"News"

Diskutiere "News" im Thaiboard Forum im Bereich Thailand Forum; ลวงสาวไทยนับแสน "ตุ๊ด"ด้วย ขังซ่องนรกเยอรมัน ฝรั่งมาขอแต่งงานตัวดี หญิงปากน้ำโพ-อีสานอื้อ ลูกนา-ครูหยุยจะบินช่วย...
P

Pink

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ลวงสาวไทยนับแสน "ตุ๊ด"ด้วย ขังซ่องนรกเยอรมัน

ฝรั่งมาขอแต่งงานตัวดี หญิงปากน้ำโพ-อีสานอื้อ ลูกนา-ครูหยุยจะบินช่วย

กระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ฯเปิดตัวเลขน่าตกใจ มีหฯิงไทยถูกล่อลวงไปตกนรกเยอรมนีนับแสนคน ถูกมาเฟียเยอรมันบังคับให้ขายตัว ไม่สามารถหลบหนีกลับประเทศได้ ไม่เท่านั้นยังมีกระเทยแปลงเพศแล้วอีกจำนวนมากตกเป็นเหยื่อขบวนการค้าเนื้อ สดข้ามชาติ แฉเล่ห์มาเฟีย ส่งคนมาแต่งงานกับหญิงไทย พอพาไปอยู่เยอรมนีก็บังคับตบตีให้ขายตัว ระบุจังหวัดที่หญิงสาวถตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือนครสวรรค์ รองลงมาคือร้อยเอ็ด-หนองคาย คณะที่ปรึกษากระทรวงจับมือครูหยุย เตรียมบินไปดูสถานการณ์ถึงยุโรป จะแอบบันทึกภาพกลับมาเปิดเผยให้คนไทยได้เห็นชัดๆด้วย ทั้งประสานรมว.ต่างประเทศ เพื่อหาทางช่วยเหลือด้วย
- ข

Pink!
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
J

Jacky

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]อ่านแล้วเศร้าคะ ถ้าไม่เห็นข่าวก็คงไม่รู้ว่ามีคนทำแบบนี้กับคนไทยด้วย
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
Re:

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ปราบปรามให้หมดเลย


..........รู้สึกแย่ แต่ถ้าเป็นความจริงน่าจะจับตอนเอาไปให้เป็ดกินซ๊า............


แต่เว้ากันซื่อๆๆ นะคะ..........เคยอ่านเจอะเหมือนกันค่ะ คิดว่า ข่าวมันออกจะเว่อร์ไปนิดเนอะ
[/FONT]
 
noyne

noyne

Senior Member
Dabei seit
04.04.2002
Beiträge
105
Reaktion erhalten
0
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ข่าว นี้มีมากว่า2สัปดาห์แล้วค่ะ ไม่ค่อยเชื่อเรื่องยอดตัวเลขเพราะเยอรมันนีมียอดคนไทยแค่4หมื่นกว่าคนเอง เป็นหญิงประมาณ3หมื่นแปด ทำไมมีคนลักลอบเข้าเมืองหรือเป็นโรบินฮูดมากมายอะไรขนาดนั้น ไม่เชื่อจริงๆอ่ะ
หน่อยแน่
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
Re:

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]เรื่อง แบบนี้มีมานานแล้วค่ะ ยิ่งเมื่อสิบห้าปีก่อน คนไทยหรื่อชาติอื่นๆสามารถเข้าเยอรมันได้สามเดือนโดยไม่ต้องขอวีซ่า ยิ่งออกข่าวบ่อย.......ถูกจับแล้วส่งกลับทั้งถูกหลอกมาทั้งสมักใจ มา............[/FONT]
 
J

Jacky

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สมัยนี้หรือสมัยไหนๆก็เชื่อใจคนยากนะคะ [/FONT]
 
Jiap

Jiap

Senior Member
Dabei seit
24.08.2001
Beiträge
2.427
Reaktion erhalten
0
Ort
NRW
Re:

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ประโยคที่ชอบสุด ๆ และนึกไว้อยู่เสมอก็คือ รู้หน้า ไม่รู้ใจ นี่ล่ะน้องเอ๊ย

พี่เจี๊ยบ
[/FONT]
 
M

meaw

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]อย่าไปเชื่อมากนักกับข่าว เพราะนักข่าวจะเขียนข่าวที่เกินจริงที่ทําให้ขาย นสพให้ได้ยอดมาก
คิดว่าประเทศอื่นก็คงมีไม่ใช่แต่เยอรมันเท่านี้น
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re:

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ข่าวสดๆมาแล้วจ้า
จับสาวแสบแอบเปิดคลินิกเถื่อนเสริมเต้ากลางถนน
สาวใหญ่หัวใสใช้รถปิกอัพโฟร์วีลติดไซเรนแบบตำรวจทำเป็นคลินิกเคลื่อนที่ ทำศัลยกรรมเสริมทรวงอกและจมูกให้กับสาวๆ คิดค่าบริการรายละ 4,000 บาท ลูกค้าสาวที่เคยไปใช้บริการเห็นท่าไม่ดีกลัวจะเกิดอันตราย โร่เข้าแจ้งกองปราบฯตามจับกุมได้ขณะจอดรถกำลังฉีดซิลิโคนเสริมจมูกให้กับ ลูกค้าสาวอยู่ที่หน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว พบอุปกรณ์การแพทย์ทั้งไซรินจ์ เข็มฉีดยา ซิลิโคน โคโลเจน และอื่นๆ อีกหลายรายการ ผู้ต้องหารับสารภาพ ทำมาหลายรายแล้ว เพราะเคยเป็นผู้ช่วยหมอในคลินิกศัลย กรรมแห่งหนึ่ง ส่วนตัวยาและซิลิโคนให้สามีสั่งซื้อส่งมาให้จากสวิตเซอร์แลนด์

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 พ.ค. พ.ต.อ. ประยนต์ ลาเสือ ผกก.1ป. พร้อมกำลังตำรวจ กก.1 ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข ได้จับกุมตัว น.ส.เอื้อนจิตร โพธิ์ทองนาค อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/49 หมู่ 3 ซอยหมู่บ้านมัณฑนา ถนนฉิมพลี แขวงและเขตตลิ่งชัน ขณะกำลังให้บริการเสริมความงามด้วยการฉีดซิลิโคนเข้าจมูกให้กับลูกค้าสาวราย หนึ่งในรถปิกอัพโฟร์วีล โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ลก 1047 กรุงเทพมหานคร บนหลังคาติดไซเรนสีเลือดหมูแบบตำรวจ จอดอยู่ที่หน้าโรงเรียนหอวัง ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ตรวจค้นภายในรถพบกระเป๋าใส่เครื่องสำอาง 1 ใบ ภายในมีเข็มฉีดยา 3 อัน ไซรินจ์ ขวดยาซิลิโคน โคโลเจน แอลกอฮอล์ ถุงน้ำแข็ง และอุปกรณ์การแพทย์จำนวนหนึ่ง แจ้งข้อหา ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน และไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการสถาน พยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่กองปราบปราม

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากหญิงสาวรายหนึ่งอายุ 26 ปี ที่เคยเป็นลูกค้าใช้บริการของน.ส.เอื้อนจิตร เข้าร้องเรียนกับกองปราบปรามว่า มีเพื่อนแนะนำให้ไปใช้บริการเสริมความงามฉีดเสริมจมูกกับ น.ส.เอื้อนจิตร โดยผู้ต้องหาคิดค่าบริการครั้งละ 4,000 บาท แต่ผู้เสียหายเห็นว่าการเสริมความงามของน.ส.เอื้อนจิตร น่าจะเกิดอันตรายขึ้นได้ และเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ประกอบกับตัว น.ส.เอื้อนจิตรเองก็ไม่ได้แจ้งว่าตัวเองมีความรู้ด้านศัลยกรรมความงามจริง หรือไม่ จึงไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก่อนที่จะเข้าร้องกับกองปราบฯจนจับ กุมตัวผู้ต้องหาได้

ส่วน น.ส.เอื้อนจิตร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองเคยทำงานเป็นผู้ช�วยแพทย์ที่คลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อยู่หลายปี จนพอมีความชำนาญในด้านการฉีดซิลิโคนเสริมความงามทรวงอกและจมูกให้หญิงสาว อีกทั้งเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันแนะนำให้ตนเองลองมาทำ โดยคิดค่าบริการลูกค้ารายละ 4,000 บาท แต่ถ้ารู้จักกันจะคิดแค่ 2,000 บาท และถ้าเพื่อนแนะนำลูกค้ามาให้จะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ร้อยละ 20 เป็นค่านายหน้า ทำมานานแล้วโดยตนจะนัดลูกค้าให้มาฉีดซิลิโคนกันในรถตามสถานที่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเสริมจมูกกัน ที่ผ่านมามีเสริมหน้าอกเพียงรายเดียว สำหรับตัวยาและซิลิโคนที่นำมาฉีดให้ลูกค้าสาว ๆ นั้น ตนสั่งซื้อมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะตนเองมีสามีเป็นชาวสวิสเดินทางไปมาระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับไทยบ่อย ๆ
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ออกหมายจับคนทำน้องนัทตาย
ตร.ชี้คดี "น้องนัท" ตกเตียงตาย หมอ-พยาบาล-พี่เลี้ยง เข้าข่ายประมาทโทษสูงสุดติดคุก 10 ปีปรับอีก2 หมื่นบาท เตรียมหอบสำนวนเสนอหมายจับ ส่วน ผอ.รพ.ลาดพร้าว ยังไม่เข้าข่าย กำลังพิจารณาอาจโดนด้วย ขณะที่พ่อ-แม่ ของหนูน้อยเคราะห์ร้าย หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้อง "ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์" กับเลขาฯ สคบ. ช่วยจัดการ ด้านอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยยังชี้ใครผิดไม่ได้

ร่างของ ด.ช.ธนัท ไพศาลวัชรกิจ หรือ "น้องนัท" หนูน้อยเคราะห์ร้ายวัย 1 ขวบ 6 เดือน เผาไหม้เป็นเถ้าถ่านเรียบร้อย หลังจากศีรษะเข้าไปติดอยู่กับราวกั้นเตียงคนไข้ของ รพ.ลาดพร้าว จนเสียชีวิต ยังความเศร้าโศกเสียใจมาสู่ นายกิตติ ไพศาลวัชรกิจ และ นางนพรัตน์ เจนจบวิทยา บิดา-มารดา จนหัวใจแทบสลาย ขณะที่ทาง รศ. น.พ.วิรัตน์ วงศ์แสงนาค ผอ.รพ.ลาดพร้าว แถลงข่าวว่า ได้จัดเตียงเด็กไว้ให้แล้ว แต่เด็กไม่ยอมนอนเนื่องจากเด็กติดพี่เลี้ยง จึงต้องใช้เตียงผู้ใหญ่แทน พร้อมกับม้วนผ้านวมกันขอบเตียงไว้เรียบร้อย ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ ผกก.สน.โชคชัย สั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพื่อหาคนที่ประมาททำให้เด็กเสียชีวิต โดยสองพี่เลี้ยงเด็กยืนยันว่าทาง รพ. ไม่ได้นำผ้านวมมากั้นราวข้างเตียง มีเพียงผ้านวมอยู่ปลายเท้าผืนเดียวเท่านั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 พ.ค. พ.ต.ท.สมศักดิ์ วิมานรัตน์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย เปิดเผยผลการสอบสวนว่า ขณะนี้สอบปากคำไปแล้ว 6 ปาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่เด็ก พี่เลี้ยง รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องใน รพ. ลาดพร้าว และยังมอบหมายให้พนักงานสอบสวนไปสอบถาม ผอ.กองควบคุมประกอบโรคศิลปะ ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติต่อผู้ป่วยตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ปี 2541 นอกจากนี้ยังให้ไปขอผลชันสูตรรวมทั้งสอบแพทย์สถาบัน นิติเวช รพ.ตำรวจ ที่ผ่าชันสูตรศพ "น้องนัท" เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ประกอบในสำนวนว่า ใครเป็นคนประมาทหรือใครเป็นผู้ต้องรับผิดชอบ

ต่อมาเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติ และนางนพรัตน์ บิดา-มารดา ของ "น้องนัท" ได้นำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานอนุกรรมการป้องปรามการละเมิดสิทธิผู้บริโภค (สคบ.) และนายอนุวัฒน์ ธรมธัช เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้เป็นตัวแทนฟ้องร้อง รพ.ลาดพร้าว นายชัยภักดิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่ผู้ปกครองของ "น้องนัท" สามารถเข้าร้องขอความเป็นธรรมในฐานะผู้บริโภค ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ว่าด้วยเรื่องสิทธิผู้บริโภค ที่ไม�ได้รับความปลอดภัยในการใช้สินค้า หรือบริการ และเบื้องต้นจะรับเรื่องร้องเรียนไว้ โดยสัปดาห์หน้าจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องของ รพ. ลาดพร้าว ผู้เสียหาย และกระทรวงสาธารณสุข เข้ามาเจรจาตกลงกันใน 2 ประเด็นคือ เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และเรื่องแนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก

ด้าน พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ ผกก.สน. โชคชัย เปิดเผยเกี่ยวกับการสอบสวนหาคนผิดว่า ขณะนี้ได้เตรียมนำสำนวนไปเสนอขอหมายจับต่อศาล โดยบุคคลที่เข้าข่ายกระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตนั้นมี น.พ.ธำรงค์ประวัติ เชิด เกียรติกุล น.ส.วารินทร์ ทองพูน แพทย์และพยาบาลที่เข้าเวรช่วงเด็กเสียชีวิต น.ส.พยอม แก้ว กล้า พี่เลี้ยง "น้องนัท" ส่วน รศ.น.พ.วิรัตน์ วงศ์แสงนาค ผอ.รพ.ลาดพร้าว ยังต้องดูก่อนว่าจะเข้าข่ายความผิดด้วยหรือไม่ สำหรับอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

น.พ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวถึงการรับผิดชอบของ รพ.ลาดพร้าว ว่า เรื่องนี้ต้องรอให้ผลสอบสวนของตำรวจออกมาก่อน เพราะขณะนี้คำให้การของพี่เลี้ยงเด็กกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลยังขัดแย้ง กันอยู่ กล่าวคือ พยาบาลอ้างว่าได้บอกกับทางพี่เลี้ยงแล้วว่าผ้านวมที่กั้นข้างเตียงนั้นเพื่อ ป้องกันเด็กไม่ให้ตกเตียง ขณะที่พี่เลี้ยงก็ยืนยันว่าไม่ได้มีการเตือนตั้งแต่ต้น ทางกรมฯ เองจะไปชี้ผิดชี้ถูกขณะนี้ไม่ได้ และทางกรมฯ รับผิดชอบดูแลเรื่องอุปกรณ์และคุณภาพของการให้บริการ เท่าที่ลงไปตรวจสอบดูทาง รพ.ลาดพร้าวยังไม่เข้าข่ายว่าไม่มีมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์หรือคุณภาพของการให้บริการ ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ดูแลต้องไปดูในรายละเอียดว่า ได้มีการตักเตือนแล้วหรือไม่ และโดยทั่วไปแล้วถึงเป็นห้องพิเศษก็ตาม ผู้ป่วยก็จะต้องมีญาติมาดูแล เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องเข้ามาดูแลตลอดเวลา แต่หากเป็นห้องรวมจะเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของเจ้าหน้าที่ รพ. อย่างไรก็ตามไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า เด็กต้องนอนเตียงขนาดเท่าใด แต่ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่มักให้นอนเตียงเด็กเพื่อความปลอดภัย

ส่วนกรณีนายกุมสินธุ์ แสงระวี อายุ 33 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.นครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความที่ สน.โชคชัย ว่าเป็นพนักงานของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่เกิดปวดหลังจึงเดินทางมารักษาที่ รพ.ลาดพร้าว กับแพทย์ผู้หนึ่ง ลงความเห็นว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อน ตอนแรกรักษาด้วยวิธีทำกายภาพบำบัดจากนั้นแพทย์แนะนำให้ผ่าตัด แต่ปรากฏว่าอาการปวดหลังไม่หายแถมยังพิการช่วงล่างอีก ตนจึงเรียกค่าเสียหายจาก รพ. จำนวน 9 ล้านบาท โดย รพ. ต่อรองลงมาเหลือ 9 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ยอมจ่ายเงิน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ เกี่ยวกับเรื่องนี้ทาง ร.ต.อ. ไกรพงษ์ วงศ์อมรอัครพันธ์ เจ้าของคดี กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนรับเรื่องเบื้องต้นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จะได้แจ้งไปทาง รพ. เพื่อเชิญแพทย์ผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน นายกิตติ บิดาของ "น้องนัท" เดินทางมาที่ สน.โชคชัย เพื่อขอรับเอกสารเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ "น้องนัท" หลังจากนั้นเปิดเผยว่า ทาง รพ.ลาดพร้าว เพิ่งติดต่อมาเกี่ยวกับเรื่องการชดเชยในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยขอเวลาในการพิจารณาในวันที่ 6 พ.ค.นี้ให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะติดต่อมาหาตนอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่ได้รับการเหลียวแลจาก รพ.ลาดพร้าว แถมยังได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจเนื่องจากบางคนไม่เข้าใจตน โดยเขียนมาลงในอินเทอร์เน็ตหาว่าตนรวย ให้ลูกนอนพักในห้องพิเศษ จ้างพี่เลี้ยงไปนอนด้วย แต่ตัวพ่อกลับนอนอยู่บ้าน ซึ่งคนที่เขียนมาไม่เข้าใจว่าตนต้องคอยดูแลภรรยาที่เพิ่งคลอดลูกคนเล็กได้ เดือนเศษ ๆ จึงอยากขอให้เข้าใจด้วย และอย่าทับถมกันเลยเพราะตนก็เพิ่งเสียลูกไปไม่กี่วัน แล้วยังมาเจอเรื่องเช่นนี้อีก
[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif] สวัสดีค่ะ ข่าววันนี้มีอะไร


สาวขับรถเก๋งทิ้งเด็ก 4 ขวบ ฝาก รปภ. อ้างไปเติมน้ำมัน

สังคมเสื่อมหนัก แม่ขับรถเก๋งไปทิ้งลูกวัย 4 ขวบหน้าตาเฉย หลอก รปภ.ศูนย์รถยนต์มิตซูบิชิ อ้างฝากเด็กไว้เดี๋ยว เติมน้ำมันรถเสร็จจะกลับมารับคืน รอถึงเย็นไม่เห็นแม้เงา ตำรวจต้องส่งต่อไปบ้านเด็กอ่อนพญาไท พร้อมสืบหาตัวพ่อแม่
เหตุการณ์ชวนเศร้าสลด แม่ขับรถเก๋งไปทิ้งลูกน้อยวัย 4 ขวบรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 พฤษภาคม 2546 โดย ร.ต.ต.ธีรศักดิ์ ศรีเล็ก ร้อยเวร สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ประจำอยู่ที่ตู้ยามศูนย์มิตซูบิชิ ถ.วิภาวดี 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร พร้อมนำตัวเด็กชายวัย 4 ขวบ ส่งให้ตำรวจ เพื่อให้ติดตามหามาแม่หรือญาติของเด็กชายคนดังกล่าว

เบื้องต้น รปภ.ให้การว่า เมื่อวานตอนเช้าวันเดียวกัน มีผู้หญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 35 ปี ขับรถยนต์ไปจอดที่หน้าศูนย์มิตซูบิชิ พร้อมกับเอ่ยปากขอฝากเด็กชายวัย 4 ขวบไว้ก่อน อ้างว่า จะไปเติมน้ำมันที่ปั๊มข้างหน้าแล้วจะกลับมารับ จึงรับฝากเด็กไว้ โดยไม่ได้คิดอะไร แต่รอจนกระทั่งเย็น ยังไม่เห็นหญิงคนดังกล่าวมารับลูกกลับ จึงได้นำตัวเด็กส่งให้ตำรวจ เพื่อให้ตามหาแม่เด็กต่อไป

ตำรวจสอบถามเด็กชายคนดังกล่าว ซึ่งพูดไม่ค่อยชัดนัก ได้ความแต่เพียงว่า ชื่อเด็กชายอ๊อฟ เมื่อตำรวจถามถึงพ่อแม่ เด็กเงียบไม่ยอมตอบ เมื่อถามว่าแม่ขับรถยนต์อะไร เด็กบอกว่า ซาร์บ เมื่อถามว่าเรียนหนังสืออยู่หรือไม่ เด็กพยักหน้ารับ บอกว่าเคยเรียนอยู่เมืองนอก หลังตำรวจได้นำตัวเด็กคนดังกล่าวส่งบ้านเด็กอ่อนพญาไทแล้ว เพื่อให้ช่วยดูแลไว้ก่อน จากนั้นจะตามตัวญาติให้มารับอีกครั้ง

สำหรับลักษณะของเด็กชายอ๊อฟ ไว้ผมหน้าม้า ผมด้านหลังไว้ยาวแบบรากไทร ฟันหน้าหลอ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบสีขาว เนื้อตัวมอมแมม

ภายหลังทราบเรื่อง ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ได้เดินทางไปยังศูนย์มิตซูบิชิ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่เมื่อไปถึงศูนย์ พบกับพนักงานของศูนย์ คนหนึ่ง เมื่อสอบถามหา พนักงาน รภป.คนที่รับฝากเด็กไว้ พนักงานคนดังกล่าวบอกว่า พนักงาน รปภ.เพิ่งออกเวรไปในตอนเช้า จะเข้าเวรอีกครั้งในตอนกลางคืน เพราะบริษัท มีพนักงาน รปภ.เพียงคนเดียวเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พนักงานคนดังกล่าว ระบุว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งฝากเด็กวัย 4 ขวบไว้จริง แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร พร้อมกับปฏิเสธไม่ทราบว่า รปภ.คนดังกล่าวชื่อ และพักอาศัยอยู่ที่ไหน โดยอ้างว่า วันนี้แผนกบุคคลของบริษัทหยุดทำงาน จึงไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นครั้งแรกของบริษัท

พ.ต.อ.วราวุธ ทวีไชยการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจพหลโยธิน กล่าวว่า พยายามสอบถามเด็กและเล่นกับเด็กเพื่อให้บอกว่าบ้านอยู่ที่ไหน หรือมาจากไหน แต่เด็กคนดังกล่าวไม่ยอมตอบ ได้แต่พูดสั้นๆ ว่า "หม่ามี้" และก็วิ่งเล่นตามประสาเด็ก และไม่ร้องไห้ ขณะนี้ทำได้แต่เพียงประชาสัมพันธ์ตามหาญาติเท่านั้น เพราะจากการสอบถามเด็กก็พูดไม่รู้เรื่อง เพราะอายุยังน้อยอยู่

ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้สันนิษฐานว่า ผู้หญิงที่นำเด็กมาปล่อยทิ้งไว้คงจะเป็นแม่เด็ก แต่ยังไม่ทราบเหตุผลที่ทำลงไป ส่วนจะเป็นปัญหาเกิดจากครอบครัวหรือเกิดจากเรื่องอะไรนั้น จะต้องพบพ่อหรือแม่เด็กก่อนจึงจะสอบถามได้ว่า
เกิดจากเรื่องอะไร
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
J

jukis

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ขอบคุณสำหรับ ข่าวค่ะ บอกตรงๆว่าตกข่าวในไทยไปนานเลยค่ะ ไม่ค่อยได้ online อ่านข่าวเท่าไหร่ แฟนเค้ายังติดตามข่าวจากเมืองไทยมากกว่าอีกค่ะ แหะ แหะ แบบว่าเป็นพวกไร้สาระ แต่ข่าวผู้หญิงไทยถูกหลอกนี่ เห็นจากเว็บ pantip ได้ซักพักแล้วนะคะ ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหนยังงัย ในเรื่องตัวเลขน่ะค่ะ[/FONT]
 
Y

Ya

Gast
Re:

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]hello.wie geht es euch?

กลัวแม่ลำบาก ปม "ตาร์" ผูกคอ "ติ๊ก ชีโร่" เสียดายฝีมือ

"ติ๊ก ชีโร่" เสียดาย "ต้าร์" เผยมีฝีมือในการแต่งเพลง ชี้การฆ่าตัวตายของอดีตนักร้องดัง เป็นอุทาหรณ์ของคนวงการมายา ต้องทำใจให้ได้ยามอับแสง เพื่อนสนิทเผยชิงฆ่าตัวตาย เพราะรักแม่มากไม่อยากให้ลำบาก ญาติตั้งศพแค่ 3 วัน ฌาปนกิจวันที่ 7 พ.ค.นี้
ความคืบหน้าอดีตนักร้องดัง วง ดร.คิดส์ นายบัณฑิตย์ เดชกุญชร หรือต้าร์ อายุ 25 ปี ผูกคอตายคาบ้านพักนั้น นายนพพันธ์ ไล้เลิศ อายุ 25 ปี ลูกพี่ลูกน้องนายบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยตาร์ และมารดาต้าร์ ได้คุยกันที่ชั้นล่างของบ้าน โดยที่ตัวต้าร์ ไม่มีท่าทีเครียดแต่อย่างใด ก่อนจะขอตัวขึ้นไปบนห้องเพื่อจะไปเขียนเพลง จนกระทั่งคล้อยไปประมาณ 10 นาที แม่ขึ้นไปดูพบว่าต้าร์ ผูกคอเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ทางบ้านได้พยายามเฝ้าระวังมาตลอด เนื่องจากต้าร์เคยพยายาฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เอะใจ คิดว่า ต้าร์คงขึ้นไปแต่งเพลงจริง จึงช่วยเหลือไม่ทัน

สำหรับต้าร์ อดีตสมาชิก วง ดร.คิดส์ หลังชีวิตตกต่ำ ได้หันไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่วินจรัญสนิทวงศ์ เมื่อต้นปี 2545 โดยทำเป็นอาชีพเสริม เท่าที่ตัวเขาจะทำได้ ถ้าไม่ป่วย เนื่องจากตัวต้าร์อยากหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว และเป็นค่ายารักษาตัวเอง ซึ่งจะมีรายได้วันละ 200-300 บาทเท่านั้น

ส่วนอาชีพหลักจะเป็นนักแต่งเพลงอิสระ โดยจะนำเพลงเสนอต่อค่ายเพลงต่างๆ เมื่อส่งเพลงเข้าไป จะได้ค่าตอบแทนเพลงละ 2,000-3,000 บาท และถ้าผ่านการพิจารณาจากค่ายเทป จะได้รับค่าตอบแทนนับหมื่นบาท แต่ว่าจะทยอยจ่ายเป็นงวดๆ งวดละ 3,000-5,000 บาท ทำให้ไม่เพียงพอต่อค่ายาที่รักษาตัวเอง อาจจะทำให้เกิดความเครียดและฆ่าตัวตายดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกด้วยว่า บรรยากาศงานศพ ต้าร์ ที่ศาลา 6 วัดวิมุตยาราม เขตบางพลัด กทม. มีญาติพี่น้องมาร่วมงานไม่มากนัก โดยทางญาติจะทำพิธีสวดพระอภิธรรม 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. และจะทำพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 7 พ.ค.ที่จะถึงนี้

นายวรวรรษ สกลเดช หรือ ออฟ หนึ่งในอดีตสมาชิก วง ดร.คิดส์ ซึ่งเดินทางรดน้ำศพต้าร์ กล่าวว่า ทราบข่าวการตายของต้าร์ จากหนังสือพิมพ์ รู้สึกตกใจมากที่ต้องสูญเสียเพื่อนรักไปอย่างกะทันหัน ที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้ออกอัลบั้มร่วมกัน ก็ไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว โดยส่วนตัวของต้าร์ เป็นคนค่อนข้างคิดมาก และจริงจังกับงาน

อาจจะทำให้มีส่วนในเรื่องของการใช้ยาเสพติด

"เวลาต้าร์ นำงานไปเสนอต่อค่ายเทป เมื่องานไม่ผ่าน จึงทำให้เครียดและหาทางออกโดยหันไปพึ่งยาเสพติด แต่อาจจะไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดของการใช้ยาก็เป็นได้" นายวรวรรษ กล่าว

อดีตสมาชิก วง ดร.คิดส์ กล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัว ต้าร์ เป็นคนรักแม่มาก สาเหตุที่ทำให้คิดสั้นผูกคอตาย อาจจะเป็นเพราะไม่อยากเป็นภาระให้กับแม่และทางครอบครัว จึงคิดฆ่าตัวตายดังกล่าว

นายศิริศักดิ์ นันทเสน หรือ "ติ๊ก ชีโร่" ดารานักร้องชื่อดัง ซึ่งเดินทางมารดน้ำศพเช่นกัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ต้าร์ เคยนำผลงานเพลงไปเสนอที่บริษัท ซึ่งตนได้รับผลงานของเขาเอาไว้ และเห็นว่า ต้าร์ มีวิวัฒนาการ ยังออกปากชมเขาอยู่เลย จากนักร้อง นักเต้น มาเป็นนักแต่งเพลง จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุยรายละเอียดกันอีกเลย จนกระทั่งมาทราบว่าต้าร์ตัดสินใจคิดสั้น

"รู้สึกเสียดายที่วงการบันเทิง วงการเพลงต้องสูญเสียบุคลากรไปอีกคน ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากความเครียดในเรื่องงาน ซึ่งน่าจะเป็นอุทาหรณ์ของคนในวงการบันเทิง วงการศิลปะ ไม่ควรจะยึดติดหรือซีเรียสกับงานจนเกินไป ควรจะปล่อยวางอารมณ์ให้ผ่อนคลาย" ติ๊ก ชีโร่ กล่าว

นางสง่า รัตนพรสุวรรณ มารดาต้าร์ เปิดเผยว่า จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ดารานักร้องชื่อดัง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของต้าร์ ได้เดินทางไปหาที่โรงพยาบาลยันฮีทันทีที่ทราบข่าว และขอเป็นเจ้าภาพงานศพให้ 1 คืน โดย น.ส.ศิริลักษณ์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียเพื่อนรักไปคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ทางญาติจะจัดงานศพเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น จึงยังระบุไม่ได้ว่า น.ส.ศิริลักษณ์ จะเป็นเจ้าภาพได้ในวันไหน เนื่องจากมีคนติดต่อมาเป็นเจ้าภาพแล้วหลายคน อาจจะต้องให้เป็นเจ้าภาพร่วมกันในเวลาที่เหลือ เพราะทางครอบครัวและญาติพี่น้องเป็นเจ้าภาพไปแล้ว 1 คืน

เหตุอดีตนักร้องชื่อดัง แก้ปัญหาชีวิตด้วยการผูกคอตายครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 3 พ.ค.2546 ภายในบ้านเลขที่ 59/62 ม.2 ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ภายในห้องโถงด้านในบ้านชั้นเดียว โดยสภาพศพนายบัณฑิตย์ เสียชีวิตในสภาพผูกคอตายด้วยเชือกไนลอนกับขื่อบ้าน ลิ้นจุกปาก โดยสภาพศพไม่สวมเสื้อ แต่นุ่งกางเกงแพรสีเขียว คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง
[/FONT]
 
Thema:

"News"

"News" - Ähnliche Themen

  • Bangsaen Beach - Fake News Check

    Bangsaen Beach - Fake News Check: Ueblicherweise , wenn Bangsaen Beach in den Medien eine Rolle spielt, so hat dies mit Verschmutzung oder Ueberfuellung zu tun und auch ich selbst...
  • Android App "Thailand News"

    Android App "Thailand News": Mit dieser Android App können englisch- und thaisprachige Medien zentral angesteuert werden: Thailand News
  • News Information per Mail

    News Information per Mail: Hallo... wenn ich etwas in einem Thema schreibe, wird das automatisch zu einem Abo Thema mit der Mail Benachrichtigung. Kann man das irgendwo...
  • Meinungen zu den News im Nachrichten-Ticker.

    Meinungen zu den News im Nachrichten-Ticker.: Wie soll das Ganze funktionieren? Kurzes Beispiel: Theoretisch mögliche Meinungen. A: Ob die thail. Wirtschaft das wohl verkraftet? B: Finde...
  • Thailand News - Der Nachrichtenticker

    Thailand News - Der Nachrichtenticker: Was gibt es offiziell Neues im Lande, das einen Jeden betrifft oder betreffen koennte. Fakten und nicht Meinungen sind gefragt.
  • Thailand News - Der Nachrichtenticker - Ähnliche Themen

  • Bangsaen Beach - Fake News Check

    Bangsaen Beach - Fake News Check: Ueblicherweise , wenn Bangsaen Beach in den Medien eine Rolle spielt, so hat dies mit Verschmutzung oder Ueberfuellung zu tun und auch ich selbst...
  • Android App "Thailand News"

    Android App "Thailand News": Mit dieser Android App können englisch- und thaisprachige Medien zentral angesteuert werden: Thailand News
  • News Information per Mail

    News Information per Mail: Hallo... wenn ich etwas in einem Thema schreibe, wird das automatisch zu einem Abo Thema mit der Mail Benachrichtigung. Kann man das irgendwo...
  • Meinungen zu den News im Nachrichten-Ticker.

    Meinungen zu den News im Nachrichten-Ticker.: Wie soll das Ganze funktionieren? Kurzes Beispiel: Theoretisch mögliche Meinungen. A: Ob die thail. Wirtschaft das wohl verkraftet? B: Finde...
  • Thailand News - Der Nachrichtenticker

    Thailand News - Der Nachrichtenticker: Was gibt es offiziell Neues im Lande, das einen Jeden betrifft oder betreffen koennte. Fakten und nicht Meinungen sind gefragt.
  • Oben