www.thailaendisch.de

เศร้าจัง :-(

Diskutiere เศร้าจัง :-( im Thaiboard Forum im Bereich Thailand Forum; ออกตามหาพี่เจ๊ยบค่ะ........... ใครทราบตอบด่วน ไม่ทราบว่ายังปลอดภัยดีรึเปล่า หลังจากที่ได้สร้างวีรกรรมมา ทางบ้าน(เฮา)...
M

MaGic

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ออกตามหาพี่เจ๊ยบค่ะ...........



ใครทราบตอบด่วน ไม่ทราบว่ายังปลอดภัยดีรึเปล่า หลังจากที่ได้สร้างวีรกรรมมา
ทางบ้าน(เฮา) เป็นห่วงอย่างร้ายแรง......
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ล้อเล่นนะคะพี่เจี๊ยบ ไม่เห็นเขียนมา รึว่าไปเที่ยวที่ไหนคะ แวะเข้ามาเร็วๆนะคะ
คิดฮอดหลายแต๊ๆ

น้อง-ไพลิน
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
คณุเจี้ยบไม่อยุ่หรอ ! ?


หายไปไหนแล้วล่ะ เดียวพี่ชว่ยตามหาอีกคน ไครเห้นคณุเจี้ยบบาง?

ฮว้ย บอ่ได้เดอ้ !! แบบนี ไปไช๊ กะไห่บอกกันแนแม้ เป็นหวงเดอ้ค่ะเดอ้คณุเจี้ยบ

จาก หนอ่ยเดอ้ค่ะเดอ้
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สังเกตว่าเริ่มจะบ้าๆ ต๊องๆกันหมดแล้วนะคะเนี่ย
คงต้องรบกวนให้คุณพ่อบ้านช่วยดูแลเป็นพิเศษ....

น้อง-ไพลิน เด้อค่ะ
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีค่ะ

เจี๊ยบเพิ่งกลับจากงานทาบุญที่วัดมาค่ะ เมื่อวันศุกร์เสาร์ไป Erfurt กลับมาถึงเมื่อคืนนี้เองล่ะ เพิ่งจะมีเวลาเข้ามาอ่าน เขียนในโฟรุ่มได้สักครู่ใหญ่นี้เองค่ะ

คิดถึงทุกคนนะคะ
เจี๊ยบ
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]วันนี้ช่วง เบรก ได้คุยกับเพื่อนร่วมชั้นชาวรัสเซีย เธอถามวาเมื่องไทยต่างจากเยอรมันมากไหม ต่างยังไงบ้าง ได้ตอบเขาไปนิดหน่อย แต่ในใจมีเรื่องให้ต้องคิด และเปรียบเทียบเยอะแยะ เจี๊ยบมาเยอรมันครั้งแรกสามีพาไปช้อปปิ้ง ที่ให้ตื่นตาตื่นใจเพราะรถเข็นสาหรับจ่ายของต้องใช้เหรียญใส่เข้าไปก่อนถึง จะเอามาใช้ได้ จ่ายของเสร็จก็เอาเข้าไปเก็บที่ และได้เหรียญคืน อันนี้บ้านเราไม่มี ไปจ่ายของทีไร ก็เจอแต่รถเข็นเต็มลานจอดรถ หน้าห้างเกลื่อนไปหมด เห็นแล้ว อยากให้ตามห้าง ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเมืองไทยมีบ้างจัง จะได้ไม่ต้องเปลืองค่าแรงจ้างพนักงานตามเก็บรถเข็นเข้าที่ให้เรียบร้อย เรื่องต่อมาก็คือถุงใส่ของ บ้านเราไม่ต้องเสียตังค์ค่าถุงพลาสติกเวลาไปซื้อของตามห้าง หรือซุปเปอร์ฯ แต่ที่นี่ส่วนใหญ่ ต้องเสียตังค์ คนที่นี่จะนิยมถือถุงผ้าฝ้ายหรือตะกร้า เอาไว้ใส่ของ นอกจากจะไม่ต้องเสียเงินซื้อถุงแล้วยังรักษาสภาพแวดล้อมดีด้วย ที่เมืองไทยมีการรณรงค์อยู่ช่วงหนึ่ง คนไหนเอารถส่วนตัวมาจ่ายของ ไม่ต้องเอาถุงพลาสติก ให้ใส่ท้ายรถขับกลับบ้านได้เลย แต่ไม่ยักมีใครทา อีกเรื่อง คือขยะ สมัยท่านจาลอง ศรีเมืองเป็นผู้ว่ากรุงเทพฯ ท่านก็รณรงค์ให้มีการแยกขยะก่อนจะทิ้ง จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รับการร่วมมือมากนัก

ที่เขียนนี่ไม่ใช่ว่าที่นี่ดีไปซะหมด แต่อยากให้เมืองไทยเป็นอย่างนี้บ้างจัง ถึงอย่างไรก็ยังรักเมืองไทยอยู่

เจี๊ยบ

ปล ยังมีภาคต่อไปอีกจ้ะ
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ที่สิงคโปร์ ก็เหมือนกันค่ะ ใช้ถุงเกลื่อนมาก สร้างขยะ ชอบแบบเยอรมันทำกัน เสียอย่างเดียวที่นั่น ห้างปิดเร็วไปหน่อยนะคะ.....อาทิตย์ก็ไม่เปิด ไปแรกๆ หนูรับไม่ได้ค่ะ......

น้อง
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คุณเจี้ยบ หายไปไหนก็ไม่รู้

ไม่รู้ว่าหายเป็นหวัดยัง เมื่อวานก็ไม่เห็น อนไล้ด์ หายหวัดยังก็ไม่รู้ เป็นหว่งค่ะ


หนอ่ย
[/FONT]
 
M

MaGic

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]พี่เจี๊ยบดีขึ้นแล้วค่ะ แต่พี่สิคะ จะเป็นต่อ....เอะโฟรุ่มนี้เป็นพาหะนำหวัดอะป่าววววววว........ ดูแลสุขภาพกันนะคะ....เป็นห่วงค่ะ


น้อง
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ถึงทุกๆคน

แหม...ถ้าโฟรุ่มนี้แพร่เชื้อหวัดได้ เจี๊ยบคงต้องเซย์บ๊าย...บายก่อนเป็นแน่ เมื่อวานอาการดีขึ้นแล้ว แต่กลับมาก็อาบน้าสระผมอีก อุตส่าห์ใช้ไดร์เป่าผมให้แห้งแล้วเชียวนะ ไม่วายอาการกาเริบขึ้นมาอีก วันนี้เสียงหาย (ยิ่งกว่าเอวหายซะอีกแน่ะ) ดีหน่อยที่อาการไอลดลง สมาชิกทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง หายดีเมื่อไหร่ จะซ่าส์ให้มากกว่านี้ค่ะ


ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ บางที่ก็เปิดเช้านะ จันทร์ถึงศุกร์ 7โมงเช้าถึง 2ทุ่ม วันเสาร์ 7โมงเช้าถึง 4โมงเย็น (REWE) วันอาทิตย์หยุด จริงๆแล้วมันก็ดีตรงที่พนักงานมีเวลาพักผ่อน ไ้ด้อยู่กับครอบครัว พี่เจี๊ยบไม่ค่อยชอบไปจ่ายของเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็นสามีไปจ่าย ขานี้เขาไม่ชอบไปจายวันศุกร์หรือเสาร์ ปกติจะไปจ่ายกันวันอื่น เพราะไม่ต้องยืนเข้าคิวรอจ่ายเงินนาน ว่าไปแล้วบ้านเราสบายกว่าตรงที่จะไปซื้อเวลาไหนก็ได้ มีหลายที่แข่งกันแย่งลูกค้า ยิ่ง 7-Eleven ยิ่งแล้ว ซื้อได้ตลอด24ชม

กลับจากเยอรมัน เวลาไปห้าง เราก็เอาถุงผ้าฝ้ายไปใช้ใส่ของที่เราซื้อ พนักงานเก็บเงินเขาก็มองเราแปลกๆ พ่อกับแม่ก็ว่าคงมีแต่ยายเจี๊ยบคนเดียวเท่านั้นที่ทาแบบนี้ (ส่วนแม่นั้นไม่ต้องพูดถึง เธอเก็บสะสมถุงพลาสติกเอาไว้ใส่ขยะเยอะมาก จนเกินความจาเป็น) แต่เราก็ยังทาอยู่ ไม่สนใจใครเขาจะว่าอย่างไร ถือคติว่า ช่างมันฉันไม่แคร์


Jia
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ถึงทุกๆคน ค่ะ

พุดถึงความเจริญและความสะอาด ของบ้านเรา(ไทย)หนอ่ยว่าต้องกู้กันอีกยกไหญ่เลย.หนอ่ยจากเมืองไทยมานานเวลา กลับไปทีก็เห็นความแตกต่างมากมายก่ายกงเลยระหว่างเมืองไทยและต่างประ ทศ(เยอรมัน...โดยฉเพราะความสะอาด)แต่ประเทศไทยเป็นที่นิยมของต่างชาติมาก .มีทเลแห่งความฝัน..ความสวยงามที่แตกต่างไม่เหมือนไคร(ประเทศ) อากาศ. และรอยยี้มของคนไทย ชึ่งที่เมืองนอกแทบจะต้องชื้อก็นก็ว่าได้เลย คะ.เมืองไทยเป็นเมืองที่หน้าทอ่งเทียวมากกว่าหลายประเทศที่มี. เท่าที่รู้และได้ยินจากปากฝรั่งมาค่ะ(เรอึ่ง ธรรมชาติและความสวยงามของประเทศเรา)ชึ่งฝรั่งจะชอบพุดเสมอว่าบ้านเราถ้า ขะยะ ไม่ที้งเกลื่อนทิ้งเป็นดีจะได้ไม่ปกปิดความสวยงาม ..ยังมีอีกมายที่จะเอามาเล่าไห้ฟ้ง

หนอ่ย
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ใช่ แล้ว เมืองไทยไม่ค่อยจะรักษาความสะอาด ไม่ค่อยคานึงถึงสภาพแวดล้อม ไม่อนุรักษ์ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะสร้างสิ่งอานวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวเสีย จนลืมนึกถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอนนี้เมืองไทยน้าท่วมทั้งปี ต้นปีทางภาคเหนือ แล้วก็ค่อยๆล่นลงมาที่ภาคอิสาน ภาคกลาง ปลายปีก็ท่วมภาคใต้ เพราะคนไทยลักลอบตัดไม้ทาลายป่าก้นเยอะ ผิวดินไม่มีต้นไม้รองรับน้าฝน เห็นแล้วสลดใจมากๆ เศร้าใจจริงๆ


Jiap
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif] ถึงคุณเจี้ยบ พูดถึงนำทว่มก็ใจหาย ค่ะบ้านเรายิ้งจนๆอยุ่ชาวไร่ชาวนาคุณเจียบพุดมาก็ทำไห้หนอ่ยคิดถึงบ้านนอก นิดๆขึ้น...แต่กาฬาสินธุ์อยุ่สูงหน่อยจึงค่อยยังชั่วเวลาฝนตกก็ตกจนหน้า ตกใจ..ทางภากไต้นำทว่มบ่อยจริงไมคะคุณเจี้ยบ..?ที่ถามมาเพราะหนอ่ยไม่ค่อย รู้เรอึ่งเท่าไหร่เพราะจากเมืองไทยมานาน....


หนอ่ย
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คุณหน่อย

ใช่แล้วค่ะ ทางภาคใต้น้าจะท่วมทุกปี โดยเฉพาะปลายปี ภาคใต้จะเป็นหน้าฝนอยู่แล้ว แถมน้าจากทางเหนือก็ไหลบ่าลงใต้อีก ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เมื่อปีก่อนทางภาคเหนือ (จาไม่ได้แล้วว่าเป็นจังหวัดไหน อาเภออะไร) ช่วงเดือนพฤษภา ชาวบ้านนอนหลับตอนกลางคืนอยู่ดีๆ นาป่าก็ไหลบ่าทาลายบ้านเรือนเสียหายทั้งตาบล จากนั้นก็จะมีที่จันทบุรีนี่ล่ะมั้งที่จะท่วมทุกปีเหมือนกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าปีนี้จะท่วมที่ไหนบ้าง

เจี๊ยบ
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ถึงทุกคน

เศร้าอีกแล้วซิเรา ดูข่าวจากเมืองไทย สื่อมวลชนถูกปิดกั้นเสรีภาพในการนาเสนอข่าว ฟังแล้วน่าเบื่อมาก เริ่มจะเบื่อๆรัฐบาลทักษิณแล้วซิ นี่เธอก็ปรับคณะรัฐมนตรีอีกหนแล้ว เอาพรรคชาติพัฒนาเข้าร่วมรัฐบาล ถึงจะเป็นพรรคของคนโคราชก็เถอะ ไม่น่าภูมิใจเท่าไร นี่ละน้า เขาว่ากันว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรทางการเมือง


เจี๊ยบ
[/FONT] [FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]
[/FONT]
 
N

Noi

Gast
Ich bin schon solange hier in Deutschland, aber Thailand ist  immer noch mein Heimatland.Manchmal  ist es schwer so zu nehmen wie es ist.       
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]สวัสดีทุก ๆ คนค่ะ

อ่านข่าวนี้แ้ล้ว เศร้าใจจัง
/ เจี๊ยบ

เด็กไทยโง่กว่าเพื่อนบ้านส่วนใหญ่แล้วหรือ?
ข่าวร้ายว่าด้วยมาตรฐานการเรียนของเด็กไทยมีให้ได้รับรู้กันหลายเรื่อง ในช่วงนี้ เริ่มด้วยเด็กไทยไม่ยอมคิด, เด็กไทยคิดไม่เป็น, เด็กไทยอ่อนคณิตศาสตร์, เด็กไทยไม่เก่งด้านวิทยาศาสตร์ และล่าสุดเด็กไทยอ่อนภาษาอังกฤษ

หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น รายงานอาทิตย์ที่ผ่านมา บอกว่าผลการสอบ TOEFL หรือ Test of English as Foreign Language อันเป็นการสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่ถือเป็นมาตรฐานทั่วโลกขณะนี้น่า ตกใจเป็นอย่างยิ่ง

แพ้ประเทศอื่นๆ ทุกประเทศในเอเชียอาคเนย์ ยกเว้นเพื่อนบ้านประเทศลาวเท่านั้น คืออยู่ตํ่ากว่า 500 เป็นการประเมินจากผลการสอบสี่ปี ระหว่าง ค.ศ.1995 ถึง 1998 และเป็นผลเฉลี่ยของนักเรียนไทยที่ไปสอบทั้งหมด 180,000 คน กับศูนย์บริการการศึกษาที่เรียกว่า Educational Testing Service

แสดงว่าเป็นคะแนนเฉลี่ยที่เกลี่ยพอสมควร ไม่ได้เลือกเอาเฉพาะที่เลวที่สุดมากล่าวหากันให้เสียหายชื่อเสียงของประเทศ

การสำรวจนี้ ทำโดยศูนย์ทดสอบวิชาการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เรียกว่า Chulalonglorn Academic Testing Centre

กลุ่มประเทศที่มาอันดับแรก คือสิงคโปร์กับฟิลิปปินส์ โดยได้เฉลี่ย 550

อีกหกประเทศที่เหลือในเอเซียนเฉลี่ยอยู่ที่ระหว่าง 500 ถึง 550

มหาวิทยาลัยดีๆ ของเมืองนอก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาหรืออังกฤษจะไม่รับเด็กที่ได้คะแนน TOEFL ต่ำกว่า 600 ดังนั้น พอจะวาดภาพได้ไหมว่าเด็กไทยจะได้เข้าไปเรียนสถาบันโดดเด่นของเมืองนอกได้ อย่างไร?

ผลการสำรวจครั้งนี้ แสดงว่าทั้งเด็กกัมพูชา, เวียดนามและพม่า เก่งภาษาอังกฤษมากกว่าเด็กไทยและมีโอกาสที่จะร่ำเรียนต่อในเมืองนอกดีกว่า เด็กไทยเช่นกัน

เราสมควรจะตกใจหรือเปล่า? บางคนอาจจะเถียงข้างๆ คูๆ ว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ "ภาษาพ่อภาษาแม่ของเรา" ทำไมจะต้องเดือดร้อนมากมาย

บางคนดิ้นต่อด้วยการอ้างว่า ขนาดเรียนภาษาไทยยังลำบากลำบนเลย จะให้เด็กไทยไปกระเสือกกระสนร่ำเรียนภาษาต่างประเทศให้เหนื่อยอ่อนไปทำไม เล่า

อีกบางคนก็บอกว่าการสอนภาษาต่างประเทศให้เด็กไทยนั้น เป็นการ "ยัดเยียด" เด็กไทยมากเกินไป เด็กจะรับไม่ได้ จึงไม่ควรจะสอนภาษาต่างประเทศให้เด็กไทยตั้งแต่อายุยังน้อย

ใครจะมีเหตุผลที่จะไม่ต้องปรับปรุงการร่ำเรียนของเด็กไทยอย่างไรก็ตามที ผมถือว่า นี่คือ ความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทยอย่างสิ้นเชิง

หากไทยต้องการจะแข่งขันได้ในเวทีสากล หรือหากเด็กไทยจะสามารถอ่านหนังสือและรับรู้ความเป็นไปของสังคมโลก

หรือเอาง่ายๆ กว่านั้น ก็พูดได้ว่า หากเราต้องการให้เด็กไทยเรามีความสุข มีชีวิตที่มีความหมาย อ่านหนังสือหนังหาต่างประเทศเพื่อความรู้และความบันเทิง

ใครที่เชื่ออย่างนี้ก็ต้องเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งว่า เด็กไทย "โง่" กว่าคนอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เราต้องโกรธตัวเอง ต้องโทษตัวเอง และต้องยอมรับว่าเราขาดวินัย ขาดความสำนึก และขาดความรับผิดชอบต่อคนรุ่นหลังที่ปล่อยให้มาตรฐานความรู้ความอ่านของเด็ก ไทยตกต่ำถึงขนาดนี้

เด็กไทยกำลังจะเป็นเด็กไร้คุณภาพ ขาดความรู้สึกฮึดสู้ และไม่กล้ารับการท้าทาย เพราะอยู่ในระบบและบรรยากาศที่ไม่สนใจว่า จะแพ้ประเทศไหนอย่างไร

พูดให้ช้ำใจก็ต้องบอกว่า ประเทศอื่นที่เขาเคยเป็นเมืองขึ้นฝรั่งต่างก็มีความเก่งกาจสามารถด้านภาษาต่างประเทศมากกว่าเด็กไทย

บางคนอาจจะอ้างข้างๆ คูๆ ต่อว่าเราควรจะภูมิใจที่เด็กเราไม่เก่งภาษาอังกฤษ เพราะเท่ากับเป็นการยืนยันว่า เราไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของใคร

ถ้าคิดกันได้อย่างนี้, ก็เห็นจะไม่ต้องเห็นอนาคตของประเทศชาติอีกต่อไป

โลกเล็กลง, อินเทอร์เน็ตกว่าร้อยละ 80 เป็นภาษาอังกฤษ, การแข่งขันในเวทีสากล คือการใช้ภาษาอังกฤษวันนี้ และต่อไปภายภาคหน้า คือการจะต้องรู้ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น และบวกภาษาสากลอื่นอีกหลายภาษา

หากเราต้องการยืนอยู่ในเวทีโลก หากเราต้องการให้ประเทศไทยในวันข้างหน้ายืนอยู่แถวหน้า และไม่พลาดโอกาสอันสำคัญของประเทศ

คนรุ่นนี้ต้องไม่ทำร้ายเด็กรุ่นใหม่ด้วยการอ้างเหตุอ้างผลที่ฟังไม่ขึ้นมาปลอบตัวเองอีกต่อไป

ผมไม่ตั้งความหวังในการ "ปฏิรูปการศึกษา" ของรัฐบาลมานานแล้ว, วันนี้ข่าวร้ายทั้งหลายเกี่ยวกับ "กึ๋น" ของเด็กไทยที่เหี่ยวเฉาลงทุกทีกำลังบอกเราว่า

อนาคตของประเทศอยู่ในมือของเด็กไทยที่มีมาตรฐานการศึกษาสู้ใครๆ รอบบ้านไม่ได้เลย

ยังสงสัยอีกไหมว่า ทำไมใครมาทำปู้ยี้ปูยำกับบ้านเมืองเราทุกวันนี้ ทุกคนจึงยังดูเหมือนยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

ปกครองคนโง่ง่ายดีนี่ครับ

เขียนอย่างนี้แล้วยังไม่โกรธ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วครับ

สุทธิชัย หยุ่น / เนชั่นสุดสัปดาห์
[/FONT]
 
J

Jiap

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]คุณหน่อย

พูดไปแล้ว หวังพึ่งระบบการศึกษาไทยคงไม่ได้ ต้องฝึกฝนเอาเอง อยู่ที่ใครจะใส่ใจ เพราะที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็ให้เราได้แค่ทฤษฏี ในเรื่องของปฏิบัติ (อ่าน ฟัง พูด เขียน) มันอยู่ที่นอกห้องเรียน

เจี๊ยบค่ะ
[/FONT]
 
N

noyne

Gast
[FONT=Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif]ขอบคุณค่ะพี่ เจี๊ยบที่ก๊อปมาให้อ่าน ได้เห็นผ่านๆตาอยู่แต่ไม่ได้อ่านเลยเพิ่งมาได้อ่านก็ตอนนี้แหละค่ะ เมื่อวานหน่อยเชทที่ ยาฮู ไปเจอเด็กดอช์ยอายุ14ปี แหม
น้องท่านพูดอังกฤษจ้อเลย แถมบอกว่าชอบผู้หญิงที่แก่กว่าซะอีก น่าตีจริงๆทะลึ่ง
จัง หากเทียบเขาคงอยู่ประมาณม.2 แต่เขาเก่งภาษาเทียบกับเด็กไทยม.6 เลยเชียว ที่เมืองไทยเพื่อนหน่อยที่จบสูงๆหลายคน แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่ืองก็มี
ไม่รู้ว่าเขาจบมาได้อย่างไร เอ...หรือว่าไม่รู้ที่มหาลัยสอนอะไรให้กับนักศึกษา..
หน่อยแน่
[/FONT]
 
Thema:

เศร้าจัง :-(

Oben