Seite 13 von 17 ErsteErste ... 31112131415 ... LetzteLetzte
Ergebnis 121 bis 130 von 165

ศัพท์น่ารู้

Erstellt von Jiap, 28.01.2008, 19:46 Uhr · 164 Antworten · 87.279 Aufrufe

  1. #121
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ดกดื่น


    ดก หมายความว่า มีมาก มีมากกว่าปรกติ ใช้เป็นคำขยายคำนามที่หมายถึงสิ่งใด ๆ ตามธรรมชาติ เช่น ผม ขน คิ้ว ที่มีมากกว่าปรกติ หรือที่มีมากกว่าคนโดยทั่วไป เรียกว่า ผมดก ขนดก คิ้วดก ผู้ที่มีบุตรหลายคน และมีบุตรในเวลาติดต่อกัน เรียกว่า มีลูกดก เช่น คนรวยมีลูกยาก แต่คนที่ไม่ค่อยมีเงินก็มักจะมีลูกดก นอกจากใช้กับการมีลูกของคนแล้ว ยังใช้กับการมีลูกของสัตว์ และการที่ไก่ออกไข่มากกว่าไก่อื่น ๆ ด้วย เช่น สุนัขบางตัวลูกดก ออกลูกครอกหนึ่งตั้งสิบตัว ไก่ที่ได้กินอาหารดี ๆ มักจะไข่ดก นอกจากนี้ ต้นไม้ที่ออกดอกมาก หรือมีผลมาก ก็เรียกว่า ดอกดก ผลดก ผลไม้ที่อาจออกผลดกได้ เช่น มะม่วงดก มะละกอดก ขนุนดก พุทราดก มะพร้าวดก

    ดื่น หมายความว่า มีมาก มีอยู่ทั่วไป เช่น แก้วมังกร ปลาแซมมอน ก่อนนี้แพงเพราะหายาก เดี๋ยวนี้มีขายดื่นไป ราคาจึงถูกลง เดี๋ยวนี้เสื้อผ้าสวย ๆ มีขายอยู่ดื่นไปตามตลาดนัด คำว่า ดื่น นี้ ใช้ว่า ดกดื่น ก็ได้ เช่น ปัจจุบันผลไม้ต่างประเทศมีขายอยู่ดกดื่น



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  2. #122
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    มัธยัสถ์ - ประหยัด

    มัธยัสถ์ เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า มธฺยสฺถ (อ่านว่า มัด-ทะ -ยัด-ถะ) แปลว่า ปานกลาง, ตั้งอยู่ในท่ามกลาง หมายความว่า ไม่ใช้จ่ายเกินพอดี แต่ต้องไม่ให้แร้นแค้น ไม่ให้ขาดแคลนจนเกินไป ความมัธยัสถ์ที่ใช้เฉพาะกับการใช้จ่าย หมายถึงการใช้จ่ายอย่างพอเหมาะพอดี บรรดาสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนอาหารการกินทุกอย่างย่อมมีสิ่งที่ดีมากน้อยต่า งกัน มีราคาถูกแพงต่างกัน ถ้าเรารู้จักเลือกซื้อของใช้ของกินที่มีราคาพอเหมาะก ับฐานะ พอเหมาะกับการใช้งาน ไม่ฟุ้งเฟ้อใช้สิ่งที่แพงเกินไป ก็เรียกว่ารู้จักมัธยัสถ์ ความมัธยัสถ์ช่วยให้คนดำรงชีวิตอยู่ได้ในความพอ ดี ซึ่งเป็นวิถีทางที่ทำให้ชีวิตเป็นสุขอย่างยั่งย ืน

    คำว่า ประหยัด หมายถึง ระวังการใช้จ่ายหรือระวังการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ไม่ให้หมดเปลืองไปโดยไม่สมควร เช่น ประหยัดเงิน ประหยัดน้ำ ประหยัดน้ำมัน ประหยัดพลังงาน ประหยัดเวลา ประหยัดแรง การระวังการใช้จ่ายไม่ให้เกินฐานะ เกินรายได้ของตน อาจใช้ว่า ประหยัด เท่านั้นก็ได้ เช่น ถ้าเราอยู่อย่างประหยัด เงินเดือนน้อยก็พออยู่กันได้ไม่ขัดสน การประหยัดทำให้ชีวิตเป็นสุขเพราะไม่ต้องพะวงกับการเ ป็นหนี้ คำว่า ประหยัด ถ้าไม่ระบุว่าประหยัดอะไร ก็จะมีความหมายว่า ประหยัดเงิน, ประหยัดค่าใช้จ่าย

    ประหยัด เป็นคำที่รับมาจากภาษาเขมรว่า บฺรยัตฺน (อ่านว่า ปฺร็อ-ยัด) แปลว่า ระวัง. ในความหมายนี้ ภาษาไทยใช้เฉพาะบางเรื่อง เช่น ประหยัดคำ ประหยัดปาก แปลว่า ระวังการพูดจาไม่ให้กล่าวคำก้าวร้าวล่วงเกินผู้ อื่น, ระวังปากคอไม่ให้กล่าวคำร้ายคำเลว


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  3. #123
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    แช็ต

    แช็ต หมายถึง พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันทางคอมพิวเตอร์

    แช็ต มาจากคำภาษาอังกฤษ chat หมายถึง พูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ

    สิ่งที่พูดคุยหรือส่งมาแลกเปลี่ยนกันมีทั้งข้อค วาม เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ผู้ที่พูดคุยกันอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักกันมาก่อนก็ ได้ แต่ต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก ถ้าไม่ลงทะเบียนก็สามารถอ่าน ฟัง และดูภาพได้ แต่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นโต้ตอบได้ เรื่องที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์คุยกันมีมากมายหลายป ระเภท แล้วแต่ความสนใจ เช่น การเมือง การศึกษา สุขภาพ เรื่องราวในวงการบันเทิง ฯลฯ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มีทั้งเรื่องซึ่งมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือไ ด้และความเห็นส่วนตัว การแช็ตจึงเป็นเสรีภาพที่ไร้ขอบเขต ผู้ใช้ต้องมีวิจารณญาณในการรับข้อมูล


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  4. #124
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    สะพาย-ตะพาย

    คำว่า สะพาย มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึง แขวนบ่า หรือ ห้อยเฉียงบ่า เช่น เขาหยิบกระเป๋าสะพายบ่าเดินออกจากบ้านไป ลักษณะที่ถูกฟันขาดเฉียงบ่า เรียกว่า ขาดสะพายแล่ง คำว่า สะพาย คำนี้ น่าจะยืมมาจากคำเขมร สฺพาย (อ่านว่า ซะ -เปียย) ซึ่งหมายถึง สะพาย คำนี้ในภาษาไทย มีการพูดเพี้ยนเสียงจาก สะพาย เป็น ตะพาย

    คำว่า สะพาย ใช้ในภาษาเขียน ส่วนคำว่า ตะพาย ใช้ในภาษาพูด แต่ในบางกรณี คำว่า สะพาย กับ ตะพาย ก็ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เช่น สำนวนว่า ของหายตะพายบาป จะไม่ใช้ว่า *ของหายสะพายบาป ของหายตะพายบาป หมายความว่า ของหายหรือเข้าใจว่าหายแล้วเที่ยวกล่าวโทษผู้อื ่น ว่าผู้นั้นผู้นี้ขโมย



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"


  5. #125
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ขืน - ฝืน

    คำว่า ขืน กับ ฝืน มีเสียงคล้ายกัน ความหมายก็ดูเหมือนว่าจะคล้ายกัน

    ขืน หมายถึง บังคับไว้หรือยั้งไว้ไม่ให้เป็นไปตาม เช่น โลกต้องเป็นอย่างนี้ ขืนไม่ได้ แม่ทั้งลากทั้งจูง แต่ลูกขืนตัวไว้ หรือหมายถึง ทำทั้ง ๆ ที่ไม่ควรทำ เช่น ถ้าคุณขืนไปที่นั่น คุณจะได้รับอันตราย ที่นี่ห้ามถ่ายรูป ถ้าคุณขืนถ่ายรูปคุณอาจถูกจับ หรือหมายถึง บังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการทำ เช่น ลูกไม่อยากแต่งงาน ก็ไม่ควรขืนใจ

    ส่วน ฝืน หมายถึง ต้องจำใจทำสิ่งที่ไม่อยากจะทำ เช่น เขาฝืนยิ้มปลอบใจตนเอง หรือหมายถึง ขัด, ไม่ทำตาม เช่น ถ้านักเรียนฝืนกฎของโรงเรียนจะถูกลงโทษ

    คำว่า ขืน กับ ฝืน แม้จะมีความหมายคล้ายกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้ เช่นประโยคว่า ถ้าลูกฝืนคำสั่งแม่ ขืนรังแกน้องอีก แม่จะตี ประโยคนี้จะใช้คำว่า ขืน กับ ฝืน สับที่กันไม่ได้


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  6. #126
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    คําที่มักเขียนผิด

    "สังเกตุ" หรือ "สังเกต"

    คำนี้หลายคนเข้าใจว่า ต้องเขียนว่า "สังเกตุ" คือ มีสระอุ ใต้ "ต" แต่ที่ถูกต้องตามพจนานุกรม จะต้องเขียนว่า "สังเกต" คือ ไม่มีสระอุ เพราะหากเติมสระอุ เมื่อใด ความหมายจะผิดเพี้ยน

    ความหมายตามพจนานุกรม "สังเกต" ก. กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย

    ความหมายตามพจนานุกรม "เกตุ", "เกตุ"- [เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร) ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๙ หมายถึงตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยว ิถี ลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจาก ใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู. (ป., ส.).

    ที่มา -บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน

  7. #127
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    คําที่มักเขียนผิด

    "สร้างสรรค์" กับ "สรรค์สร้าง" หรือ "สรรสร้าง"

    โดยทั่วไปเราทราบกันดีว่า คำว่า "สร้างสรรค์" นั้น ความหมายคือ การสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น ความหมายตามพจนานุกรมให้ ไว้ว่า...สร้างสรรค์ ก. สร้างให้มีให้เป็นขึ้น (มักใช้ทางนามธรรม) เช่น สร้างสรรค์ความสุขความเจริญให้แก่สังคม. ว. มีลักษณะริเริ่มในทางดี เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะสร้างสรรค์.

    แต่บางครั้ง เราพบว่า มีการใช้คำๆ นี้ สลับกัน จาก "สร้างสรรค์" เป็น "สรรค์สร้าง" โดยผู้ใช้ ที่ใช้ตาม อาจจะได้ยินมา (สัน-สร้าง) และเข้าใจว่า ต้องเขียนเป็น "สรรค์สร้าง" ซึ่งดูแปลก และเก๋ ดี แต่ความจริงแล้ว เมื่อใดก็ตามหากจะเขียนให้ออกเสียงต่างกัน นั่นต้องมาจากจุดประสงค์ ที่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร เพราะการที่ใช้คำว่า "สรรค์สร้าง" การเขียนที่ถูกต้องคือ "สรรสร้าง" คือ ไม่มี "ค์" ต่อหลัง "สรร" เพราะโดยแท้จริงผู้ที่เข้าใจถูกต้องจะใช้คำนี้โดยสื่ อว่า "สรร" นั่นคือ การหามา รวบรวมมา แล้วนำมาสร้าง ซึ่งความหมายจะแตกต่างจากคำว่า "สร้างสรรค์"

    ที่มา - บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน

  8. #128
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    คําที่มักเขียนผิด

    "สร้างสรรค์" กับ "รังสรรค์" ใช้อย่างไร

    อีก คำหนึ่งที่เราเห็นใช้กันบ่อยหน และคิดว่าเป็นคำที่สวยงาม โดยขาดความเข้าใจว่า สองคำนี้ แม้จะความหมายเดียวกัน แต่การนำมาใช้นั้น ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ซึ่งเรามักจะพบใช้คำว่า "สร้างสรรค์" กันโดยส่วนใหญ่ แต่บางครั้งจะได้ยินหรือได้เห็นผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ใช้ คำว่า "รังสรรค์"

    คำว่า "รังสรรค์" โดยความหมายแล้ว จะใช้เฉพาะกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น เป็นงานศิลปะ งานจิตรกรรม เช่น "กาลิเลโอ คีนิ จิตรกรเอกผู้รังสรรค์งานศิลป์ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม" เราจะไม่ใช้ว่า "ให้เรามาร่วมกัน รังสรรค์สังคมให้น่าอยู่" แต่จะใช้ "สร้างสรรค์สังคม"


    ที่มา - บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน

  9. #129
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    คําที่มักเขียนผิด

    "นะคะ" หรือ "นะค่ะ"

    อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันบ่อยครั้ง คือคำว่า "นะคะ" กับ "นะค่ะ" คำที่ลงท้ายว่า "คะ" ใช้กับการบอกกล่าว คำที่ลงท้ายว่า "ค่ะ" ใช้กับการ รับคำ แต่เรามักเห็นเขียนคำว่า "นะค่ะ" เป็นคำบอกกล่าว เช่น "อย่าลืมซื้อเค้ก มาฝาก นะค่ะ" ซึ่งจริงๆ ต้องเขียนว่า "นะคะ" (ออกเสียงค๊ะ) โดยไม่ต้องเติม ไม้เอก เพราะว่า...

    "คะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น ไม่มีวรรณยุกต์ ออกเสียงตรี เช่นเดียวกับ "นะ" "จ๊ะ" "วะ"

    "ค่ะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น มีวรรณยุกต์เอก ออกเสียงโท เช่นเดียวกับ "น่ะ" "จ้ะ" "ว่ะ"

    ที่มา - บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน

  10. #130
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    คําที่มักเขียนผิด

    "โอกาศ" หรือ "โอกาส"

    เป็นคำที่พบบ่อยคำหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะเขียนเป็น "โอกาศ" ซึ่งในพจนานุกรมไม่ปรากฏความหมายของคำนี้

    ขณะที่คำว่า โอกาส [กาด] น. ความหมายตามพจนานุกรม อธิบายไว้ว่า หมายถึง ช่อง, ทาง; เวลาที่เหมาะ, จังหวะ. (ป.; ส. อวกาศ).

    บาง ครั้งเมื่อใช้ในพระราชพิธี หรือ งานที่มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ จะใช้ "วโรกาส" ซึ่งเป็นราชาศัพท์ ที่สื่อความหมายเดียวกันกับข้างต้น

    ขอให้พึงจำว่า "กาศ" ใช้กับ "อากาศ" "อวกาศ" "ประกาศ" เป็นอาทิ

    เหตุเพราะคำว่า "โอกาศ" เขียนผิดเป็นส่วนมาก ฉะนั้น เราจึงต้องหา "โอกาส" เรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อที่จะเขียนคำว่า "โอกาส" ให้ถูกต้อง

    ที่มา - บทความของบล็อกเกอร์ทิวสน

Seite 13 von 17 ErsteErste ... 31112131415 ... LetzteLetzte

Ähnliche Themen

  1. Antworten: 16
    Letzter Beitrag: 12.02.07, 12:06
  2. Antworten: 4
    Letzter Beitrag: 01.12.05, 17:35
  3. Antworten: 16
    Letzter Beitrag: 11.06.04, 11:23
  4. Antworten: 0
    Letzter Beitrag: 31.12.02, 09:53
  5. Antworten: 11
    Letzter Beitrag: 17.07.02, 20:36