Seite 4 von 17 ErsteErste ... 2345614 ... LetzteLetzte
Ergebnis 31 bis 40 von 165

ศัพท์น่ารู้

Erstellt von Jiap, 28.01.2008, 19:46 Uhr · 164 Antworten · 87.296 Aufrufe

  1. #31
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ฝรั่งมังค่า

    ฝรั่งมังค่า หมายถึง “ฝรั่ง” มีนัยความหมายว่า “คนที่ไม่ใช่พวกเรา” คำว่า “มังค่า” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำ “บังกล่า” (อ่านว่า บัง-กะ-หล่า) บังกล่า คือ เบงกอล ซึ่งเป็นแคว้นใหญ่ในอินเดียทางตะวันออก

    ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ชาวอังกฤษมาปกครองอินเดียอยู่ในแคว้นเบงกอล เนื่องจากอังกฤษซึ่งเป็น “ฝรั่ง” อยู่ที่ “มังค่า” คนไทยจึงเรียกชาวอังกฤษว่า “ฝรั่งมังค่า” ต่อมาความหมายได้ขยายกว้างออกไปหมายถึงฝรั่งชาต ิอื่น ๆ ด้วย

    อนึ่งคำว่าฝรั่งนี้ยังมีคำขยายแสดงลักษณะต่าง ๆ อีกหลายคำ เช่น ฝรั่งตาน้ำข้าว เพราะตาขาวมีสีขุ่นเหมือนน้ำข้าว ฝรั่งดั้งขอ เพราะมีจมูกโด่งรูปร่างโค้งเหมือนขอ ฝรั่งอั้งม้อ เพราะมีผมสีแดง “อั้งม้อ” เป็นภาษาจีนแปลว่า “ผมแดง”


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"


  2. #32
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ฝรั่งบางเสาธง , ฝรั่งขี้นก

    ฝรั่งบางเสาธง เป็นสำนวนหมายความว่า “ทำเป็นฝรั่ง”
    เป็นการเล่นคำกับชื่อผลไม้ของไทยชนิดหนึ่งที่เรียกว่ า “ฝรั่ง” บางเสาธงเป็นตำบลที่ถือกันว่ามีฝรั่งพันธุ์ดี ทำนองเดียวกับส้มบางมด เงาะบางยี่ขัน มะปรางท่าอิฐ ฯลฯ จึงล้อกันว่าคนไทยที่ทำตัวเป็นฝรั่งคือ “ฝรั่งบางเสาธง”

    คำว่า ฝรั่งขี้นก ก็เป็นคำเปรียบในทำนองเดียวกัน โดยเทียบกับฝรั่งพันธุ์หนึ่งของไทยที่มีผลเล็ก ไส้แดง

    ในปัจจุบันคำว่า “ฝรั่งขี้นก” มีความหมายขยายกว้างขึ้น คือนอกจากจะหมายถึงคนไทยที่ทำตัวเป็นฝรั่งแล้ว ยังหมายถึงฝรั่งจริง ๆ ที่ทำตัวไม่ดีด้วย


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  3. #33
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ฝรั่งกังไส

    คำว่า ฝรั่งกังไส เป็นสำนวนที่ได้มาจากการที่ฝรั่งทำเครื่องลายครามเลี ยนแบบเครื่องกังไสของ จีน คำว่า ฝรั่งกังไส ใช้เป็นสำนวน หมายถึงคนจีนที่นิยมฝรั่ง เช่นแต่งตัวหรือทำเป็นฝรั่ง ให้ความหมายโดยนัยว่า แม้จะทำตัวเป็นฝรั่งแต่ที่แท้ก็คือคนจีน

    กังไส เป็นชื่อมณฑลหรือแคว้นของจีนที่เรียกว่า มณฑลกวางไส หรือ กวางชี มณฑลนี้ทำเครื่องถ้วยปั้นอย่างดีมีฝีมือมาก จนถือได้ว่าเป็นตัวแทนอย่างหนึ่งของความเป็นจีน


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  4. #34
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    เอ็นจีโอ

    คำว่า เอ็นจีโอ เป็นคำที่มาจากคำย่อภาษาอังกฤษ N G และ O ซึ่งแทนคำเต็มว่า Non-Governmental Organization ซึ่งราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติศัพท์ไว้ว่า องค์การนอกภาครัฐ นอกจากนั้น ยังมีผู้ใช้ว่า องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ องค์การสาธารณประโยชน์

    เอ็นจีโอ หมายถึง กลุ่มหรือสมาคมที่ดำเนินงานโดยอิสระ ไม่อยู่ภายในโครงสร้างและระบบของราชการ ไม่แสวงผลกำไร คนทั่วไปมักใช้คำว่า เอ็นจีโอ หมายถึง กลุ่มบุคคลที่รณรงค์เพื่อสังคม วัฒนธรรม กฎหมาย และสิ่งแวดล้อม

    เอ็นจีโอ มักได้รับเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งจากภาคเอกชน และมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างประชาธิปไตยแบบมีส่ว นร่วม


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"


  5. #35
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ราศี

    คำว่า ราศี มีความหมายอย่างหนึ่งว่า ความสง่างาม หรือ ลักษณะดีงามของคน เช่น ตั้งแต่เขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี หน้าตาของเขาก็ดูมีราศีขึ้น นอกจากนั้นคำว่า ราศี ยังหมายถึงสิริมงคล เชื่อกันว่าเวลาเช้าราศีอยู่ที่หน้า เวลากลางวันราศีอยู่ที่หน้าอก เวลากลางคืนราศีอยู่ที่เท้า

    เรื่องราศีมีปรากฏในตำนานสงกรานต์ว่า ท้าวกบิลพรหม (อ่านว่า กะ-บิน-ละ-พฺรม) ซึ่งเป็นบิดาของนางสงกรานต์ ถามปริศนาธรรมบาลกุมาร (อ่านว่า ทัม-มะ-บาน-กุ-มาน) เรื่องราศี ธรรมบาลกุมารได้คำตอบจากการพูดคุยของนกอินทรีผั วเมีย จึงรู้ว่า เวลาเช้าราศีอยู่ที่หน้า เวลากลางวันราศีอยู่ที่อก เวลาเย็นราศีอยู่เท้า ด้วยเหตุนี้ คนไทยจึงถือว่า ตอนเช้าตื่นขึ้นต้องล้างหน้า กลางวันใช้น้ำลูบอก ตอนกลางคืนก่อนนอนต้องล้างเท้า เพื่อให้มีราศีอยู่กับตัวตลอดวัน


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  6. #36
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ดิถี

    ดิถี หมายถึง วันทางจันทรคติ เป็นการกำหนดวันเดือนปีโดยใช้เวลาที่ดวงจันทร์โคจรรอ บโลก กำหนดให้เดือนคี่มี ๒๙ วัน เดือนคู่มี ๓๐ วัน เรียกว่า ดิถี เช่น วันขึ้น ๑ ค่ำ เรียกว่า ดิถี ๑, วันขึ้น ๑๕ ค่ำเรียก ดิถี ๑๕, วันแรม ๑ ค่ำเรียก ดิถี ๑๖, วันแรม ๑๕ ค่ำ เรียก ดิถี ๓๐

    ดิถี เป็นคำเรียกวันขึ้นแรมของดวงจันทร์ ไม่ใช่วันทางสุริยคติ เมื่อใช้คำว่า วารดิถีขึ้นปีใหม่ จึงหมายถึง วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ ถ้าจะให้หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ ๑ มกราคม ไม่ควรใช้คำว่า ดิถี เพราะวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางสุริยคติ ควรใช้ว่า ในวาระขึ้นปีใหม่


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  7. #37
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    เสี้ยม

    คำว่า เสี้ยม หมายความว่า ทำให้แหลม โดยใช้คมมีดฟันแฉลบวัตถุที่แข็งเช่นไม้ เฉพาะส่วนปลาย เช่น เสี้ยมปลายไม้ให้แหลม หรือหมายถึง มีลักษณะค่อนข้างแหลม เช่น ไม้ปลายเสี้ยม ผู้ชายหน้าเสี้ยม คนคางเสี้ยม.

    คำว่า เสี้ยม มีความหมายโดยปริยายว่า ยุแหย่ เช่น พี่น้องต้องทะเลาะกันเพราะมีคนคอยเสี้ยม เมื่อใช้ซ้อนกับคำว่า สอน เป็น เสี้ยมสอน หมายถึง ยุยงให้คิดนึกหรือกระทำการอันไม่ควร เช่น ป้า ๆ น้า ๆ เสี้ยมสอนให้เขาเกลียดแม่เลี้ยง เขาถูกเสี้ยมสอนให้แข็งข้อต่อหัวหน้า

    มีสำนวน ๒ สำนวนที่มีคำว่า เสี้ยม คือ หนามแหลมไม่มีใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงไม่มีใครกลึง หมายถึง คนที่มีปฏิภาณไหวพริบจะเป็นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องมีใครสอน และ เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน หมายความว่า ยุยงให้โกรธเกลียดหรือวิวาทกัน


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  8. #38
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ยุ

    คำว่า ยุ หมายถึง เร้า หนุน หรือกระตุ้นให้ทำ เช่น เขายุหลานให้สมัครสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเท ศ เด็กยุหมาให้กัดกัน เด็กคนนี้ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ

    เมื่อคำว่า ยุ ประกอบกับคำอื่นจะมีความหมายต่าง ๆ กันไป เช่น ยุยง หมายถึง หนุนให้แรงขึ้น, ยุในทางร้าย, เช่น เขากล้าแข็งข้อกับเจ้านายเพราะมีคนยุยง ยุแหย่ หมายถึง ยุให้แตกกัน เช่น พี่น้องต้องทะเลาะกันเพราะมีคนยุแหย่

    คำว่า ยุ อาจพูดเติมเสริมสร้อยเป็น ยุแยงตะแคงรั่ว หรือใช้ในสำนวนว่า ยุให้รำ ตำให้รั่ว มีความหมายอย่างเดียวกับ ยุแหย่ คือหมายถึง ยุให้แตกกัน เช่น พี่น้องต้องทะเลาะกันเพราะมีคนยุแยงตะแคงรั่ว หรือ พี่น้องต้องทะเลาะกันเพราะมีคนยุให้รำตำให้รั่ว

    นอกจากนั้น คำว่า ยุ ยังปรากฏในสำนวนเปรียบเทียบ บ่างช่างยุ ใช้เรียกคนที่ชอบพูดส่อเสียดยุยงให้เขาแตกกัน



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  9. #39
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ทอด

    ทอด เป็นคำกริยามีหลายความหมาย

    ความหมายหนึ่งคือ วางสิ่งใดสิ่งหนึ่งลง สิ่งที่วางนั้นมีลักษณะต่าง ๆ กัน เช่นถ้าใช้ว่า ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า จะหมายความว่า ทำพิธีถวายผ้ากฐินหรือผ้าป่าแก่พระสงฆ์ตามที่มีพุทธบ ัญญัติให้กระทำได้ ด้วยการนำผ้าจีวรไปถวายโดยไม่เจาะจงพระภิกษุรูปใดรูป หนึ่ง ผ้าที่ถวายนั้นจึงต้องนำไปทอดลงท่ามกลางสงฆ์หรือที่ใ ดที่หนึ่งที่ไม่ได้ เจาะจง คำว่า ทอด จึงมีความหมายว่า วางลงโดยไม่เจาะจง

    อีกความหมายหนึ่ง เป็นคำสุภาพ หมายถึงวางเครื่องดื่มหรือของกินถวายพระราชวงศ์ เช่นพูดว่า เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีประทับพระเก้าอี้แล้ว เจ้าพนักงานทอดเครื่องพระสุธารสถวาย ในคำราชาศัพท์ คำว่า ทอดพระที่ หรือ ทอดที่ หมายถึงจัดที่นั่งหรือที่นอนถวายแด่พระราชวงศ์ด ้วย


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"


  10. #40
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ล่มหัวจมท้าย

    ล่มหัวจมท้าย เป็นสำนวน มีความหมายว่า ร่วมชะตากรรมมาด้วยกัน ได้รับความทุกข์ยากหรือความลำบากมาด้วยกัน เช่น เราทำงานสร้างองค์กรมาด้วยกันล่มหัวจมท้ายมาด้ว ยกัน เราไม่มีวันทิ้งกันไปได้ สามีภรรยาคู่นี้ล่มหัวจมท้ายเป็นคู่ทุกข์คู่ยากสร้าง เนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน ยาวนาน กว่าจะตั้งตัวเป็นปึกแผ่นอยู่อย่างเดี๋ยวนี้

    สำนวน ล่มหัวจมท้าย เป็นสำนวนที่เทียบการเดินทางด้วยเรือ ซึ่งอาจประสบอุปสรรค เรือรั่ว เรือล่ม ถ้าหัวเรือล่ม ท้ายก็ต้องจมไปด้วย หากจะไปถึงฝั่งก็ไปถึงฝั่งด้วยกัน


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย

Seite 4 von 17 ErsteErste ... 2345614 ... LetzteLetzte

Ähnliche Themen

  1. Antworten: 16
    Letzter Beitrag: 12.02.07, 12:06
  2. Antworten: 4
    Letzter Beitrag: 01.12.05, 17:35
  3. Antworten: 16
    Letzter Beitrag: 11.06.04, 11:23
  4. Antworten: 0
    Letzter Beitrag: 31.12.02, 09:53
  5. Antworten: 11
    Letzter Beitrag: 17.07.02, 20:36