Seite 1 von 2 12 LetzteLetzte
Ergebnis 1 bis 10 von 11

Bitte dringend um übersetzung....

Erstellt von Rawaii, 01.04.2004, 08:26 Uhr · 10 Antworten · 2.392 Aufrufe

  1. #1
    Rawaii
    Avatar von Rawaii

    Bitte dringend um übersetzung....

    Kann mir das bitte jemand übersetzen?

    Name und adresse.....



    นาย บุญฤทธิ์ พูลทรัพย์

    25/2 , -, ลานสกา, นครศรีธรรมราช
    25/2 หมู่2 ถ กะโรม ลานสกา 0-7539-xxxx



    Danke schön

  2.  
    Anzeige
  3. #2
    waanjai
    Avatar von waanjai

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    Gegen Vorkasse

  4. #3
    Thai-Robert
    Avatar von Thai-Robert

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    Schade Rawaii ich kann´s leider nicht übersetzen.

    Aber ich lasse gerade eine Übersetzung von Deutsch auf Thai machen.

    Die Geschichte von Ostern,geschrieben von Beach.Kann man hier lesen.

    Die Übersetzung kostet ca.200,- Euro und ist ca. Gründonnerstag in Thai zu lesen.

    Und wenn gewünscht werde ich die Ostergeschichte auch für Eure Ladys in´s Nittaya setzen.

    Damit Sie an Ostern auch die richtigen Eier suchen.

  5. #4
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    Ich habe die Ostergeschichte in Thai.. Wer sie will. PM.

    Michael.

  6. #5
    Kali
    Avatar von Kali

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    Zitat Zitat von yunike5ROBERT",p="123177
    ...Die Übersetzung kostet ca.200,- Euro und ist ca. Gründonnerstag in Thai zu lesen.
    Robert, das ist ja die Kurtaxe für für 100 Tage für Koh Chang

  7. #6
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    Zitat Zitat von Rawaii",p="123164
    Kann mir das bitte jemand übersetzen?

    Name und adresse.....



    นาย บุญฤทธิ์ พูลทรัพย์

    25/2 , -, ลานสกา, นครศรีธรรมราช
    25/2 หมู่2 ถ กะโรม ลานสกา 0-7539-xxxx



    Danke schön
    Mr. Boomyalit Poomsrap
    Lanska, Nakornsrithamarat
    Moo 2 Karom Rd., Lanska

  8. #7
    Thai-Robert
    Avatar von Thai-Robert

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    Ich habe eben die Rechnung bekommen .

    11.259 Zeichen = 189,96 Euro incl.

    Aber....
    Ich habe die Ostergeschichte in Thai..
    .... da kann ich mir das Geld sparen.

  9. #8
    Rawaii
    Avatar von Rawaii

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    Danke Chonburi's Michael


    Gruss Henri

  10. #9
    Thai-Robert
    Avatar von Thai-Robert

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    So Ostern ist vorbei,und die teure Ostergeschichte setze ich mal hier rein.
    Damit könnt Ihr Ostern so richtig ausklingen lassen.


    ศุกร์ศักดิ์สิทธิ์

    ศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ หรือศุกร์ประเสริฐ หรือที่เรียกกันว่าศุกร์สงบเงียบนั้น เป็นวันศุกร์แห่งสัปดาห์อันศักดิ์สิทธิ์ที่คริสตชนต่ างตั้งจิตรำลึกถึงการสิ้นพระชนม์ด้วยการถูกตรึงบนไม้ กางเขนขององค์พระเยซูคริสต์ ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธ์นี้ ตามพิธีกรรมโรมันทุกวันนี้จะมีการเฉลิมฉลองด้วยการสร รเสริญนมัสการพระผู้เป็นเจ้าพร้อมด้วยการอ่านเรื่องร าวมหาทรมาน การแสดงความเลื่อมใสศรัทธาต่อไม้กางเขนและการรับศิลม หาสนิท
    ฝ่ายคริสตจักรนิกายโปรแตสแตนท์นั้นถือกันว่า วันนี้เป็นวันสำคัญสูงสุด มีการถือศิลอดอาหารเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเ ศร้าโศกโทมนัสภายใต้บรรยาการอันเงียบสงบ เป็นเวลาแห่งการตรึกตรองทบทวนตัวเอง คำว่า”Karfreitag“ หรือศุกร์ศักดิ์สิทธิ์นี้อาจมาจากคำว่า “Chara” ในภาษาเยอรมันเก่าแก่ ซึ่งแปลว่าคร่ำครวญหรือโทมนัสนั่นเอง
    การถูกตรึงบนไม้กางเขนและการสิ้นพระชนม์ขององค์พระเย ซู การที่พระองค์ถูกจับมัด การไต่สวนพระองค์ต่อหน้าปุโรหิตที่ปรึกษาชั้นสู ง การส่งตัวพระองค์ขึ้นฟ้องต่อปิลาตผู้สำเร็จราชการโรม ัน การเยาะเย้ยถากถางต่อพระองค์ การตัดสินประหารชีวิต การนำพระองค์ไปยัง โกลโกตา และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระองค์ในเวลาประมาณ ชั่วโมงที่เก้าในตอนเย็นก่อนวันซับบาธ ทั้งหมดนี้ได้รวมตัวกันเป็นเบื้องหลังที่ทำให้ศุกร์ศ ักดิ์สิทธิ์เป็นวันหยุดอันสำคัญยิ่งของศาสนจักรตามคั มภีร์ไบเบิล ศาสนจักรฝ่ายปฎิรูป ถือว่าการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เป็นการปลดปล่อ ยจากบาปและความผิดทั้งปวง ด้วยเหตุนี้ศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นวันสำนึกบาปอันสำคัญยิ่ง ของชาวคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ในสมัยก่อน มากกว่าวันอื่นๆ
    ถึงแม้ในช่วงศตวรรษต้นๆจะไม่มีการประกอบพิธีในโบสถ์เ พื่อสรรเสริญนมัสการพระเจ้าในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์นี ้ก็จริง แต่ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่า มีการถือศิลอดอาหารแสดงความทุกข์โทมนัสในวันศุกร์และ เสาร์ศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว ในศตวรรตที่สี่ได้ปรากฎหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าได้ม ีการเฉลิมฉลองสรรเสริญนมัสการพระเจ้าในช่วงสัปดาห์ศั กดิ์สิทธิ์และในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์มีการสรรเสริญนม ัสการพระเจ้าตั้งแต่ชั่วโมงที่เก้าเป็นต้นไป (เริ่มนับชั่วโมงแรกเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น) จนถึงกลางคืน

    ชาวเยรูซาเลมถือได้ว่าเป็นต้นคิดในการเฉลิมฉลองศุกร์ ศักดิ์สิทธิ์ การเฉลิมฉลองของที่นั่นจะเริ่มขึ้นในท่ามกลางความมืด ของยามค่ำคืน เมื่อมีเสียง”ไก่โห่ครั้งแรก” จะมีการเคลื่อนขบวนแห่ไปยังสวนเก็ชเซมาเน (Getsemani) เพื่อฟังการอ่านพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ว่าด้วยกา รถูกจับของพระเยซู เมื่อขบวนเคลื่อนกลับเข้ามาในเมืองอีกครั้งหนึ่งในเว ลาใกล้รุ่ง ประชาชนก็จะรวมตัวกันที่ ในโสถ์ไม้กางเขน และฟังการอ่านพระคัมภีร์ตอนที่พระเยซูทรงถูกไต่สวนต่ อหน้าปิลาต และก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นนั้นเอง ทุกคนจะสวดอ้อนวรณ์ตรงหน้าเสาต้นหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ที่พระเยซูถูกมัดและถูกโบยตีด ้วยแซ่ และจากประมาณชั่วโมงที่สองประมาณเวลาแปดนาฬิกาเป็นต้ นไปจนถึงชั่วโมงที่หกเป็นการกล่าวสรรเสริญสักการะบูช าไม้กางเขน จากชั่วโมงที่หกเรื่อยไปจนกระทั่งถึงชั่วโมงที่เก้าเ ป็นพิธีสรรเสริญนมัสการพระเจ้าซึ่งประกอบไปด้วยสุดยอ ดแห่งพิธีกรรมคือการอ่านบทความเกี่ยวกับการสิ้นพระชน ม์ของพระเยซูจากพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ โยฮันเนส หลังจากนั้นชาวคริสต์ก็จะพากันไปยังโบสถ์แห่งการฟื้น จากความตาย เพื่ออ่านคัมภีร์ใหม่ว่าด้วยการวางพระศพของพระเยซูคร ิสต์
    ส่วนในโรมนั้นเป็นที่สันนิษฐานกันว่าได้มีการแห่ขบวน พิธีตามแบบอย่างของชาวเยรูซาเลมตั้งแต่ศตวรรษที่เจ็ด จากโบสถ์ลาเทรานบาสิลิคา ไปยังโบสถ์ “ไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเลม” ซึ่งเป็นที่ที่มีการสักการะบูชาไม้กางเขนที่ได้นำเข้ ามา และในศวรรษที่เจ็ดนี้อีกเช่นกันที่ได้เกิดมีขนบธรรมเ นียมการนำพิธีสรรเสริญนมัสการพระเจ้าและการรับศิลมหา สนิทมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ครั้นถัดมาในสมัยปลายๆของยุคกลาง ขบวนแห่พิธีศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไป โดยมีการแสดงละครให้เห็นฉากมหาทรมานต่างๆจากพระคัมภี ร์ใหม่เพิ่มขึ้น
    ก่อนถึงเทศกาลอีสเตอร์ จะมีเทศกาลการถือศิลอดหรือเทศกาลมหาพรตเป็นระยะ เวลา ๔๐ วัน โดยเริ่มจากวันพุธรับเถ้า (Aschermittwoch) คำว่าเทศกาลถือศิลอดนี้กำหนดให้มีนัยอย่างเดียวกันกั บคำว่ามหาทรมานของศัพท์ทางคริสตจักร มหาทรมานเป็นการบรรยายถึงการประสบเคราะห์กรรมของพระเ ยซูคริสต์ คริสตชนจะรำลึกถึงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากมหาทรมานข องพระเยซูคริสต์และถือเอาการปฎิบัติของพระองค์เป็นแบ บอย่างในทางปฎิบัติ ดังนั้นการถือศิลอดอาหารก่อนเทศกาลอีสเตอร์จึงเป็นกา รฝึกฝนจิตวิญญาณให้มีความพร้อมต่อชีวิตที่เต็มไปด้วย ความรับผิดชอบสืบไป

    เทศกาลถือศิลอดอาหารนี้มีระยะเวลารวมทั้งหมดสี่สิบวั น และเนื่องจากไม่มีการถือศิลอดอาหารในวันอาทิตย์ วันถือศิลอดจึงนับเฉพาะวันทำงานเท่านั้น การถือศิลอดจะเริ่มจากวันพุธรับเถ้า และสิ้นสุดในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ เลขจำนวน ๔๐ นี้มีความสำคัญมากที่เดียวในคัมภีร์ไบเบิล และการถือศิลอดอาหารเป็นเวลาสี่สิบวันมีก็มีที่มาจาก การสวดมนต์อธิษฐาน-อดพระกระยาหารของพระเยซูคริสต์เป็นเวลาสี่สิบวั น หลังจากพิธีล้างบาปของพระองค์ในแม่น้ำจอร์แดนที่พระอ งค์ได้กำหนดขึ้นนั่นเอง
    แต่ก็ยังมีช่วงเวลาที่สำคัญอื่นๆอีกมากมายที่กล่าวไว ้ในพระคัมภีร์ไบเบิล ตัวอย่างเช่นเรื่องน้ำท่วมโลก(Sintfluß) และระยะเวลาที่โมเสส พักอยู่บนเทือกเขาไซไน ก็เป็นเวลาสี่สิบวันเช่นเดียวกัน
    การถือศิลอดอาหารเพื่อเป็นการเตรียมตัวรอรับเทศกาลอี สเตอร์นั้นเป็นประเพณีที่ปฎิบัติกันมาช้านาน ในศตวรรษที่สองได้มีการถือศิลอดอาหารก่อนวันคืนพระชน ม์ในวันอาทิตย์หรือวัน
    อีสเตอร์ (Ostersonntag) เป็นเวลาสองวัน ในระหว่างการถือศิลอดอาหารนี้ชาวคริสต์จะงดบริโภคเนื ้อหรือสัตว์เลือดอุ่นชนิดต่างๆ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ พวกเขาจะทานอาหารเพียงมื้อเดียวในตอนเย็น และตัดรายการอาหารพวกนม เนยเนยแข็งและไข่ออก ส่วนชาวคริสต์ในยุคกลางนั้นเกือบจะไม่ได้รับอนุญาตให ้รับประทานอาหารเลย ในขณะที่ในช่วงแรกของการถือ
    ศิลอดอาหารเป็นการแสดงออกถึงความทุกข์โทมนัสต่อการสิ ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซู ในช่วงหลังจะเป็นการรำลึกถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่เพ ื่อการไถ่บาปให้แก่มวลมนุษย์ของพระองค์ สีที่ใช้ประจำคริสตจักรระหว่างการถือศิลอดอาหารนี้คื อสีม่วง เพราะสีม่วงเป็นสีแห่งการรับโทษเพื่อไถ่บาป การสวดมนต์อธิษฐานและการสำนึกบาป นอกจากนี้สีม่วงยังเป็นสัญญลักษณ์แสดงถึงมหาทรมานของ พระเยซูเจ้า ด้วยพระเยซูเจ้าได้สรวมใส่ เสื้อคลุมสีม่วงขณะเดินทางไปสู่การถูกจับตรึงบนไม้กา งเขนของพระองค์ พวกเขาได้สรวมใส่เสื้อคลุมนี้ให้แก่พระองค์เพื่อจะได ้เยาะเย้ยถากถางพระองค์ ผู้ที่ต้องการรับศิลล้างบาปใหม่ในช่วงอีสเตอร์น ั้น จะต้องสรวมใส่เสื้อผ้าสีม่วงเพื่อเป็นสัญญลักษณ์แห่ง การรับโทษ และเพื่อเป็นสัญญลักษณ์ต่อการยกโทษบาป พวกเขาจะถอดเสื้อผ้าสีม่วงเหล่านี้ก็ต่อเมื่อในคืนวั นอีสเตอร์

    ปัจจุบันนี้การถือศิลอดส่วนใหญ่ในช่วงอีสเตอร์จะไม่ม ีการงดการรับประทานและการดื่ม แต่เหล่าคริสตชนจะให้ความสำคัญกับการปฎิบัติอย่างมีป ระโยชน์สุขต่อสิ่งที่พระเจ้าได้ประทานให้ การสวดมนต์และการระลึกตั้งสติไว้ในความเชื่อจะช่วยขั ดเกลาจิตสำนึกให้สูงส่งยิ่งขึ้นเพื่อเป็นรากฐานสำหรั บชีวิตที่มีความรับผิดชอบ ผู้คนจำนวนมากงดอาหารประเภทเนื้อและ ของหวาน พวกเขาจะไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่และไม่เสพเครื่องดองของเมา หลายคนบริจาคเงินให้แก่องค์กรสาธารณะประโยชน์ต่ างๆ ในปัจจุบันนี้วันถือศิลอดอาหารที่แท้จริงและเคร่งครั ดคือวันพุธรับเถ้าและวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์เท่าน ั้น ตามประเพณีดั้งเดิมจะมีการรับประทานปลาแฮริ่งในวันพุ ธรับเถ้าแทนเนื้อ เชื่อกันว่ารสเปรี้ยวของปลาจะชำระร่างกายให้สะอ าด แต่อย่างไรก็ดีทุกวันนี้ได้มีอาหารทะเลชนิดอื่นๅเข้า มาแทนที่ปลาแฮริ่งราคาถูกๆมากขึ้นทุกที หลังจากการกำหนดปีทางคริสจักรใหม่ในปีคศ.๑๙๖๙ การถือศิลอดในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันพฤหัสก่อนศุกร ์ศักดิ์สิทธิ์ (Gründonnerstag) ถึงกระนั้นก็ตาม การถือศิลอดอาหารก็ยังได้รับการปฏิบัติจากประชาชนทั่ วไปในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ดูเหมือนว่าเลขจำนวน ๔๐ นี้จะถูกเลือกเอาตามอำเภอใจ


    เทศกาลอีสเตอร์

    เทศกาลที่สำคัญที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของชาวคริสต์คื อเทศกาลอีสเตอร์ การเฉลิมฉลองวันอีส เตอร์ของแต่ละโบสถ์จะไม่ตรงกัน และแต่ละโบสถ์ก็จะเน้นความสำคัญของพิธีกรรมแตกต่างกั นออกไป เดิมทีเดียวคริสตชนจะเฉลิมฉลองเพื่อรำลึกถึงการเป็นข ึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์ทุกๆวันอาทิตย์ เทศกาลอีสเตอร์ประจำปีจะเริ่มขึ้นติดต่อจากเทศกาลปัส กาของชาวยิว เนื่องจากพระเยซูคริสต์ได้ถูกตรึงบนไม้กางเขนในตอนเย ็นก่อนวันปัสกาหนึ่งวันและได้คืนพระชนม์ขึ้นมาในวันท ี่สาม เดิมทีเดียวเทศกาลปัสกาเป็นเทศกาลเก็บเกี่ยว หากแต่ได้กลายเป็นวันที่ระลึกการแยกอิสราเอลเป็นอสิร ะออกจากประเทศอียิปต์ เทศกาลปัสกาตามปฏิทินทางจันทรคติของบาบิโลน ที่ตรงกับวันเพ็ญขึ้นสิบห้าค่ำของเดือนแรกของปี นั้น จะไม่ตรงกันทุกปี และเพื่อเป็นการแยกเทศกาลอีสเตอร์ของชาวคริสต์ออกจาก เทศกาลปัสกา สภาไนเซียหรือสภาผู้นำคริสตจักรทั่วโลกได้ประชุ ม และมีมติแน่นอนในปี ๓๒๕ให้คริสตจักรทั่วโลกฉลองเทศกาลอีส เตอร์ให้ตรงกันในวันอาทิตย์หลังจากวันเพ็ญขึ้นสิบห้า ค่ำครั้งแรกของฤดูใบไม้ผลิ

    ชื่อออสเทอร์น (Ostern)ในภาษาเยอรมันที่มีการกล่าวว่าเป็นคำที่เพี้ ยนมาจากชื่อของเทพธิดาแห่งฤดูใบไม้ผลิของชาวเกอร์มาเ นีย ออสเทรา (Ostera) นั้น ยังไม่เป็นที่พิสูจน์ได้แน่ชัด ส่วนทฤษฎีที่ว่า ออสเทอร์นเป็นประเพณีนอกศาสนา แต่ได้ถูกหล่อหลอมรูปฟอร์มภายนอกทำให้กลายเป็นประเพณ ีของชาวคริสต์นั้น เพิ่งจะเกิดมีขึ้นในศตวรรษที่สิบเก้า และได้ถูกพวกฟาสซิสต์นำไปเป็นข้อโฆษณาชวนเชื่อ การอธิบายทั้งสองแง่ ทั้งแง่ที่เกี่ยวกับทางคริสศาสนาและแง่ที่ว่าด้วยประ เพณีนอกศาสนา หากพิจารณาอย่างเป็นกลาง จะเห็นได้ว่ามีความเป็นไปได้ทั้งสองกรณี ถึงแม้จะมีความหมายที่ขัดแย้งกันอย่างแรงก็ตาม การฉลองเทศกาลเทพธิดาออสเทรานั้นจะเป็นการเฉลิมฉลองผ ืนดินใหม่ที่มีสีเขียวขจีและความรัก (แสงสีแดงเรื่อแห่งรุ่งอรุณ) เพราะกลางวันในฤดูกาลนั้นยาวกว่ากลางคืน และฤดูใบไม้ผลิได้ย่างเข้ามาแทนที่ฤดูหนาว ธรรมชาติได้ตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลที่ยาวนานอีกครั้ งหนึ่ง อาจเป็นไปได้ว่าในระหว่างเทศกาลนี้มีประเพณีการบริจา คทานด้วยการฝังไข่ในดิน การให้ไข่เป็นของ ขวัญและมีการกินไข่ และแล้วเทศกาลนอกศาสนาออสเทราจึงถูกสรวมด้วยเสื้อคลุ มของศาสนจักรในที่สุด
    แต่สิ่งที่มีความเป็นไปได้มากกว่านั้นก็คือ “ออสเทอร์น” น่าจะมีความเกี่ยวพันมากที่สุดกับคำว่า
    “ออสเทน” (ทิศตะวันออก) ซึ่งเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น ในสมัยก่อนหลายๆแห่งได้กำหนดวันอีส เตอร์เป็นวันเริ่มปีใหม่ ซึ่งเป็นกำหนดเวลาที่นอกจากจินตนาการความเชื่อต่างๆใ นทางคริสศาสนา ในเรื่องของการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและการคืนพระชน ม์จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อสำคัญแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของประเพณีในฤดูใบไม้ผลิอีกมาก มาย การเผชิญกันระหว่างชีวิตและความตาย การแตกดับและการเริ่มชีวิตใหม่ การถือศิลอดอาหารและความสุรุ่ยสุร่าย ความล่มจมและการไถ่บาป

    คัมภีร์ของคริสตศาสนาได้กล่าวไว้ว่า ดวงตาของหญิงที่ได้พบหลุมฝังพระศพอันว่างเปล่าของพระ เยซูคริสต์เป็นอันดับแรกนั้น ต่างมองมุ่งตรงไปทางทิศตะวันออก อันเป็นทิศทางที่พระอาทิตย์ขึ้น เพราะพวกเธอเชื่อว่า พระเยซูเจ้าจะกลับมาสู่โลกจากทิศทางนั้น ดังนั้นการมองไปทางทิศตะวันออกจึงถูกแปรความให้สัมพั นธ์กันกับการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ และด้วยเหตุนี้เองอีกเช่นกันที่โบสถ์แห่งคริสตศาสนาถ ูกสร้างให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
    อีสเตอร์หรือออสเทอร์นเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญมากที ่สุ$

  11. #10
    CNX
    Avatar von CNX

    Re: Bitte dringend um übersetzung....

    :denk:

    Wer macht jetzt die Übersetzung

    Gruss
    C N X

Seite 1 von 2 12 LetzteLetzte

Ähnliche Themen

  1. bitte um übersetzung
    Von thai-rodax im Forum Treffpunkt
    Antworten: 2
    Letzter Beitrag: 14.06.10, 06:47
  2. Bitte um Übersetzung
    Von bwc07 im Forum Treffpunkt
    Antworten: 3
    Letzter Beitrag: 10.05.10, 08:06
  3. Bitte um Übersetzung
    Von tee-rak im Forum Literarisches
    Antworten: 2
    Letzter Beitrag: 29.11.07, 09:19
  4. Bitte um Hilfe / Übersetzung
    Von malton im Forum Treffpunkt
    Antworten: 3
    Letzter Beitrag: 12.09.03, 19:58