Food safety...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

Diskutiere Food safety...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน im Thaiboard Forum im Bereich Thailand Forum; Food safety...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน สวัสดี แบบ ไทยๆ นะคะ พี่ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทุกคน วันนี้ที่มาโพสใหม่...
P

Poo

Gast
Food safety...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
สวัสดี แบบ ไทยๆ นะคะ
พี่ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทุกคน


วันนี้ที่มาโพสใหม่
เพราะเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดีและควรจะมีการทำมานานแล้ว และต้องทำอย่างเอาจริงเอาจัง ก็เลยอยากจะขอให้พวกเราช่วยกัน แสดงความคิดเห็นว่า จะเป็นเรื่องที่คนไทยเราทำได้ รึไม่ได้ อย่างไร ที่บ้านเราจะเอาจริง เอาจังกับเรื่อง มาตรฐานของอาหาร สักที


FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน"อาหารไทย"

เห็นว่า
บ้านเราประกาศตัวว่าเป็นอู่ข้าว อู่น้ำ ของโลก
หากถ้าเรายังไม่คำนึงถึงความปลอดภัย มีหวัง ถูกเมินค่ะ รึพวกเราว่าไงกันค่ะ


โดยส่วนตัว
ชอบนะค่ะ ที่กระทรวงสาธารณสุข บ้านเราเริ่มเอาจริงเอาจัง ซะที อยากให้ ชาวไทยทุกคน ตั้งแต่ผู้ผลิต ถึงผู้บริโภค มาร่วมด้วยช่วยกันค่ะ เพื่อสิ่งดี ดี คุณภาพชีวิตทีดี ของชาวไทยเราสักที
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีตอนเช้า
วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

ค่ะจะว่าไปแล้ว!!
เรื่องความปลอดภัยของอาหาร ที่ต่างประเทศ เขาให้ความสนใจ กันมานานแล้ว แต่บ้านเราเพิ่งจะมา เริ่มเอาจริงเอาจังกัน
แรกเริ่มเดิมทีก็ น่าจะมาจาก กรมอนามัยนะคะ ในสังกัดของ "องค์การอาหารและยา (อย.)" ซึ่งตอนนี้เขาเอาจริง จับหมด ผู้ผลิต ที่ไม่มีคุณภาพ ที่เห็นได้ชัดและมีปัญหามาก ก็เห็นจะเป็น เรื่องเครื่องสำอางค่ะ "เนื่องจาก ตรวจพบว่ามีสารสเตอรอย
ในส่วนผสม ที่ทำให้เป็นมะเร็งได้" เหตุเพราะผู้ผลิตไม่ได้ให้ความสนใจต่อสุขภาพของผูบริโภค อย่างแท้จริง หวังแต่จะขายได้ มากๆ ถ้าเป็นในต่างประเทศนะค่ะ โดนฟ้องร้องไปแล้ว
แต่ที่บ้านเราเนี่ยะยังประณี ประนอม ให้ มีการปรับปรุงแก้ไข ในขบวนการผลิต อืมมม์ ดี นะคะ ที่รัฐบาลของเรา ยังให้โอกาส

ก็สรุปว่า ตอนนี้ผู้บริโภค ยุคใหม่ อย่างเราๆๆ
จะต้องคิดและใส่ใจกับ ความปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ยังมีผลิตภัณฑ์ ดี ดี อีกเยอะ ค่ะ ที่มีไว้ให้เราเลือกชื้อ เลือกหา ส่วนอันไหน ไม่ดี เราก็อย่าไปเลือกสิเนาะ อิอิ
ให้บริษัทเขาเจ๊ง ไปเล้ยยยย


รักและห่วงใยในสุขภาพของทุกคนนะค่ะ ...
[/FONT]
 
N

Nim

Full Member
Dabei seit
14.09.2002
Beiträge
64
Reaktion erhalten
0
Ort
Uk + BI + TH
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ดีจังค่ะ เห็นด้วย เรื่อง อาหารการกินนี้สำคัญค่ะ เน้นคุณภาพและความสะอาดถูกหลักอน่ามัย อีกค่ะ
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะพี่ปู นิ่มจ้ะ


อ่ะ คนจ่อยๆ สองคนนี่มาคุยเรื่องอาหารกันอยู่นี่เอง เรื่องการควบคุมอาหาร น้องก็เห็นด้วยนะคะ แต่คิดว่าปัญหาเรื่องราคาก็คงจะเป็นเงาตามตัวกันไป แต่ถ้าเค้าทำได้ จัดเป็นโซนก็เข้าที ทุกๆคนจะได้ทานอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด แต่ยังไงซะเรื่องคุณภาพอาหารนี่น้องไม่ห่วงเท่ากะเรื่องมลพิษค่ะ น้องคิดว่าคนที่อยู่กรุงเทพน่าสงสารมากกว่าคนที่อยู่บ้านนอกเสียอีก ...
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

ที่ไหนๆก็คงจะเหมือนกันค่ะ(โฮโซน มลพิษค่ะ ) ส่วนพี่เองก็บ้านนอกเข้ากรุ่ง
....

ขอให้ทุกคนสุขกาพดี


หน่อย
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ความปลอดภัยของอาหาร จีเอ็มโอ เขาดูกันอย่างไร


ในปี 1993 องค์การอาหารแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลก ได้รวบรวมนักวิทยาศาสตร์ เพื่อหารือกันว่า จะทำอย่างไร จึงจะกำหนดได้ว่า อะไรปลอดภัย อะไรไม่ปลอดภัย เขาก็สรุปกันว่า เราต้องใช้อะไรที่มันเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มาเปรียบเทียบ เช่น ถ้าจะดูมะเขือเทศตัดแต่งยีน ก็ต้องดูมะเขือเทศทั่วไปที่กินกันอยู่ ว่ามันมีสารทางโภชนาการอย่างไร เกลือแร่ ไขมัน เท่าไร มีสารพิษเท่าไร มีสารภูมิแพ้เท่าไร แล้วเอามะเขือเทศตัดแต่งยีนมาดูค่า ว่าอยู่ในช่วงนั้นหรือไม่ ถ้าอยู่ก็ถือว่าปลอดภัย ถ้ามากเกินไป ก็ต้องดูว่ามันมากเกินไป จนทำให้เป็นภัยต่อผู้บริโภคหรือไม่ วิธีนี้ เรียกว่า Substantial equivalent หรือ การประเมินเทียบเท่า
เทียบเท่าอะไร เทียบเท่ากับพืชที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ซึ่งเรามีประวัติการใช้ เรากินมานานปีไม่เป็นไร ถ้าเทียบแล้วมันอยู่ในช่วงนั้น ก็ถือว่ามีความปลอดภัย เท่ากับ อาหารที่ได้จากธรรมชาติ สำหรับประเด็นที่ใช้ในการพิจารณาว่า อาหาร จีเอ็มโอ มีความปลอดภัย หรือไม่ จะดูดังนี้
1. ดูว่ามันจะสร้างสารพิษอะไรออกมาหรือไม่ และถ้าอาหารดั้งเดิม หรือ อาหารที่มาจากธรรมชาติ เช่น มะเขือเทศจากธรรมชาติมีสารพิษอยู่แล้ว ความเป็นพิษที่ว่านี้ จะมีมากขึ้นในมะเขือเทศที่ตัดแต่งพันธุกรรมหรือไม่
2. ต้องดูสารโภชนาการต่างๆ เช่น โปรตีน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต ฯลฯ ในอาหารตัดแต่งพันธุกรรม มีมากหรือน้อยเกินไป
3. ดูสารภูมิแพ้ว่า จะทำให้ประชาชนบางกลุ่มแพ้สารอะไรหรือไม่ เช่น บางคนกินกุ้ง ตาอาจจะปูด บวมขึ้นมา เพราะกุ้งจะมีสารโปรตีน ที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อเอาโปรตีนเช่นที่ว่านี้ ไปใส่ในอาหารอื่นๆ ก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค อันนี้ก็ต้องมีการศึกษาว่า ถ้ามันมีปัญหาเรื่องสารภูมิแพ้ จะมีผลกระทบต่อประชาชนบางกลุ่มหรือไม่ ซึ่งต้องจำแนกเป็นประชาชนหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มคนแก่ เด็กอ่อน เยาวชน ฯลฯ
4. ดูถึงความมั่นคงของยีนว่า ยีนที่ใส่เข้าไปนั้น ต้องไม่สามารถถ่ายทอดได้ เช่น ถ้าใส่เข้าไปในข้าวโพดแล้ว เมื่อต้นแก่ลง ต้องไม่ให้ยีนที่ว่า ถ่ายทอดไปสู่ใต้ดิน หรือ จุลินทรีย์ หรือ ผีเสื้อ ถ้ามันถ่ายทอดได้ จะมีผลต่อระบบนิเวศ

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]อันตรายจากความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety Hazard)

อันตราย (Hazard) หมายถึง สิ่งที่มีคุณลักษณะทางชีวภาพ เคมี หรือฟิสิกส์ที่มีอยู่ในอาหาร หรือสภาวะของอาหารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ อันตรายของความปลอดภัยของอาหารแบ่งออกได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. อันตรายชีวภาพ (Biological Hazard) คือ อันตรายที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดโรค หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ จุลินทรีย์ ไวรัส และพาราไซต์ อันตรายเหล่านี้ อาจมาจากวัตถุดิบหรือจากขั้นตอนต่างๆของกระบวนการผลิตผู้ผลิตอาหารจึงควรมี ความรู้ความเข้าใจถึงแหล่ง และสาเหตุของการปนเปื้อน จากอันตรายชีวภาพเหล่านี้ และหาแนวทางการควบคุมให้เหมาะสม จึงจำเป็นต้องควบคุมปัจจัยที่สำคัญในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในอาหาร ซึ่งก่อปัญหาด้านสุขภาพต่อผู้บริโภค เช่น น้ำ ซึ่งควรพิจารณาปริมาณน้ำในรูปของ Water Activity, Aw ซึ่งเป็นค่าที่แสดงถึง ปริมาณน้ำที่แท้จริงที่จุลิทรีย์สามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตอาจควบคุมให้ ค่า Aw ต่ำลงได้คือการทำแห้ง การเติมเกลือ น้ำตาล หรือจะเป็นควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่ไม่เหมาะสม ในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ใส่ใจสภาวะการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่อาจมีโอกาส ปนเปื้อนความเป็นกรด-ด่าง ระยะเวลาในการเก็บรักษา

2. อันตรายเคมี (Chemical Hazard) มาจากแหล่งต่างๆ 4 แหล่ง คือ

2.1 สารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงก่อนหรือระหว่างการเก็บเกี่ยว ได้แก่ Histamine, Biotoxin เป็นต้น
2.2 สารเคมีที่เติมลงไปโดยเจตนา เพื่อจุดประสงค์บางประการ ได้แก่ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additives) ต่างๆ การใช้สารเคมีเหล่านี้จะปลอดภัยถ้าใช้ในปริมาณที่กำหนด ผู้ผลิตต้องศึกษาทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปริมาณการใช้ และข้อจำกัดในการใช้สารนั้นๆ

2.3 สารเคมีที่อาจปนเปื้อนมาโดยไม่เจตนา อาจติดมากับวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร เช่น สารปฏิชีวนะตกค้างที่พบในอาหารทะเล สารฆ่าแมลงตกค้างในผัก ผลไม้ สารเคมีที่ปนเปื้อนกับวัสดุหีบห่อ รวมถึงสารพิษจากเชื้อจุลินทรีย์ด้วย ซึ่งผู้ผลิตต้องควบคุมให้ปริมาณที่มีไม่เกินกว่าค่าที่กำหนด

2.4 สารเคมีที่ใช้ในโรงงาน ได้แก่ สารหล่อลื่น สารเคมีที่ใช้ทำความสะอาด สีที่ทาเครื่องจักรผลิตอาหาร อาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อาหารโดยไม่เจตนา ดังนั้น สารเคมีเหล่านี้จะต้องเป็นสารประเภท Food Grade หรือได้รับอนุญาตให้ใช้ในโรงงานผลิตอาหารเท่านั้น

3. อันตรายกายภาพ (Physical Hazard) หมายถึง สิ่งปลอมปนหรือสิ่งแปลกปลอม ซึ่งตามปกติจะไม่พบในอาหารนั้นๆ เมื่อผู้บริโภครับประทานเข้าไปจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อันตรายกายภาพนี้ส่วนมากผู้บริโภคจะร้องเรียน เพราะผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจะปรากฏชัดเจนภายในเวลาไม่นาน อันตรายกายภาพได้แก่ เศษแก้ว เศษโลหะ เศษไม้ เศษหิน เป็นต้น

การควบคุมอันตรายทั้ง 3 ประเภทนี้ ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยการจัดการด้านสุขลักษณะพื้นฐานหรือ GMP และการควบคุมกระบวนการผลิตด้วยระบบ HACCP ซึ่ง GMP เป็นพื้นฐานที่สำคัญของการจัดทำระบบ HACCP (สุวิมล กีรติพิบูล, 2543)
[/FONT]
 
N

Nik

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะน้องปู ขอบคุณมากๆ ที่เอาสาระดีๆ มาให้อ่าน [/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]KFC
เป็นอาหารที่คนอเมริกันกินกันมากและแพร่หลายมากในอเมริกา
แต่ใครจะรู้ละ……ว่าพวกเขากำลังกินอะไรเข้าไป ?????
จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ KFC
ของมหาวิทยาลัยนิวแฮมเชียร์
พบข้อเท็จจริ งบางอย่างที่น่าตกใจ แต่ก่อนอื่น
ใครรู้บ้างว่า ทำไมบริษัทถึงต้องเปลี่ยนชื่อจาก Kentucky
Fried Chicken ไปเป็น KFC ???
เหตุผลเป็นเพราะว่า บริษัทนี้ไม่สามารถใช้คำว่า
chicken” หรือ ไก่ ได้อีกต่อไป เพราะ KFC
ไม่ได้ใช้ไก่จริงๆ ในการทอดขายลูกค้า แต่บริษัทนี้ใช้
ไก่ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม” มาทอดให้ลูกค้ากิน
ไก่นี้ได้รับการเลี้ยงให้มีชีวิตอยู่ด้วยการต่อท่อเข้าไปในร่างกายของไก่เพื่อปั๊มเลือดและฉีดสารอาหารบำรุงกำลังเข้าไปในตัวไก่
ไก่พวกนี้ไม่มีจะงอย ไม่มีขน และไม่มีเท้า
เพื่อทำให้โครงสร้างของกระดูกหดตัวลง
เพื่อให้ได้เนื้อมากที่สุด
ซึ่งสิ่งนี้เป็นกลยุทธ์เด็ดของ KFC
เพราะมันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการผลิตให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก
เนื่องจาก ไม่ต้องถอนขน จะงอย และเท้าไก่เวลาฆ่า
รัฐบาลอเมริกันไม่อนุ*าตให้ใช้คำว่า “ไก่”
กับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาใช้อีกต่อไป
ขอให้ดูภาพข้างล่าง แล้วคุณจะรู้ว่า
ทำไมถึงไม่ให้เรียกว่า “ไก่” ???
คนที่นำข้อมูลนี้มาเปิดเผย
ไม่ได้ต้องการสร้างให้เกิดกระแสตื่นตระหนกแต่อย่างใด
แต่ต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้
เพื่อที่ทางบริษัทจะได้มีสำนึก และหันกลับมาใช้ “ไก่”
ที่แท้จริงมาทำผลิตภัณฑ์

จาก :
http://thaingo.org/[...]view.php?id=114
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
noyne

noyne

Senior Member
Dabei seit
04.04.2002
Beiträge
105
Reaktion erhalten
0
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]โอโห้..น้องปูอะไรมันจะขนาดนั้น ไก่ไม่มีขน ไม่มีจะงอย ไม่มีเท้า
พอดีพี่ชอบกินเหมือนกันแต่เป็น ไก่ทอดที่ แม็คโดนัล มากกว่า ไม่รู้จะเลี้ยง
ไก่พันธ์เดียวกับ เคเอฟซีรึปล่าวก็ไม่รู้ Thank a lot na...

Noyne
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีเช้าวันพุธที่ ๑๖ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ค่ะสมาชิกทุกท่าน

พี่หน่อยแน่ค่ะ
ยุคสมัยนี้ อะไรที่ประหยัดได้ เขาก็จะทำ ศีลธรรมมาทีหลัง และถ้ามีเงินอะไรก็ทำได้ทั้งนั้นค่ะ

ซึ่งข่าวของ KFC นี้ มีมานานแล้ว แต่โดยส่วนตัวเอง ยังไม่เคยเห็นภาพของไก่ ชนิดนี้เหมือนกัน จาก www ที่ได้มา เขาเขียนไว้ค่อนข้างนาน และก็ได้นำภาพนั้นออกไปแล้วค่ะ
จะว่าไปเทคนิคที่เรียกว่า การตัดแต่งพันธุกรรม หรือที่เรียกกันว่า Genetically Modified Organisms (GMOs) นั้นหลายประเทศส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่ก็มีบางประเทศที่แอบกระทำ อย่างที่มีข่าวฮือฮ่า มาก ก็คือ บริษัทเนสเล่ ถูกวิจารณ์ว่าไม่รับผิดชอบต่อผู้บริโภค เพราะเขาได้นำวัตถุดิบที่ได้มาจากการตัดแต่งพันธุกรรม มาใช้ในการผลิต
ซึ่งจริง ๆ แล้ว เทคนิคนี้เดิมที เขาคิดขึ้นมา เพื่อช่วยรักษาผลผลิตทางการเกษตร ตัวอย่างเช่น พืชที่อ่อนแอเสี่ยงต่อโรคเข้าทำลาย ไม่ทนน้ำท่วม ไม่ทนแล้ง อะไรประมาณนี้ มาดูกรณีตัวอย่างกันค่ะ เช่น "ต้นข้าวพันธุ์หนึ่งเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตของประเทศลดลง ข้าวไม่พอบริโภค ดังนั้นเมื่อมีเทคนิคนี้เข้ามา ก็พบว่าสามารถนำ ยีน (หน่วยพันธุกรรมที่เล็กที่สุดในสิ่งมีชีวิต) ก็คือ ยีนที่ต้านทานน้ำได้ ไปใส่ในต้นข้าว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ต้นข้าวแข็งแรง และทนต่อน้ำท่วมได้ดีนั้นเอง แต่การผลิตเมล็ดข้าว ต้นข้าวเอง ก็ยังสามารถผลิตได้เหมือนเดิมตามปกติ"

แต่ที่นักวิชาการเขาเป็นห่วงมาก ก็คือ ความปลอดภัยของผู้บริโภค นั่นเอง ที่ เมื่อรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนี้เข้าไป กลัวว่า มุนษย์โลกรุ่นต่อไปจะมีลักษณะพันธุกรรมเดิมเปลี่ยนไป อาจจะกลายไปเป็น มนุษย์ประหลาด โหดร้าย ตัวโตผิดปกติ อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ เพราะยังอยู่ในช่วงศึกษาวิจัย เกี่ยวกับว่า "ถ้าหากบริโภคเข้าไปแล้วจะเกิดผลข้างเคียง อะไรต่อมนุษย์เรา รึไม่ อย่างไร" ซึ่งก็ต้องอาศัยเวลา พอสมควร กว่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนมาบอก เราๆ ท่านๆ ทั้งหลาย ....... อย่างไรก็เอาใจช่วยท่านนักวิจัยเหล่านั้นนะคะ ให้ศึกษาสำเร็จไว ไว ชาวโลกรอท่านอยู่


ก็ขอให้ทุกท่าน ๆ นะคะ อ่านฉลากโภชนาการ กันก่อนสักนิดหนึ่ง ก่อนชื้อ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและครอบครัวท่านเองค่ะ
[/FONT]
 
N

Nim

Full Member
Dabei seit
14.09.2002
Beiträge
64
Reaktion erhalten
0
Ort
Uk + BI + TH
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ไพลินจ๊ะ นิ่มน่ะ จ่อย ไม่สมกับชื่อค่ะ ชื่อ เหมือนเป็นคนเนื้อหนังเยอะ แต่ตัวจริง มีแต่ก้าง ฮ่าๆๆๆ
พี่ปู ตัวเล็กอย่างเดียวแต่ไม่ จ่อยค่ะ เห็นมาแล้ววว ขอบอก เห็นตัวจริงงงงง


เรื่องอาหารการกินเนี่ย สนใจอ่านค่ะ ดีค่ะ พี่ปู ดีจัง เอาเรื่อง ไก่ ไก่ มาให้อ่าน
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]เรื่อง อาหารการกินของคนที่นี่ (สิงคโปร์) ก็ค่อนข้างได้มาตรฐานค่ะ เค้าชอบทานข้าวนอกบ้านกัน จะมี food court ประจำทุกๆ 2-3 ตึก ส่วนมากคนที่นี่อยู่ HDB เป็นตึกทรงสี่เหลี่ยมที่รัฐบาลสร้างให้ประชาชนอยู่ ราคาแต่ละห้องชุดนี่สามารถซื้อบ้านหลังงามที่เมืองไทยได้เลยค่ะ (แพงมากๆ)


อีกอย่างคนที่นี่ชอบทานอาหารประเภทเส้นมาก เค้าจะมีหลายชนิดมากเลย (บ้านเราเหมาเป็นชื่อก๋วยเตี๋ยวหมด ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เป็นต้น) แต่ถ้าสั่งก๋วยเตี๋ยวที่นี่ ก็จะเป็นแบบก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่บ้านเรานี่เองค่ะ


วันนี้มาแบบเส้นๆค่ะ
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]โรคภัยในการนั่งเครื่องบิน

"เจ็ท แลก" ...โรคภัยในการนั่งเครื่องบิน

การนั่งเรือบินไปไหนนาน ๆ นั้น ทำให้เกิดอาการเพลีย ล้า ที่เขาเรียกกันว่า เจ็ท แลก ซึ่งพวกทำงานบนเครื่องบินเขาทนทุกข์ทรมานกันนักหนา เมื่อบินสูงลิ่วกว่าสามหมื่นฟุตขึ้นไป ทำให้พาลอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หงุดหงิดไปสองสามวันต่อมา คุณหมออธิบายถึงเหตุผลว่า สมองคนเรามีตัวควบคุมระบบไหวเวียนในร่างกายยามค่ำคืนและกลางวันไปตามปกติ ไม่ว่าจะโดนเขย่าให้กระทบกระเทือนสักแค่ไหน.. แต่ถ้าก้าวขึ้นที่สูงมุ่งสู่ทิศตะวันออกหรือตะวันตกเมื่อไรเป็นได้เรื่องแน่ ๆ (โรคเจ็ท แลก ไม่เกิดถ้าคุณมุ่งสู่ทิศเหนือกับใต้.. แปลกดีไหมล่ะ) .. แล้วทีนี้จะทำยังไงดีเล่า?

เลือกที่นั่ง
เลือกที่นั่งแถวกลางเครื่องบินค่อนมาทางตอนหน้า ไม่ใช่ติดประตู ถ้าคุณนั่งปลายแถว หมายความว่าจะต้องมีผู้คนลุกเข้าออกมาผ่านคุณก็จริง แต่สะดวกตรงที่คุณเองก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายได้ง่าย แล้วก็ยืดขาออกไปได้ยาวอีกนิด

ใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ

ใส่เสื้อผ้าชุดที่คุณนอนหลับได้อย่างสบายโดยไม่ยับย่นยู่ยี่เกิน ควรใช้สูทผ้ายืดจะดีที่สุด รองเท้าคู่โตอีกนิดที่เท้าคุณจะบวมขึ้นมาได้พอสบาย แล้วพกเสื้อหนาวกับถุงน่องไว้ด้วย อากาศในเครื่องบินนั้นเย็นขึ้นได้ เวลาอยู่ในอุณหภูมิความกดอากาศสูง คุณหยิบผ้าห่มกับหมอนได้จากช่องเหนือศีรษะ แอร์ในเครื่องบินค่อนข้างแห้งผาก อย่าลืมพกครีมให้ความชุ่มชื้นไว้ด้วยเผื่อมีเวลาเสริมสวยก่อนลงจากเครื่อง

ทำตัวตามสบาย
ทำตัวตามสบายเวลาอยู่บนเครื่องบิน ไม่ต้องนั่งตัวเกร็งเขม็งกลัวมันตกหรอก พกหนังสือ นิตติ้ง อะไรก็ได้ที่คุณชอบทำไปฆ่าเวลา แต่ทางที่ดีที่สุดคือนอนหลับให้มากที่สุดเป็นการเอาแรง

หากคุณกินยาคุม..
ถ้าคุณกินยาคุมกำเนิดอยู่ อย่าลืมถามหมอไว้ด้วย การเปลี่ยนเวลาตามเวลาท้องถิ่น อาจมีผลต่อการป้องกันของคุณได้

กินอาหารให้น้อยที่สุด
กินอาหารบนเครื่องบินให้น้อยที่สุด และเลี่ยงอาหารประเภทที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น หัวหอม แอปเปิ้ล หมากฝรั่ง เพราะท้องคุณขยายขึ้นระหว่างการเดินทาง อาหารโปรตีนสูง เช่น ปลา เนื้อ นม จะทำให้อยู่ท้องได้นาน 5 ชม. อาหารแป้งอยู่ได้แค่ชั่วโมงเดียวก็หิวอีกแล้ว ถ้าคุณเดินทางไปถึงที่หมายตอนรุ่งเช้า แล้วจะต้องทำอะไรต่อมิอะไรไปถึงค่ำ ให้กินอาหารหนักไปทางโปรตีนกว่าเวลาอยู่บนเครื่องบิน แล้วกินอาหารกลางวันที่มีโปรตีนสูงมื้อกลางวัน ก็จะทำให้มีแรงอยู่ได้ถึงมื้อเย็น มื้อกลางคืนค่อยกินอาหารคาร์โบไฮเดรตพวกแป้งจะได้หลับสนิท

คาเฟอีน..
คาเฟอีนจะทำให้ร่างกายคุณฝืนถ่างตาอยู่ได้จนถึงที่หมาย จะใช้กฎข้อนี้ได้ดีก็เฉพาะในกรณีที่คุณเลี่ยงไม่ดื่มคาเฟอีนมาหลายวันก่อน การเดินทาง

อย่ากินยานอนหลับ หรือใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ถ้าคุณกะจะนอนหลับบนเครื่องบิน อย่ากินยานอนหลับหรือใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าช่วยเป็นอันขาด การบินบนที่สูงในความกดอากาศนี้จะทำให้คุณเมากว่าปรกติได้ แค่นั่งหลับตาพักเงียบ ๆ ก็คือเป็นการพักผ่อนที่ดีพอแล้ว

ตั้งนาฬิกาใหม่
ตั้งนาฬิกาใหม่ตามเวลาของสถานที่ที่จะไปทันทีที่ขึ้นเครื่องบิน ร่างกายจะได้ปรับตัวตามเวลาใหม่ได้เร็วขึ้นเมื่อไปถึงจุดหมาย

เมื่อลงเครื่อง เข้าที่พักแล้ว
เมื่อเครื่องบินลงเรียบร้อย คุณเข้าที่พักแล้วอย่าแล่นถลากระโจนขึ้นเตียงนอนทันที พยายามปรับตัว พยายามปรับตัวให้เข้ากับเวลาท้องถิ่นที่นั่น จนถึงเวลาเข้านอนตามปกติของท้องถิ่นนั้น ออกไปอยู่กลางแจ้งดีกว่าอยู่ในห้องพัก กินอาหาร ว่างเบา ๆ ก่อนเข้านอน (ร่างกายคุณยังพองฉุอยู่) แต่ถ้าไปถึงเป็นเวลากลางคืนพอดีก็ให้พยายามหลับให้ได้

หายาแก้โรคนี้
ถ้าอากาศเจ็ท แลก ทำให้คุณทุกข์ทรมานจริง ๆ ก็หายาแก้โรคนี้ดีกว่า เป็นฮอร์โมนส์ที่มีลาโทนิน ซึ่งทางสายการบินเขาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของเขากินได้โดยไม่มีอันตราย ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อน

Foods & Health > โรคภัยไข้เจ็บ (Womenmag.com)
[/FONT]
 
N

Nim

Full Member
Dabei seit
14.09.2002
Beiträge
64
Reaktion erhalten
0
Ort
Uk + BI + TH
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะพี่ปู
มาอ่าน วันนิดๆ หน่อย ใด้ความรู้ดีค่ะ นิ่มเป็น อย่างว่าจริงๆ นะคะ นั่งเครื่องบินทีไร เหนื่อยมากเลยค่ะ โดยเฉพาะ นั่งจากเมืองไทย-อิงแลนด์ นี่ค่ะ ใกล มีอาการ ปวดหัวเหนื่อย แต่ พอเข้านอน ในเวลา มันต่างกันนะคะ จะนอน ไม่หลับ เลยค่ะ


นิ่มค่ะ
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]อาหารไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพจริง ๆ หรือ

อาหารไขมันต่ำ จริง ๆ นั้น ไม่ใช่จะดีต่อสุขภาพของเรา แล้วยังไงกันแน่?


ตอนนี้มีการพบข้อสงสัยของอาหารไขมันต่ำกันบ้างแล้ว แต่อย่าเพิ่งปักใจเชื่อมากนัก คุณจำเป็นต้องดูว่าไขมันที่คุณทานเข้าไปนั้น เป็นชนิดไหน ไม่ใช่แค่รู้ว่าเป็นไขมันเท่านั้น ในขณะที่เรายังเชื่อว่าเป็นความจริง ที่ทุก ๆ คนจะได้ประโยชน์จากการลดปริมาณไขมันสัตว์ชนิดอิ่มตัวที่ทำให้หลอดเลือดอุดตัน (อยู่ในเนื้อสัตว์ เนยแข็ง และเนยเหลว)
แต่ปัญหาก็คือ อาหารไขมันต่ำส่วนใหญ่ จะมีน้ำตาลสูงและมีสารอาหารต่ำ อีกทั้งอาหารไร้ไขมัน พวกนี้ ยังมีไขมันอีกประเภทหนึ่งที่เป็นอันตรายกับหัวใจ (กรดไขมันเปลี่ยนรูป) แต่รัฐบาลไม่ได้กำหนดให้ผู้ผลิตลงรายละเอียดไว้บนฉลากด้วย

อาหารไร้ไขมันทั้งหมดนี้ จะทำให้คุณขาดไขมันที่เรียกว่า ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (พบในน้ำมันมะกอก อะโวคาโด้ อัลมอลด์) และกรดไขมัน omega-3 (ในปลาแซลมอน และวอลนัท) ที่ช่วยป้องกันหัวใจวายเฉียบพลัน โรคหัวใจ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ผู้ทานอาหารไขมันต่ำจึงจำเป็นต้องทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว และกรดไขมัน omega-3 ด้วย แต่ถ้าอยากจะมีรูปร่างเพรียวบาง ก็ต้องเลิกทานมันฝรั่งทอดซะ แล้วหันมาทานน้ำมันมะกอกแทน

แถมท้ายอีกนิดกับการขจัดไขมันในอาหารวิธีนึง ก็คือควรสะเด็ดน้ำมันออกจากอาหารหลังจากทอด โดยวางบนตะแกรง หรือกระดาษไข จะช่วยลดไขมันที่คุณไม่ต้องการให้มีอยู่ในอาหารออกไปได้บ้างค่ะ

ใส่ใจสักนิดชีวิตมีสุขค่ะ
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
เมื่อเราเป็นโรคแล้ว ควรทำอย่างไร

วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับการที่เมื่อเราเป็นโรคแล้ว เราต้องมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง ยังคงพฤติกรรมเดิมรึเปล่า รึว่าต้องเปลี่ยนพฤติกรรม Dr.Richard Schulze กล่าวไว้ดังนี้ค่ะ

1. หยุดรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสัตว์
2. หยุดพฤติกรรมที่เสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ชา กาแฟ และอาหารผ่านขบวนการต่างๆ
3. รับประทานพืช ผัก ผลไม้ จากธรรมชาติที่ดิบมากๆ และรับประทานธัญพืชไม่ขัดขาว เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท
4. ออกกำลังพอสมควร เท่าที่ทำได้เพื่อให้เหงื่อออกอย่างสม่ำเสมอ
5. เข้ากลุ่มกันสนทนาคลายเครียด เล่าเรื่องตลก ทำชีวิตให้สนุกสนานอย่าวิตกกังวล อย่ากลัวโรคภัยเกินไป
6. อย่าสร้างความกดดันให้ตัวเองและครอบครัว

จาก Womenmag ka
[/FONT]
 
P

Poo

Gast
Re: FOOD SAFETY...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
คุณทราบหรือเปล่าว่าทำไม คุณมักง่วงตอนบ่าย


คราวนี้จะกล่าวถึงอาการง่วงที่ไม่ใช่สาเหตุเพราะนอนดึกหรืออดนอน แต่คือ อาการง่วง ช่วงหลังอาหารกลางวันหรือช่วงบ่ายๆ เวลาที่คุณทานมาอิ่มๆ นั่นแหละตัวดี อย่างที่เขาว่า "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" ประมาณนั้นล่ะค่ะ
และสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้ง่วงก็คือ อาหารที่เราทานนั้นถูกย่อยโดยกระเพาะอาหาร ขณะที่กำลังย่อยนั้น สารอาหารก็จะต้องถูกส่งมาเลี้ยงสมอง ทำให้คุณมีพลังงาน และตื่นตัว แต่ทว่าสารอาหารนั้นไม่สามารถเดินทางไปถึงสมอง เนื่องจากการนั่งเฉยๆ อยู่กับที่ อาการง่วงซึมก็จะออกมา ทำให้เผลอหลับสัปหงกไปเลยก็มี และอาการง่วงนี้ มักจะเกิดกับคนที่นั่งทำงานในออฟฟิต ยิ่งคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ คุณก็จะได้แค่ขยับนิ้วมือและใช้สายตา สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วย ให้คุณรู้สึกง่วงเร็วขึ้นด้วย เพราะเริ่มล้าดวงตา

วิธีแก้ คือ เวลาที่ทานมาอิ่มๆ ไม่ควรนั่งอยู่กับที่ หมั่นเดินย่อย หรือหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกแอ็คทีพ เช่น ลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ บิดตัวไปมา หมุนคออย่างช้า นวดต้นคอ ก็จะช่วยให้หายง่วงได้ค่ะ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การนอนกลางวัน หรือตอนบ่าย นั้นเป็นสิ่งที่ดีนะคะ เพราะนั่นคือ การพักผ่อน เติมพลังให้คุณสดชื่น มีแรงเพื่อทำงานต่อจนถึงช่วงเย็น

จาก
womenmag ka
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
Thema:

Food safety...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน

Food safety...ปลอดภัยสบายใจ ยกระดับมาตรฐาน - Ähnliche Themen

  • Thai Food glutenfrei

    Thai Food glutenfrei: Hi zusammen, wer von euch leidet unter Zöliakie oder kann/will aus anderen Gründen kein Gluten essen? Es geht nicht um Glutamat ;) sondern um...
  • You Call This Thai Food?

    You Call This Thai Food?: The Robotic Taster Will Be the Judge Thailand - Elektronische Zunge soll Thai-Essen besser machen - SPIEGEL ONLINE
  • Fake-Food und andere Leckereien

    Fake-Food und andere Leckereien: Der Beitrag wurde abgetrennt, tigerewi ist nicht der Threadstarter. Im hohen Norden isst man ja auch nur Fischbrötchen (Matjes, Lachsersatz...
  • Thai- Food

    Thai- Food: bin neu aber gibts hier keinen austausch über rezepte/gerichte und was sonst so schmeckt? meiner meinung nach ist thail. die beste küche der welt...
  • open food market

    open food market: hallo zusammen gibt es einen open food market in kata? danke
  • open food market - Ähnliche Themen

  • Thai Food glutenfrei

    Thai Food glutenfrei: Hi zusammen, wer von euch leidet unter Zöliakie oder kann/will aus anderen Gründen kein Gluten essen? Es geht nicht um Glutamat ;) sondern um...
  • You Call This Thai Food?

    You Call This Thai Food?: The Robotic Taster Will Be the Judge Thailand - Elektronische Zunge soll Thai-Essen besser machen - SPIEGEL ONLINE
  • Fake-Food und andere Leckereien

    Fake-Food und andere Leckereien: Der Beitrag wurde abgetrennt, tigerewi ist nicht der Threadstarter. Im hohen Norden isst man ja auch nur Fischbrötchen (Matjes, Lachsersatz...
  • Thai- Food

    Thai- Food: bin neu aber gibts hier keinen austausch über rezepte/gerichte und was sonst so schmeckt? meiner meinung nach ist thail. die beste küche der welt...
  • open food market

    open food market: hallo zusammen gibt es einen open food market in kata? danke
  • Oben