Seite 1 von 3 123 LetzteLetzte
Ergebnis 1 bis 10 von 21

World War

Erstellt von Chonburi's Michael, 15.12.2004, 06:22 Uhr · 20 Antworten · 3.499 Aufrufe

  1. #1
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    World War

    ถล่มศูนย์ทุนนิยมโลก
    พอเกิดการถล่มตึก World Trade เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 โลกก็ก้าวเข้าสู่วิกฤติใหญ่อีกแล้ว
    หลังจากนั้น สหรัฐอเมริกาก็ประกาศสงครามกับขบวนการผู้ก่อการร้ายท ั่วโลก และกับรัฐที่สหรัฐ เรียกว่ารัฐชั่วร้ายทั้งหลาย เหยื่อรายแรกคือ ประเทศอัฟกานิสถานซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ยากจนเกือบ ที่สุดในโลก เหตุการณ์ 11 กันยายน และสงครามคือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก
    สงครามระหว่างสหรัฐเอมริกากับอัฟกานิสถานครั้งนี้จะต ่างจากสงครามที่ผ่านมา ทั้งหมด รวมทั้งจะต่างจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง น่าจะเป็นที่มาของการเปลี่ยนผ่านการประวัติศาสตร์ครั ้งใหญ่หรือการเปลี่ยน อารยธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งทำให้นึกถึงงานเขียนของ Hazel Henderson นักคิดสตรีที่โด่งดังในยุคปัจจุบันที่นำเอาหลัก ทฤษฎี Chaos มาใช้อธิบายประวัติศาสตร์ปัจจุบัน และอนาคต ท่านแบ่งประวัติศาสตร์โลกออกเป็น 3 ช่วง
    ช่วงแรกคือ ช่วง Chaos กล่าวคือ มีสภาวะปั่นป่วน ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเกิดขึ้นของสงครามเล็ก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น และขยายตัวไปทั่วโลก ประวัติศาสตร์ช่วงนี้น่าจะกินเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ถึง 20 ปี
    หลังจากนั้น ท่านเรียกว่าช่วงประวัติศาสตร์แบบ Bifurcation หมายถึงช่วงที่อารยธรรมโลก ทุนนิยมเกิดการแตกตัวเป็นเสี่ยง ๆ ไม่มีชาติใดจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ของระบบทุนโลกได้อีก ต่อไป
    ช่วงนี้จะเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอเมริกาที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์ของ ระบบทุนโลกก้าวถึงกาลพังพินาศ ซึ่งจะส่งผลทำให้ตลาดเงินและตลาดหุ้น และระบบเศรษฐกิจของระบบทุนโลกพลอยตกในสภาพวิกฤติรุนแ รงและยาวนาน ภาษาอังกฤษคงใช้คำว่า The very Great Depression ในกรณีที่สหรัฐอเมริกาก้าวสู่สภาวะล่มสลาย และในเวลาเดียวกันอาจจะนำไปสู่การช่วงชิงอำนาจในระบบ โลกใหม่ พร้อม ๆ กับความปั่นป่วนที่ก่อตัวไปทั่วระบบโลก จะผลักดันให้เกิดการจัดตั้งตัวเองของพลังประชาช น ( รากหญ้า ) ในรูปแบบที่หลากหลาย ช่วงนี้ก็อาจจะกินเวลาประมาณ 10 ถึง 20 ปี
    หลังจากนี้ประวัติศาสตร์มนุษยชาติก็ก้าวสู่ช่วงกำเนิ ดอารยธรรมใหม่ หรือช่วง Breakthough อารยธรรมโลกใหม่จะก่อกำเนิดขึ้น ซึ่งจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอารยธรรมทุนนิยม


  2. #2
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    ที่มาของ Conspiracy Theory และอำนาจเหนือรัฐอเมริกัน
    สงครามทุกครั้งก็จะต้องมีการวางแผน (ลับ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินยุทธศาสตร์สงคราม บรรดาแผนลับนี้เองคือ ที่มาของ Conspiracy Theory เพราะบรรดาแผนลับนี้ ถือว่าเป็นความลับสุดยอกที่ถูกปกปิดเอาไว้ กลายเป็นเรื่องจริงที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ เกือบทุกครั้งที่เกิดสงคราม ประวัติศาสตร์อเมริกันจะมีเรื่องราวที่ถือว่าเป ็น Conspiracy อยู่หลายครั้งด้วยกัน เรื่องแรกคือ เรื่องญี่ปุ่นถล่มฐานทัพอเมริกันที่เพิร์ล ฮาเบอร์
    ทำไมจึงเกิด Conspiracy ขึ้น
    ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเกิดคำถาม และข้อสงสัยว่า ทำไมสหรัฐอเมริกาและฝ่ายสัมพันธมิตรไม่รู้เลยหรือว่า ญี่ปุ่นได้เคลื่อนกอง ทัพเรือขนาดใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นมุ่งหน้าเข้าโจมตีเพ ิร์ล ฮาเบอร์ คำถามนี้ถูกทิ้งเป็นคำถามประวัติศาสตร์ และเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบจนถึงปัจจุบัน และในที่สุด ก็มีการเปิดเผยความจริง ( แบบกึ่งจริง ) ว่า ชนชั้นนำอเมริกันรู้ และสามารถจับรหัสลับได้
    แต่เหตุที่ปล่อยให้ญี่ปุ่นโจมตีก่อนเนื่องจากชนชั้นน ำอเมริกันต้องการอาศัย เรื่องราวการถูกโจมตีก่อนปลุกระดมความรักชาติ (อย่างรุนแรง) ขึ้นทั่วประเทศ และผลักดันให้ประชาชนอเมริกันเห็นด้วยกับการเข้าสู่ส งครามโลกครั้งที่ 2
    ไม่ว่าเรื่อง Conspiracy เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ก็ตาม เรื่องนี้ได้นำสู่การเปลี่ยนประวัติศาสตร์อเมริกันคร ั้งใหญ่ เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นเจ้าอภิมหาอำนาจของโลก
    ในเวลาเดียวกัน สงครามได้ก่อให้เกิดกลุ่มอำนาจใหม่ที่เรียกกันว ่า The Military Industrial Complex ขึ้น มีอำนาจเหนือรัฐอเมริกัน
    คำว่า Complex นี้ ไม่ได้หมายถึง กลุ่มบุคคลเท่านั้น ยังหมายถึงสถาบันแห่งอำนาจ ที่เกี่ยวพันกับการดำเนินสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ CIA และ Pentagon
    คำว่า Military-Industrial หมายถึง บรรษัทค้าอาวุธ ซึ่งมักจะเชื่อมผลประโยชน์กับบรรษัทค้าน้ำมัน และแร่ธาตุอื่น ๆ
    กล่าวแบบสรุป นี่คือ การรวมกันทางผลประโยชน์ (ที่ค่อนข้างพิเศษ) ระหว่างกลุ่มทุนค้าอาวุธสงคราม และกลุ่มข้าราชการประจำ (ทางทหาร) รวมทั้งนักการเมือง นักวิชาการ (ด้านทหาร) ที่มีนโยบายที่สนับสนุนการดำเนินการสงคราม
    ในที่สุด กลุ่มพลังอำนาจนี้ได้กลายเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสูงสุ ดเหนือการเมืองอเมริกัน แต่จะเข้าใจอิทธิพล และอำนาจของกลุ่มพลังนี้ก็คงต้องศึกษาเรื่อง Conspiracy ต่อมา
    Conspiracy เรื่องที่ 2 คือเรื่องราวก่อนสหรัฐอเมริกาส่งกองทัพเข้าสู่อินโดจ ีน ที่คนทั่วไปเรียกว่าสงครามเวียดนาม เรื่องราวนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง JFK
    หัวใจของเรื่องคือความขัดแย้งกันระหว่างประธานา ธิบดี กับ The Military-Industrial Complex
    ก่อนหน้าที่จะเกิดความขัดแย้งกันอย่างหนัก CIA ได้ไปก่อปฏิบัติการโจมตี Cuba แล้วล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ปฏิบัติการครั้งนั้นได้กลายเป็นข้ออ้างของประธานาธิบ ดีเคนเนดีที่จะไม่ส่ง กำลังทัพไปรบในเวียดนาม การตัดสินใจครั้งนี้ได้สร้างความขัดแย้งระหว่างรัฐบา ล กับ The Military Industry Complex ในที่สุดประธานาธิบดีเคนเนดีถูกฆ่าตาย
    คนที่รู้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยวพันทั้งหมดก็ถูกฆ่ าทิ้ง ต่อมาน้องชายประธานาธิบดีเคนเนดีซึ่งลงสมัครเป็นประธ านาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ ถูกฆ่าตายในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลอเมริกันก็เข้าสู่สงครามเวียดนาม หลังสงครามเวียดนามจักรวรรดิอเมริกาพ่ายแพ้สงคร าม และต้องถอนฐานทัพออกจากเอเชีย จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ หันมาใช้ยุทธศาสตร์ทางการเมืองนำการทหาร ด้วยการสร้าง และเปิดพันธมิตรกับจีน เพื่ออาศัยจีนไปดุลอำนาจกับโซเวียต
    หลังสงครามเวียดนาม อำนาจของ The Military Industrial Complex ก็สั่นคลอนลง แต่ก็เพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น หลังจากรีแกนและบุชขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี อำนาจของกลุ่มพลังนี้ก็ฟื้นตัวกลับมามีอำนาจเหนือการ เมืองอเมริกันอีก
    Conspiracy ที่ 3 เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ บุช (ผู้พ่อ) อดีตผู้อำนวยการ CIA ขึ้นมามีอำนาจเหนือการเมืองอเมริกันอีกครั้งหนึ ่ง ซึ่งหมายความในเวลาเดียวกันว่า ช่วงนี้คือ ช่วงที่ The Military Industrial Complex กลับมามีอำนาจสูงสุดเหนือการเมืองอเมริกันอีกครั้งหน ึ่ง
    บุชเข้ามาเป็นประธานาธิบดี ในช่วงที่จักรวรรดิโซเวียตคู่ปรับเก่าของสหรัฐอเมริก าในช่วงสงครามเย็นได้ เสื่อมทรุดอำนาจลง ชนชั้นนำอเมริกันจึงมีความเห็นว่า ถึงเวลาที่สหรัฐอเมริกาต้องปรับยุทธศาสตร์ทางการเมือ ง และทหารใหม่
    นี่คือ ที่มาของนโยบาย New World Order กล่าวแบบสรุปสั้น ๆ คือ หลังจากรัสเซียล่มสลาย สหรัฐอเมริกาต้องช่วงชิงโอกาสนี้ก้าวสู่ความเป็นผู้น ำเดียวเหนือระบบโลก แต่จะก้าวเป็นผู้นำเดี่ยวเหนือระบบโลกก็ต้องวาง หรือกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่
    ในช่วงสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย คนทั่วไปมักจะคิดว่า จุดช่วงชิงใหญ่คือ ที่เวียดนาม แต่ที่จริงแล้ว จุดหัวใจของยุทธศาสตร์โลกคือ ตะวันออกกลาง เนื่องจากตะวันออกกลางคือแหล่งพลังงานน้ำมันของ โลก ใครหรือประเทศไหนมีอำนาจเหนือน้ำมันประเทศนั้นก ็คือ ผู้ครองอำนาจเหนือระบบโลก
    ดังนั้น หลังจากโซเวียตเริ่มหมดอำนาจลง ชนชั้นนำอเมริกันจึงหาทางยึดครองตะวันออกกลางด้วยการ สร้างเหตุผลที่สมควร ขึ้นมาคือ ที่มาของ Conspiracy ก็เนื่องจากมีข้อสงสัยตามมาว่า สหรัฐหลอกให้อิรัก พันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของตนในตะวันออกกลาง เปิดฉากทำสงครามรุกรานคูเวต
    ช่วงสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรัก (ครั้งแรก) ซัดดัมพยายามออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ แต่ไม่มีใครสนใจเนื่องจากสหรัฐสามารถควบคุมเหนือสื่อ โลก ซัดดัมเปิดเผยว่า ก่อนเปิดสงครามโจมตีคูเวต ซัดดัมได้ส่งเจ้าหน้าที่ชั้นสูงไปขอความเห็นจากทูตอเ มริกันประจำอิรักเรื่อง การบุกคูเวตก่อน ซี่งได้คำตอบทำนองว่า “เรื่องคูเวตไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ข องสหรัฐอเมริกา” คำตอบนี้ทำให้ผู้นำอิรักเข้าใจว่าชนชั้นนำอเมริกันน่ าจะพอใจที่อิรักขยาย อำนาจของตน เพราะว่าเท่ากับเป็นการขยายอำนาจของสหรัฐอเมริกาโดยอ ้อม แต่ทั้งหมดคือการหลอกลวง
    หลังสงครามถล่มอิรัก ชนชั้นนำอเมริกันได้เข้าไปจัดตั้งฐานทัพขึ้นที่ คูเวต และซาอุดิอาระเบีย และก่อให้เกิดการเปลี่ยนดุลอำนาจใหม่ในตะวันออก กลาง หมายความว่าสหรัฐอเมริกาสามารถสถาปนาอำนาจเหนือชาติอ าหรับได้โดยอ้อม
    เราคงไม่ลืมว่าสงครามกับอิรักเริ่มขึ้นในยุคนายบุชผู ้พ่อซึ่งเป็นอดีตผู้ อำนวยการ CIA และมีฐานผลประโยชน์ที่ใกล้ชิดที่สุดกับกลุ่มค้า อาวุธ และค้าน้ำมัน
    ประวัติศาสตร์สงครามของสหรัฐอเมริกา กับประวัติศาสตร์ของ The Militrial Industrial Complex จึงกลายเป็นประวัติศาสตร์คู่ขนานกัน ส่งผลทำให้เรื่องที่ถูกเรียกว่า Conspiracy (แผนลับซ่อนเงื่อน) และการก่อสงครามกลายเป็นสงครามที่คู่ขนานกันไปด ้วย
    มีคำถามที่น่าตั้งคือ เหตุการณ์ถล่มตึก เมื่อ 11 กันยายน มีเรื่อง Conspiracy ซ่อนอยู่หรือเปล่า คำตอบคือ มี เพราะแม้เหตุการณ์ผ่านไปแล้ว จนถึงวันนี้ อเมริกายังไม่สามารถเสนอข้อมูลหรือหลักฐานว่ากลุ่มที ่ถล่มตึก World Trade เกี่ยวข้องอะไรกับนายบิน ลาเดน
    นอกจากนี้ มีการเปิดหลักฐานออกมาว่า CIA รู้เรื่องการถล่มก่อนรู้แม้กระทั่งว่าจะถล่มตึก World Trade มีข้อมูลจากฝ่ายมุสลิมออกมาว่าไม่มีคนยิวถูกฆ่าตายใน วันนั้น เนื่องจากกลุ่มชาวยิวรู้ข่าว และไม่เข้าไปทำงานในตึกวันนั้น
    นี่คือส่วนหนึ่งของ Conspiracy Theory แต่ที่มากกว่านี้คือ การถล่มตึกเกี่ยวอะไรกับรัฐอัฟกานิสถานด้วย รัฐอัฟกานิสถานเป็นรัฐที่ยากจนมาก จะมีปัญญาอะไรไปก่อเรื่องถล่มตึก World Trade

  3. #3
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    อำนาจเหนือรัฐอเมริกันในยุคโลกาภิวัฒน์
    หลังสงครามกับอิรัก (ครั้งแรก) จุดพลิกผันทางการเมืองที่คาดคิดไม่ถึงคือการพ่ายแพ้ข องนายบุช ตัวแทนพรรครีพับลิกันต่อนายคลินตันแห่งพรรคเดโม แคร็ท ทำให้ยุทธศาสตร์การครองโลกโดยการเน้นที่การใช้อำนาจท างการทหารเป็นหลักเกิด การสะดุดชั่วคราว
    จากสงครามขยายอำนาจ (ทางทหาร) เข้าครอบโลกสู่สงครามในรูปแบบใหม่ ปรากฏขึ้นในรูปของสงครามเศรษฐกิจ และสงครามต้านข่าวสาร และวัฒนธรรม แต่เป้าหมายของสงครามก็คือเป้าหมายเดิมคือ การพยายามก้าวกลับมาครองอำนาจเหนือระบบโลกอีกครั้งหน ึ่ง โดยพุ่งเป้าโดยตรงที่การครองอำนาจเหนือเอเชียแป ซิฟิก
    ทำไมเอเชียแปซิฟิกจึงเป็นเป้าหมายยึดครองของสหรัฐอเม ริกา
    คำตอบประการแรกคือในช่วงนี้ เอเชียแปซิฟิกได้กลายเป็นศูนย์ของตลาดโลกแทนตลา ดเก่า ซึ่งมีศูนย์อยู่ที่มหาสมุทรแอตแลนติก ส่วนหนึ่งเนื่องจากจีนได้เข้าสู่ตลาดโลก และในขณะเดียวกันบรรดาประเทศในย่านเอเชีย กำลังประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เอเชียแปซิฟิกยังเป็นศูนย์ของน้ำมัน ทรัพยากรหัวใจของการพัฒนาในยุคทุนนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง
    คำตอบประการที่สองคือ การรวมตัวกันของยุโรปสกัดเงื่อนไขที่สหรัฐอเมริกาจะแ พร่อำนาจเข้าไปทางยุโรป เอเชียจึงเป็นจุดอ่อนยุทธศาสตร์เพราะนอกจากจีนแ ล้ว ก็ไม่มีชาติไหนที่ท้าทายอำนาจของอเมริกาได้ ดังนั้น การลดอำนาจของจีน หรือการสกัดไม่ให้จีนพัฒนาหรือขยายตัวมากจนเกินไปจึง กลายเป็นปัญหาทาง ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา
    การขึ้นมามีอำนาจของพรรคเดโมแคร็ท แม้จะดูราวว่าจะลดอำนาจของกลุ่ม The Military Industrial Complex ลงไปก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าอำนาจของกลุ่ม The Military Industrial Complex จะหมดอำนาจลงไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก The Military Industrial Complex คือฐานของอุตสาหกรรมไฮเทค และฐานของการปฏิวัติเครื่องมือในการสื่อสาร ดังนั้น จึงมีความเชื่อมโยงทางผลประโยชน์ระหว่าง The Military Industrial Complex กับชนชั้นนำใหม่ หมายความว่า การขึ้นมาของคลินตัน แม้ว่าจะทำให้กลุ่มทุนยิวในด้านสื่อบันเทิง และกลุ่มการเงินมีอำนาจเหนือรัฐอเมริกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่ม The Military Industrial Complex จะสิ้นอำนาจ หลังยุคคลินตันการกลับมาของบุช (ผู้เป็นลูก) ก็คือการกลับมาของ The Military Industrial Complex อีกครั้งหนึ่ง
    ภาพการเมืองอเมริกันในช่วงนี้จึงดูราวกับว่า บุชผู้เป็นลูกได้เข้ามาสานต่องานที่บุชผู้เป็นพ่อทำไ ว้ไม่เสร็จสมบูรณ์ งานที่เสร็จไปแล้วหลังสงครามอิรักก็คือ สหรัฐอเมริกาสามารถตั้งฐานทัพของตนขึ้นในตะวันออกกลา ง ในขณะเดียวกันก็อ้างความชอบธรรมที่จะดำรงอยู่อย่างยา วนาน และไม่สิ้นสุด โดยอ้างว่าซัดดัม ฮุสเซน ยังมีอำนาจอยู่ในอิรัก ทั้งซาอุดิอาระเบีย และคูเวตก็ต้องจ่ายเงินให้แก่การดำรงอยู่ของกองทัพอเ มริกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ สหรัฐอเมริกได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะทั้งคูเวตและซาอุฯ ต้องตกเป็นตัวประกันของสหรัฐฯ ในขณะที่อิรักก็ตกอยู่ในฐานะเป็นเครื่องมือของสหรัฐอ เมริกา
    งานที่ยังไม่เสร็จสิ้นคือ สหรัฐอเมริกายังยึดครองตะวันออกกลางไม่ได้อย่างเด็ดข าด นอกจากนี้ ในตะวันออกกลางยังมีกลุ่มประชาชนมุสลิมเล็ก ๆ ที่ชนชั้นนำอเมริกันเรียกว่า ผู้ก่อการร้าย บรรดากลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเหล่านี้ ไม่อยู่ในสายตามากนัก และไม่ใช่พลังยิ่งใหญ่ ที่สามารถท้าทายอำนาจของสหรัฐอเมริกาได้ แต่ก็เป็นข้ออ้างที่ดีที่สุด
    คำว่า “เครื่องมือ” หรือ “ข้ออ้าง” ก็คือข้ออ้างว่าโลกและสหรัฐอเมริกามีภัยอันตรายยิ่งใ หญ่เหลือเกินที่คุกคาม โลกอยู่ นั่นคือบรรดาผู้ก่อการร้ายทั้งหลาย ข้ออ้างนี้เองคือ การสร้างความชอบธรรมแก่รัฐอเมริกันเอง ในการขยายปีกนกอินทรีเข้าไปครอบครองแปล่งน้ำมันของโล ก (ตะวันออกกลาง และแถบทะเลสาบแคสเบียน) ดังนั้นหัวใจของสงครามยึดครองอัฟกานิสถาน จึงไม่ใช่ บิน ลาเดน ไม่ใช่การกวาดล้างขบวนการผู้ก่อการร้าย
    จะเห็นได้ว่าการทำสงครามแต่ละครั้งนั้นมีทั้งเป้าหมา ยที่แท้จริงและเป้าหมาย หมายหลอกในเวลาเดียวกัน นี่คือ the new conspiracy theory ในยุคของบุช (ผู้เป็นลูก)

  4. #4
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    สาเหตุปัจจัยหลากหลายที่รวมศูนย์
    จะวิเคราะห์สาเหตุของสงครามยึดครองอัฟกานิสถานได้อย่ างไร วันนี้ ถ้าถามว่าทำไมระบบโลกจึงก้าวพุ่งเข้าสู่ “สงคราม และความรุนแรง”
    คำตอบแรกคือ ระบบโลก (ที่เริ่มแก่ ป่วย) หรือเริ่มก้าวสู่สภาวะที่เสียดุลมากขึ้นเรื่อย ๆ
    ดุลยภาพแรกคือ เรื่องการเสียดุลยภาพทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากระบบโลกที่มีการพัฒนาที่เหลื่อมล ้ำ และมีช่องว่างที่ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งช่องว่าระหว่างประเทศยากจนกับประเทศร่ำรวย และระหว่างคนรวยกับคนจน
    ดุลยภาพแรกที่สองคือ เรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ถูกทำลายลงอย่างมากในนามของการขยายตัวของอุตสาหกร รม จนก่อให้เกิดวิกฤติทางธรรมชาติ และวิกฤตเรื่องสุขภาพ
    ดุลยภาพที่สามคือ การเสียดุลทางการเมือง เนื่องจากหลังสงครามเย็น ยังไม่มีชาติใหที่สามารถยึดอำนาจ หรือครองอำนาจเหนือระบบโลกได้ (หลังยุคสงครามเย็น) เพราะการยึดครองตะวันออกกลาง และแหล่งน้ำมันในทะเลสาบแคสเบียน (เหนืออัฟกานิสถาน) ย่อมก่อให้เกิดพลังต่อต้านอย่างรุนแรง
    หากสหรัฐอเมริกาใช้ยุทธศาสตร์สงคราม ฝ่ายตรงกันข้ามก็อาจจะใช้ยุทธศาสตร์สงครามจรยุทธ์ที่ ยืดเยื้อเข้าตอบโต้ สหรัฐฯ ก็จะจมลงสู่สงครามที่ยืดเยื้อและยาวนานได้ ระบบโลกก็จะยิ่งเสียดุลยภาพทางการเมืองรุนแรงมา กขึ้น
    ในอีกสาเหตุหนึ่ง สาเหตุนี้เริ่มจากการอิ่มตัว หรือสิ่งที่เรียกว่า De-industrialization ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงประมาณปี 1970 สภาวะอันนี้ได้รุนแรงขึ้นในช่วงปัจจุบัน นับจากปี 1990 เป็นต้นมา ระบบโลกได้เผชิญกับปรากฏการณ์ของการแตกของฟองสบู่เป็ นระลอก ๆ
    จากปี 2000 เป็นต้นมา ได้เกิดการทรุดตัวอย่างหนักของอุตสาหกรรมไฮเทค ตามด้วยการสั่นไหวอย่างรุนแรงของตลาดหุ้น และตลาดเงิน หรือฟองสบู่แตก ( ที่สหรัฐอเมริกา ) ดังนั้น ชนชั้นนำอเมริกันต้องผลักให้เกิดการขยายตัวของส่วนเศ รษฐกิจจริง ขึ้นมารองรับการตกต่ำของตลาดเงิน หรือหุ้น
    สิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นก็คือ ชนชั้นอเมริกันได้หันการเร่งขยายการผลิตอาวุธซึ่งต้อ งอาศัยสงครามเป็น เครื่องมือ เพื่อเพิ่มและขยายการผลิตอาวุธ
    กล่าวอย่างสรุปก็คือ เวลาที่ประวัติศาสตร์โลกจะเคลื่อนตัวไปในทิศทาง ใด ก็จะมีเหตุปัจจัยทั้งในแง่อุดมการณ์ และเหตุปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ประสานประกอบไปในทิศทางเดียวกัน
    กล่าวอย่างสรุปก็คือ ประวัติศาสตร์ทุนนิยมโลกสามารถแยกออกเป็น 4 ช่วงใหญ่ ช่วงแรกคือ ช่วงขยาย (จากศตวรรษที่ 13 จนถึงปี 1970 ) มีปัจจัยมากมายที่ก่อให้เกิดการขยายตัว
    ช่วงที่สองคือ ช่วงหดตัว ( หลัง 1970 ) ซึ่งก็มีปัจจัยมากมายทำให้เกิดการหดตัว
    ช่วงที่สามคือ ช่วงวิกฤติใหญ่ นับจากปี 2000 เป็นต้นมา
    หลังจากช่วงนี้ คือ ช่วงความตาย ( และการเกิดใหม่ )
    นี่คล้ายกับหลักที่ชาวตะวันออกเรียกว่า ชะตากรรม ( หลีกเลี่ยงได้ยาก ) หรือกฎทางพุทธที่เรียกว่า กฎสงสาร ( เกิด แก่ เจ็บ ตาย ) กฎแห่งธรรม (ชาติ) ซึ่งไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้


  5. #5
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    เมื่อพญานกอินทรีขยายปีกในเอเชีย
    เมื่อเกิดการถล่มตึก World Trade และเพนตากอน เชื่อว่า CIA รู้ว่าจะมีปฏิบัติการก่อการร้ายล่วงหน้าแล้ว เพราะก่อนหน้าเกิดการถล่มตึก ได้มีคำสั่งเตรียมพร้อมด้านการทหารที่เมือง New Jesey และรู้จะที่จะโจมตีคือที่ World Trade เพราะมีคำสั่งให้มีการตรวจตราเป็นพิเศษที่ตึกดังกล่า ว แต่เนื่องจาก CIA ไม่ได้คิดว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะรุนแรงมาก เพราะที่ผ่านมาผู้ก่อการจะปฏิบัติการระเบิดเพียงจุดใ ดจุดหนึ่งเท่านั้น เมื่อ CIA รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชนชั้นนำ (ขวาจัด) ก็น่าจะรู้ แต่ต้องการให้ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้น
    เนื่องจากชนชั้นนำอเมริกันต้องการปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อเปลี่ยนทิศทางการ เมืองภายในสหรัฐอเมริกาสู่ทิศทางขวาจัดและชาตินิยมรุ นแรง สิ่งที่ชนชั้นนำอเมริกันคาดไม่ถึงคือพวกก่อการร้ายฉว ยโอกาสดังกล่าว ก่อความรุนแรงเกินคาด จนสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อรัฐบาลอเมริกันเ อง ที่สำคัญกว่านี้ ก่อนหน้าการถล่มตึก CIA ได้เตรียมเสนอเรื่อง บิน ลาเดน เป็นข่าวไว้ก่อนการปฏิบัติการครั้งนี้เสียอีก เช่น ข่าวว่า บิน ลาเดน บอกว่าจะถล่มสหรัฐอเมริกาในช่วงดังกล่าว
    แต่ที่สหรัฐอเมริกามีเจตนาพุ่งเป้าที่บุคคลนี้เพราะเ ขาอาศัยอยู่ที่ อัฟกานิสถาน หมายความว่า จริง ๆ แล้ว สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการจัดการกับ บิน บาเดน แต่ต้องการยึดครองอัฟกานิสถาน เพราะ
    ประการแรก เหตุที่พุ่งเป้าที่อัฟกานิสถานเป็นจุดยึดครองก็เนื่อ งจากอัฟกานิสถานคือรอย ต่อระหว่างสองอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันอ อก นั้นคืออารยธรรมจีน และอาหรับ ปัจจุบันอัฟกานิสถานคือรอยต่อระหว่างจีนกับอิหร ่าน และประเทศในโลกตะวันออกกลาง ถ้าอัฟกานิสถานถูกยึดครอง จีนกับโลกอาหรับก็จะถูกตัดขาดจากกัน
    ประการที่สอง อัฟกานิสถานยังเป็นทางออกของน้ำมันและทรัพยากร ( ในแถบทะเลสาบแคสเบียน ) ที่มีค่ามากมายจากประเทศต่าง ๆที่แยกออกจากโซเวียต ซึ่งปัจจุบันบรรษัทข้ามชาติอเมริกา และอังกฤษได้เข้าไปลงทุนในย่านประเทศดังกล่าว
    การทำสงครามครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการลงทุน ( อนาคต ) เนื่องจากมีการค้นพบแหล่งก๊าซและน้ำมันขนาดใหญ่ในบรร ดาประเทศดังกล่าว เช่นที่ ย่านคาซัคสถาน ทะเลสาบแคสเบียน อุชเบกิสถาน เติร์กเมนิสถานและในอัฟกานิสถานเอง
    พูดอย่างสรุป การยึดครองเหนืออัฟกานิสถาน คือการยิงนกตัวเดียวได้นกหลายตัวในขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งคือ ใช้สงครามเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอเมริกัน และในขณะเดียวกัน ก็พุ่งเป้าขยายอำนาจในเอเชีย เป้าหมายใหญ่สุดที่อยู่เบื้องหลัง ก็คือการลดอิทธิพลของจีนและพันธมิตรของจีนในโลกอาหรั บ เป้าหมายรองคือ การยายอิทธิพล เข้ายึดครองคลังน้ำมันและก๊าซในย่านดังกล่าว ถ้าวิเคราะห์การเมืองอเมริกันนับจากประธานาธิบด ีบุช ขึ้นมามีอำนาจโดยชี้ว่า การเมืองอเมริกันในยุคบุชเริ่มจากการสร้างกระแสสงครา มเย็นครั้งใหม่
    เมื่อรัฐบาลบุชขึ้นมามีอำนาจใหม่ เพนตากอนได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษ ซึ่งได้ประเมินว่า ประเทศจีนคือภัยคุกคามสหรัฐอเมริกาในอนาคต ตามด้วยการส่งเครื่องบินไปบินสอดแนมชายแดนระเทศจีนจน เกิดการเผชิญหน้ากันทาง การเมื่องอย่างรุนแรงระหว่างจีน และสหรัฐอเมริกา
    ในช่วงแรก ชนชั้นนำอเมริกันไม่สามารถสร้างกระแสต้านจีนได้ เพราะหลายฝ่ายในหมู่ชนชั้นนำเอง ไม่เห็นว่าจีนคือภัยคุกคามใหญ่ แต่รัฐบาลบุช ก็พยายามรักษานโยบายเผชิญหน้ากับจีน โดยการเชิญนายกรัฐมนตรีไต้หวันไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งคล้ายกับว่า รัฐบาลอเมริกันรับรองไต้หวัน ในฐานะของรัฐอิสระอีกรัฐหนึ่ง จีนซึ่งตกในฐานะเป็นฝ่ายถูกกระทำ จึงจำเป็นต้องเคลื่อนตอบโต้ ด้วยการขยายฐานพันธมิตรใหม่ โดยเปิดสัมพันธ์กับรัสเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน สงครามเย็นครั้งนี้ ประเทศไทยเองก็เกือบถูกลากเข้าไปร่วมด้วยเนื่องจากไท ยเองก็เป็นจุด ยุทธศาสตร์สำคัญ คือการที่พรมแดนไทยอยู่ติดกับพม่าซึ่งเป็นพันธมิตรใก ล้ชิดกับจีน
    ทั้งหมดที่กล่าว สะท้อนภาพว่าโลกกำลังก้าวสู่ช่วงสงครามเย็นครั้ งใหม่ ซึ่งเกิดจากความพยายามของสหรัฐอเมริกาที่จะสถาปนาตนเ องขึ้นเป็นเจ้าเหนือ ระบบโลกแต่เพียงผู้เดียว

  6. #6
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    จุดอ่อนของยุทธศาสตร์ครองโลกของสหรัฐอเมริกา
    ถ้ามองสงครามครั้งนี้ทางยุทธศาสตร์ เราก็จะเห็นความสุดยอดของจักรวรรดิอเมริกัน แต่ถ้ามองลงลึกในด้านรายละเอียด การดำเนินการสงครามของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้มีข้ออ่อน หลายข้อ
    ประการแรก สงครามนี้ คือสงครามที่ไม่เป็นธรรม (ในมุมมองของชาวมุสลิมทั่วโลก) ผู้นำอเมริกันเตรียมผู้รับกรรมไว้ล่วงหน้าคือ บิน บาเดน กับรัฐบาลอัฟกานิสถาน ทั้ง ๆ ที่เป็นไปได้ว่าทั้งบิน ลาเดน และรัฐบาลอัฟกานิสถานอาจไม่รู้เรื่องการก่อการร้ายนี ้เลย และพวกเขามีประสิทธิภาพขนาดนี้เชียวหรือ เห็นได้ชัดแจ้งว่าสหรัฐอเมริกาเคลื่อนทัพถล่มอัฟกานิ สถานโดยไม่มีหลักฐาน ชัดเจนยืนยันว่ารัฐบาลอัฟกานิสถาน และบินลาเดนอยู่เบื้องหลัง ความไม่น่าเชื่อถือของหลักฐานแบะท่าทีแบบอเมริกันขวา จัดรุนแรงจึงส่งผลให้ บิล ลาเดน กลายเป็นวีรบุรุษของชาวมุสลิม ซึ่งกลายเป็นข้ออ้างที่ประเทศอาหรับต่าง ๆ ไม่ยอมประกาศสงครามหรือเข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกาในสงค ราม และชาวมุสลิมจำนวนมากไม่ยอมรับบทบาททางการเมืองของสห รัฐอเมริกาในตะวันออก กลาง ความไม่ชอบธรรมของสงครามทำให้กระแสการต่อต้านสงครามแ พร่ระบาด 2 ทาง
    ทางแรก คือ การก่อตัวขึ้นของกระบวนการสันติภาพในสหรัฐอเมริ กา และในยุโรป และในประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลก
    ทางที่สอง คือ กระแสต้านสงครามจากชาวมุสลิมทั่วโลก
    ประการที่สอง สงครามอาจจะนำมาซึ่งความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจโลกที่หน ักหน่วงเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะประเทศที่เศรษฐกิจอ่อนแอ
    ประการที่สาม อัฟกานิสถานคือจุดกลางแห่งความขัดแย้งของโลก หมายความว่า สหรัฐอเมริกาเข้าไปยึดอัฟกานิสถาน ในเวลาเดียวกันก็สร้างศัตรูลับ ๆ ขึ้นรอบตัว ศัตรูลับกลุ่มแรกคืออิหร่าน เพราะอัฟกานิสถานอยู่ติดกับอิหร่านการที่สหรัฐฯ ยึดครองอัฟกานิสถานเท่ากับคุกคามอิหร่านโดยอ้อม กลุ่มที่สองคือ จีน เพราะการยึดครองอัฟกานิสถาน เท่ากับปิดเส้นทางติดต่อระหว่างจีนกับโลกอาหรับ กลุ่มที่สามคือ โซเวียต และเยอรมนี รวมทั้งฝรั่งเศส เพราะพวกเขาต่างก็อยากมีอิทธิพลเหนือแหล่งผลิตน้ำมัน ในย่านเอเชียกลาง
    ประการที่สี่ สงครามของฝ่ายต่อต้านสหรัฐ อาจพัฒนาเป็นสงครามที่ไร้พรมแดน โดยเฉพาะด้านก่อการร้าย ซึ่งอาจมีเพิ่มมากขึ้น


  7. #7
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    การเล่นกับไฟ ( Managing Chaos )
    การเล่นกับไฟ หรือ Managing Chaos เป็นวิถีใหม่ในการแสวงหากำไรที่สำคัญที่สุดในยุคโลกไ ร้พรมแดน ภาพชัด ๆ คือตลาดหุ้น ตลาดเงิน สามารถหากำไรได้จากการสั่นไหว ยิ่งสั่นไหวมากก็มีโอกาสทำกำไรมาก โดยกลุ่มทุนที่มีเงินหนาที่สุด สามารถทำกำไรได้
    อีกแบบหนึ่งของ Chaotic Accumulation คือเรื่องสงครามและการค้าอาวุธ ตราบใดที่สงครามเกิดขึ้น และดำรงอยู่ยาวนานเท่าไร บรรษัทค้าอาวุธก็จะได้กำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบรรษัทค้าน้ำมันของอเมริกาด้วย ข้ออ่อนของวีหากำไรจากการสร้างความปั่นป่วน คือสภาวะที่เกินกว่าความสามารถที่จะควบคุมได้ หรือ Out of Control
    สรุปว่าระบบโลกจะเคลื่อนตัวไปอย่างมีจังหวะ 2 ช่วง คือ ช่วง Managing Chaos และ Out of Control
    ชนชั้นอเมริกันเชื่อว่าจะสามารถควบคุมและจัดการกับทุ กอย่างให้เป็นไปตามที่ ต้องการได้ แต่กระบวนทัศน์ใหม่ ( ทฤษฎี Chaos ) ได้เสนอความเชื่อแบบตรงกันข้ามว่า มนุษย์ไม่สามารถควบคุมเหนือสภาวะ Chaos ได้ แต่สามารถทำให้สภาวะ Chaos ขยายตัวและรุนแรงขึ้นได้
    ที่สุดแล้วรัฐอเมริกันก็จะแปรสภาพกลายเป็นศูนย์ของวิ กฤติโลกไม่ใช่ศูนย์แห่งความเจริญ หรือศูนย์แห่งอารยธรรมใหม่แบบไร้พรมแดน
    บทสรุป
    วิกฤติครั้งนี้ก่อตัวที่ศูนย์ของระบบโลก และที่ตะวันออกกลาง ซึ่งในที่นี้ ศูนย์ ไม่ได้หมายถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่หมายถึงตลาดเงิน และตลาดหุ้น และศูนย์ทางยุทธศาสตร์ทางทหารที่ช่วงชิงกัน
    ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ในขณะที่เกิด Chaos ใหญ่ หรือพูดได้ว่าโลกทุนนิยมทำสงครามช่วงชิงอำนาจเพื่อคว ามเป็นใหญ่ในระบบโลก ประเทศโลกที่สามที่ตกเป็นอาณานิคมแบบใหม่ หัวใจใหญ่ก็คือปัญหาอาณานิคม คือหนี้ต่างชาติท่วมประเทศ ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน
    มีนักวิชาการเปรียบเทียบว่า ในยุคที่ประเทศโลกที่สามตกเป็นอาณานิคมแบบเก่า กับการตกเป็นอาณานิคมแบบใหม่ในปัจจุบัน ประเทศโลกที่สามต้องจ่ายเงินให้แก่ประเทศโลกที่หนึ่ง มากกว่าเงินหรือ ทรัพย์สินที่ต้องจ่ายให้แก่ประเทศโลกที่หนึ่งในยุคอา ณานิคมแบบเก่าเสียอีก
    นอกจากนี้ อัตราการขยายตัวของหนี้สินปัจจุบันรุนแรงมาก เพราะขยายประมาณเกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในขณะที่อัตราการขยายตัวของประเทศโลกทีสามหลายประเทศ เกือบติดลบ
    คงบอกไม่ได้ว่าอะไรคือคำตอบ หรือที่สุดแห่งสงครามนี้ แต่คิดว่าน่าจะยืดเยื้อ และยาวนานหว่าที่ชนชั้นปกครองของสหรัฐอเมริกาคิ ด และน่าจะส่งผลปั่นป่วนต่อระบบโลก และอารยธรรมโลกเกินกว่าที่ชนชั้นนำอเมริกันคาด เพราะถ้าสหรัฐอเมริกาแพ้สงคราม อาจจะหมายถึงการสิ้นสุดลงของจักรวรรดิมหาอำนาจอเมริก า หรืออาจจะนำไปสู่การสิ้นสุดของจักรวรรดิมหาอำนาจอเมร ิกา หรืออาจนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านระบบอารยธรรมใหม่

  8. #8
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    สงครามยึดครองตะวันออกกลางกับจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร ์
    ระบบโลกกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนใหญ่ที่สำคัญที่สุดครั ้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ จุดเปลี่ยนนี้คือช่วงแห่งประวัติศาสตร์ของการสิ้นยุค ทุนนิยม เริ่มจากช่วงปลายยุคที่ทุนนิยมก้าวสู่จุดสูงสุดของอา รยธรรมทุนนิยม มองในแง่เทคโนโลยี ยุคที่ว่านี้คือ ยุคไฮเทค แต่ถ้ามองกันเชิงสังคมก็จะใช้คำว่ายุคโลกาภิวัฒ น์ หรือยุคโลกไร้พรมแดน
    หัวใจของระบบทุน ก็คือ การสะสมกำไร ความสามารถในการรวมศูนย์และการสะสมกำไรจะพัฒนาไปพร้อ มกับการวิวัฒน์ทาง เทคโนโลยี ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมากเท่าไหร่ การรวมศูนย์และการผูกขาดของกำไรก็จะขยายตัวไปเท่านั้ น ในที่สุดก็จะกลายเป็นหลังที่หันกลับมาทำลายระบบทุนนิ ยม
    กล่าวโดยสรุป คำทำนายระบบโลกจึงแยกเป็น 2 สายใหญ่ ซึ่งมีฐานคิดและคำอธิบายที่แตกต่าง และตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง
    สายแรกซึ่งถือได้ว่าคือ สายกระแสหลักที่เชื่อว่า โลกาภิวัฒน์จะนำโลกก้าวสู่ความรุ่งโรจน์อย่างไม่เคยป ระกฎมาก่อน เนื่องจากการค้นพบทางเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่และไร้พรมแ ดน แนวคิดนี้สะท้อนถึงการเข้าใจทิศทางอนาคตแบบเส้น ตรง
    อีกสายหนึ่งคือ สายทฤษฎีระบบโลกที่เชื่อว่าระบบโลกจะก้าวสู่วิกฤติคร ั้งใหญ่ที่สุดในประวัติ ศาสตร์โลก และวิกฤติใหญ่นี้จะนำมาซึ่งการก่อเกิดชุดอารยธรรมใหม ่ที่แตกต่างไปจาก อารยธรรมทุนนิยมอย่างสิ้นเชิง
    ทฤษฏี Chaos ช่วยทำนายอนาคตต่อว่า หลังจากนี้ ระบบโลกจะเคลื่อนผ่าน 3 ช่วงจังหวะ
    ช่วงแรกคือ ระบบโลกจะเคลื่อนสู่วิกฤตในทุก ๆ ด้านที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวเป็นรูปธรรมคือ ในทางการเมืองโลกจะเกิดกระแสสงคราม ในด้านเศรษฐกิจ ระบบโลกจะเคลื่อนเข้าสู่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า The Very Great Depression จุดเริ่มน่าจะเป็นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า จะกลายเป็นช่วงวิกฤติที่ยาวที่สุดครั้งหนึ่งของประวั ติศาสตร์โลก
    ช่วงถัดจากนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ที่ทฤษฏี Chaos เรียกว่า Bifurcation เนื่องจากศูนย์เก่าของระบบทุนนิยม หรือจักรวรรดิอเมริกันจะไม่สามารถดำรงฐานะความเป็นผู ้นำของระบบโลกได้ ดังนั้นระบบโลกจะเกิดการแตกขั้วอำนาจเป็นหลายขั ้ว
    ช่วงสุดท้ายคือ ช่วงการตายของระบบเก่า และการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่เข้าแทนที่สิ่งเก่าหรืออาร ยธรรมที่เราเรียกว่า อารยธรรมทุนนิยม ช่วงประวัติศาสตร์นี้กินเวลาประมาณ 40 ถึง 50 ปี ซึ่งบอกแบบตายตัวไม่ได้
    สหรัฐอเมริกาจะจมลงสู่ทะเลแห่งสงครามที่ยาวนานที่สุด ในประวัติศาสตร์ อเมริกัน และนำมาซึ่งความหายนะของสหรัฐอเมริกา และความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจ ในที่สุดระบบโลกจะก้าวสู่จังหวะประวัติศาสตร์ช่ วงที่ 2 คือสภาวะ Bifurcation หรือการแตกขั้วอำนาจ เนื่องจากศูนย์กลางของระบบโลกไม่สามารถคงอำนาจการนำเ หนือระบบโลกได้
    ในขณะเดียวกัน ก็มีปรากฏการณ์ที่คาดคิดไม่ถึงเกิดขึ้น คือ การเกิดกระแสต้านสงครามที่กว้างใหญ่เกินกว่าใครจะคาด คิด ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คนทั่วโลกไม่น้อยกว่า 11 ล้านคนจากเกือบทุกมุมเมือง 600 เมืองใหญ่ทั่วโลกออกมาแสดงพลังต้านสงคราม


  9. #9
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    ฉากแรกของสงครามถล่มอิรัก
    สงครามคือปรากฏการณ์การต่อสู้ทางอำนาจหรือการเมืองซึ ่งมักจะจบลงด้วยการใช้ กำลังทหารเข้าทำการสู้รบกัน สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิรักได้เปิดฉากขึ้นแล้ ว ด้วยฉากสงครามทางการเมืองเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก ่การประกาศสงคราม สงครามทางการเมืองเริ่มด้วยการรณรงค์ให้ชาวโลกเห็นว่ า สงครามครั้งนี้ชอบธรรมและมีเหตุมีผลอย่างยิ่ง หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 สหรัฐอเมริกาพยายามเสนอภาพให้คนทั่วโลก รวมทั้งชาวอเมริกันตระหนักถึงภัยคุกคามใหม่ที่เรียกว ่า ผู้ก่อการร้าย และกลุ่มประเทศที่เป็นแกนกลางแห่งความชั่วร้ายซึ่งมี อิรัก อิหร่าน และเกาหลีเหนือ
    สหรัฐอเมริกาใช้เวลารณรงค์ทางการเมืองติดต่อกันยาวนา นเกือบ 2 ปี แต่ผลกลับปรากฏว่า การรณรงค์ของอเมริกาถือว่าล้มเหลวอย่างไม่เป็นท ่า ที่ล้มเหลวอย่างยิ่งคือ การรณรงค์ในย่านตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งผลการสำรวจประชามติของชาวยุโรป 80 เปอร์เซ็นต์ไม่เห็นด้วยกับสงคราม
    ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ ความล้มเหลวในการรณรงค์ทางการเมืองได้ก่อผลกระทบในวง กว้างกว่าที่ชนชั้นนำใน อเมริกันคิด องค์การนาโต้ที่ถือเป็นกลุ่มพันธมิตรทางทหารที่สหรัฐ อเมริกาจัดตั้งขึ้นหลัง สงครามโลกก็เกิดการแตกแยกครั้งใหญ่ เป็นรอยร้าวที่เป็นแผลลึกยากแก่การเยี่ยวยา รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม และนอร์เวย์ ออกมาคัดค้านสงครามอย่างเปิดเผย
    พูดแบบสรุปก็คือ นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา รวมทั้งอังกฤษถูกโดดเดี่ยว ถูกคัดค้านรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
    คำถามที่น่าคิดคือ ถ้าชนชั้นนำอเมริกันก่อสงครามทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถรณรงค์ให้คนทั่วโลกเห็นว่าสงครามชอ บธรรม ( Just War ) ได้ ผลของสงครามจะเป็นเช่นไร

  10. #10
    Chonburi's Michael
    Avatar von Chonburi's Michael

    Re: World War

    ความรู้คืออำนาจ
    ถ้าตั้งคำถามว่า ปรากฏการณ์ต่อต้านสงครามในลักษณะทั่วโลกก่อกำเนิดได้ อย่างไร
    คำตอบประการแรก สะท้อนถึงความล้มเหลวในการสื่อสารของสื่ออเมริก ัน ซึ่งถือเป็นสถาบันที่ผูกชาดด้านการข่าวทั่วโลก จุดอ่อนที่สำคัญคือ ชุดเหตุและผล และข้ออ้างของชนชั้นนำอเมริกันที่นำเสนอนั้น มีข้ออ่อนและถูกโต้แย้งขึ้นได้โดยง่าย พูดง่าย ๆ คือสื่ออเมริกันและชนชั้นนำในอเมริกันกำลังติดกับวัฒ นธรรมตนเองว่าชาวโลก เข้าใจโลกแบบง่าย ๆ แบบขวา ซ้าย ดี เลว ความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้ชนชั้นนำอเมริกันต้องทำสงคร ามกับบรรดาปัญญาชนที่มี การศึกษาทั่วโลก ที่เริ่มไม่เชื่อว่าระบบโลกแบ่งเป็นส่วนดีและเลวแบบง ่าย ๆ
    คำตอบที่สอง ซึ่งสำคัญไม่น้อยกว่าประการแรกคือ การก่อเกิดขึ้นของกระแสฝ่ายประชาชนที่ต่อต้านกระแสโล กาภิวัตน์ที่เราเรียก ว่า Anti- Globalization กระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์เริ่มก่อตัวในช่วงปี 1995 และได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังวิกฤตฟองสบู่แตกใน เอเชีย และร่วมกันเดินขบวนขนาดใหญ่ที่กรุงซีแอตเติ้ล ประเทศสหรัฐอเมริกา และต่อมากระแสต่อต้านดลกาภิวัตน์นี้ ได้แปรรูปมาเป็นขบวนการสันติภาพ และเชื่อมโยงกลุ่มผู้รักสันติภาพทั่วโลกในช่วงที่สหร ัฐอเมริกาประกาศสงคราม กับอิรัก และขยายตัวอย่างรวดเร็ว
    คำตอบประการที่สามคือคำว่า ความรู้คืออำนาจ ( Knowledge is Power ) ของฝ่ายประชาชน เนื่องจากโลกด้านข่าวสารเริ่มเปิดออกแบบไร้พรมแ ดน ช่วยให้คนทั่วโลกสามารถแลกเปลี่ยนข่าวสารกันได้โดยตร ง
    อีกส่วนหนึ่ง เพราะมีนักวิชาการจำนวนมากทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโร ปออกมาช่วยกันให้ข้อมูล คัดค้านข้ออ้างในการทำสงครามของสหรัฐอย่างเป็นร ะบบ ซึ่งชุดข้อมูลนี้กลายเป็นอำนาจของฝ่ายประชาชนและแพร่ ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวด เร็ว
    ข้อมูลสำคัญชุดแรกคือ การเปิดโปงรากแห่งสงครามว่าอยู่ที่การต้องการครอบครอ งเหนือกิจการน้ำมันโลก บวกกับความต้องการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาวุธ รวมทั้งความต้องการสถาปนาอำนาจของสหรัฐอเมริกาเหนือร ะบบโลก
    จากข้อมูลเปิดเผยว่า อิรักมีน้ำมันสำรองในประเทศเท่าที่ประเมินได้มา กกว่า 200 พันล้านบาร์เรล และจากเอกสารทางการของสหรัฐอเมริกาเองพลว่าอิรักมีก๊ าซธรรมชาติถึง 110 Trillion Cubic Feet
    ชุดเหตุผลที่สอง คือ ข้อโต้แย้งว่า สงครามไม่ใช่วิธีการที่จะแก้ปัญหาผู้ก่อการร้าย เพราะหากสหรัฐอเมริกายิ่งใช้ปฏิบัติการสงครามขบวนการ การก่อการร้ายก็ยิ่งมี แต่ขยายตัว เพราะเท่ากับเป็นการเพิ่มกำลังอำนาของกลุ่มมุสลิมที่ นิยมใช้ความรุนแรงตอบ โต้สหรัฐอเมริกา ผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การขยายตัวของพลังมุสลิมที่ใช้ความรุนแรงมากขึ้นเรื่ อง ๆ
    ชุดเหตุผลแย้งที่สำคัญอีกชุดหนึ่งคือ ข้ออ้างว่า อิรักมีอาวุธร้ายแรง และเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อชาวโลก
    ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาหลังอิรักรุกรานคูเวต เจ้าหน้าที่ UN ได้ดำเนินการกวาดล้างอาวุธที่เรียกว่าอาวุธร้ายแรงใน อิรักอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากฝ่ายที่ตรวจสอบอาวุธยืนยันว่า
    ประการแรก อาวุธที่เรียกว่า อาวุธเคมี อาวุธเชื้อโรค ได้ถูกทำลายไปแล้วไม่น้อยกว่า 90-95 เปอร์เซ็นต์
    ประการที่สอง โครงการที่เกี่ยวพันกับอาวุธนิวเคลียร์ได้ถูกทำให้ชะ งักไว้ทั้งหมดแล้ว
    นอกจากนี้ ประเทศอิรักได้ถูกปิดล้อมทางเศรษฐกิจมาเป็นเวลา 12 ปี อิรักจึงไม่อยู่ในฐานะที่มั่นคงพอที่จะเป็นภัยคุกคาม โลก
    ในขณะเดียวกัน ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า บรรดาหัวเชื้อทางชีวภาพและอาวุธที่มีอำนาจร้ายแรงทั้ งหลายที่อิรักเคยมี ล้วนแล้วแต่ได้มาจากสหรัฐอเมริกา เพราะรัฐบาลอเมริกันได้อนุญาตให้บรรษัทค้าอาวุธส่งอา วุธเหล่านี้ให้แก่อิรัก ตั้งแต่ในช่วงที่อิรักทำสงครามกับอิหร่าน แม้แต่โรงงานที่ผลิตอาวุธเชื้อโรคในอิรัก ก็ไม่สามารถผลิตหัวเชื้อของอาวุธเชื้อโรคหรืออาวุธเค มีได้ บรรดาหัวเชื้อต่างต้องสั่งตรงจากสหรัฐอเมริกา
    ชุดเหตุผลแย้งอีกประการหนึ่งคือ ถ้าใช้ข้ออ้างเรื่องการมีและการใช้อาวุธร้ายแรงในสงค ราม ประเทศแรกที่น่าจะถูกปลดอาวุธคือ สหรัฐอเมริกา ไม่ใช่อิรัก
    ปัจจุบัน มีข้อมูลใหม่ยืนยันว่า หลังสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอัฟกานิสถาน ปรากฏพบว่า สหรัฐอเมริกาได้ใช้อาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างรุนแรงที ่เรียกว่า Depleted Uranium Weapons ซึ่งนอกจากจะมีอำนาจในการทำลายล้างรุนแรงคล้ายระเบิด นิวเคลียร์ขนาดเล็กแล้ว ยังก่อให้เกิดสารกัมมันตรังสีแพร่ระบาดในขอบเขตกว้าง ขวาง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธนิวเคลียร์ได้เดินทางไปตรวจสอบ เด็กแรกเกิดชาวอัฟกันพบ ว่า อย่างน้อยประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของเด็ก ๆ มีปัญหาสุภาพร้ายแรง อันเนื่องจากสารกัมมันตภาพรังสีจากยูเรเนี่ยม
    ชุดเหตุผลแย้งชุดต่อมาคือ ไม่มีหลักในรูปธรรมชี้ชัดว่าอิรักเกี่ยวพันอะไรกับเห ตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ในเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่มีชาวอิรักสักคนเดียวที่เกี่ ยวพันด้วย และไม่มีหลักฐานยืนยันว่าอิรักสนับสนุนการก่อการร้าย ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าที่บาหลี หรือกรณีการโจมตีสถานทูตอเมริกัน
    นอกจากนี้กลับมีหลักฐานที่ยืนยันว่า บิน ลาเดน เคยรับอาสากษัตรีย์วาอุดีอาระเบียเพื่อจัดตั้งกองทัพ มุสลิมขึ้นทำสงครามกับ อิรักในช่วงที่อิรักรุกรานคูเวต ดังนั้นหลักฐานที่อเมริกาอ้างว่ามีความเชื่อมโยงระหว ่างอิรักกับบิน ลาเดน หรืออัลกอร์อิดะห์จึงกลายเป็นข้ออ้างที่ไม่มีข้อพิสู จน์ที่ชัดเจน
    เหตุผลแย้งที่สำคัญชุดสุดท้ายคือ สงครามจะทำให้ผู้บริสุทธิ์มากมายโดยเฉพาะประชาชนอิรั ก ผู้หญิง และคนชรา ต้องตายและพิการ


Seite 1 von 3 123 LetzteLetzte

Ähnliche Themen

  1. Safari World
    Von ling im Forum Touristik
    Antworten: 12
    Letzter Beitrag: 07.05.13, 12:43
  2. if the world could vote dot com
    Von zappalot im Forum Sonstiges
    Antworten: 0
    Letzter Beitrag: 23.10.08, 21:25
  3. Bangkok No.1 in the world
    Von Willi-S im Forum Touristik
    Antworten: 18
    Letzter Beitrag: 30.08.08, 09:44
  4. Siam-World
    Von wedelich im Forum Thailand News
    Antworten: 4
    Letzter Beitrag: 09.01.07, 11:29
  5. It's a men's world ..
    Von MadMac im Forum Treffpunkt
    Antworten: 16
    Letzter Beitrag: 04.11.02, 21:22