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ทองแท่ง ซื้อ ขาย
กรุงเทพฯ(บาท/น้ำหนักบาท) 7,000.00 7,100.00

ya
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Thema:

รายงานข่าววันนี้ค่ะ

Oben