Seite 12 von 17 ErsteErste ... 21011121314 ... LetzteLetzte
Ergebnis 111 bis 120 von 165

ศัพท์น่ารู้

Erstellt von Jiap, 28.01.2008, 19:46 Uhr · 164 Antworten · 87.242 Aufrufe

  1. #111
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    เรือผีหลอก


    เรือผีหลอก เป็นเรือที่มักใช้หาปลาในเวลากลางคืน สาเหตุที่เรียกว่าผีหลอก น่าจะเป็นเพราะหลอกให้ปลากระโดดลงในเรือ ลักษณะของเรือผีหลอกคือท้องเรือค่อนข้างแบน เมื่อลอยอยู่ในน้ำกราบเรือจะสูงกว่าระดับน้ำไม่ มาก แคมเรือด้านหนึ่งติดแผ่นกระดานทาสีขาว และวางให้เอียงลาดลงน้ำ แคมเรืออีกด้านหนึ่งขึงตาข่ายเป็นแนวยาวตลอดลำเ รือ ชาวประมงจะแจวหรือพายเรือตามริมตลิ่งในเวลากลาง คืน แล้วโคลงเรือไปมา ปลาเห็นแผ่นกระดานสีขาวท่ามกลางความมืด จะตกใจและกระโดดขึ้นพ้นน้ำ ปลาจึงตกลงมาในท้องเรือ แต่ถ้ากระโดดไกลออกไปจะถูกตาข่ายกั้นไว้



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  2. #112
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ตะกรุม-ตะกราม


    ตะกรุม และ ตะกราม เป็นนกกระสา ๒ ชนิด นกตะกราม เป็นนกกระสาที่ตัวใหญ่ที่สุด ตัวสีเทา หัวตลอดจนถึงลำคอมีสีแดงไม่มีขน ปากใหญ่ปลายแหลมตรง มีถุงลมสีส้มห้อยอยู่ด้านหน้าลำคอ และมีพู่ขนสีขาวรอบฐานคอ ขายาว กินปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ส่วนนกตะกรุมรูปร่างคล้ายนกตะกราม แต่มีขนาดเล็กกว่า และไม่มีถุงลมและพู่ขนสีขาวที่คอ หัวและคอสีเหลืองและไม่มีขน

    ทั้งนกตะกรุมและนกตะกราม เมื่อคาบเหยื่อที่เป็นอาหารได้ จะรีบขยอกและกลืนกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวนกตัวอื่นจะแย่งเอาอาหารไป ในภาษาไทยนำชื่อนก ๒ ตัวนี้ ที่มีพฤติกรรมรีบกลืนกินเหยื่อ มาเปรียบเทียบกับกิริยาในการบริโภคอาหารอย่างผล ีผลาม รีบร้อน ขาดการพิจารณา เช่น แกงกำลังร้อน ถ้าขืนตะกรุมตะกรามกินเข้าไป ปากคอจะพอง, เด็ก ๆ ค่อยกินก็ได้ อาหารมีพอสำหรับทุกคน ไม่ต้องตะกรุมตะกรามหรอก



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  3. #113
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ก้ำกึ่ง

    คำว่า ก้ำกึ่ง หมายถึงเกือบเท่ากัน เช่น สองคนนี้สู้กันไม่แพ้ไม่ชนะ ฝีมือก้ำกึ่งกัน ผลการลงคะแนนยังก้ำกึ่ง ต้องให้ประธานตัดสินชี้ขาด

    คำว่า ก้ำกึ่ง ประกอบด้วยคำว่า ก้ำ กับ กึ่ง

    คำว่า กึ่ง หมายถึง ครึ่ง เช่น พระราชายกเมืองให้โอรสครองกึ่งหนึ่ง กึ่ง ใช้จำกัดกว่าคำว่า ครึ่ง คือใช้ร่วมกับคำเพียงบางคำ เช่น กึ่งกลาง กึ่งศตวรรษ

    กึ่ง ยังมีความหมายว่า ไม่เต็มที่ ไม่แท้จริง อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งหรือครึ่งเดียว เช่น กึ่งราชการ เสียงกึ่งสระ สารกึ่งตัวนำ (semiconductor)

    ส่วนคำว่า ก้ำ น่าจะหมายความว่า เกิน คำนี้นอกจากจะใช้ร่วมกับคำว่า กึ่ง แล้ว ยังใช้ร่วมกับคำว่า เกิน เป็น ก้ำเกิน เช่น เขาตกลงกันว่าจะต่างคนต่างอยู่ ไม่ล่วงล้ำก้ำเกินกัน



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  4. #114
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    กังวล-วิตก


    คำว่า กังวล กับ วิตก มีความหมายคล้ายกัน

    คำว่า กังวล หมายความว่า ไม่สบายใจเพราะเกรงไปล่วงหน้า เช่น ลูกกลับบ้านช้ากว่าปรกติมาก แม่จึงกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า , เขาตั้งนาฬิกาปลุกแล้ว แต่ก็ยังกังวลว่าอาจจะตื่นสายไปสอบไม่ทัน , แขกมามากกว่าที่คาด จนเขากังวลว่าอาหารอาจไม่พอ

    คำว่า วิตก หมายความว่า นึกกลัว, เป็นทุกข์, กังวลมาก เช่น เขาวิตกว่าก้อนเนื้อที่หน้าอกอาจเป็นเนื้อร้าย , ข่าวเรื่องปัญหาการเงินของบริษัท ทำให้เขาวิตกว่าอาจจะต้องตกงาน , เขาวิตกว่าถ้าหาเงินใช้หนี้ไม่ทัน อาจจะถูกฟ้อง , นักเล่นหุ้นวิตกว่าปัญหาการเมืองจะทำให้เศรษฐกิจตกต่ ำ , แม่วิตกว่าจะไม่มีเงินเสียค่าเล่าเรียนให้ลูก

    คำว่า กังวล เป็นคำยืมจากภาษาเขมร ส่วนคำว่า วิตก เป็นคำยืมจากภาษาบาลี



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  5. #115
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ภาพลักษณ์ - ภาพพจน์


    คำว่า ภาพลักษณ์ (อ่านว่า พาบ-ลัก) ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า image แปลตามศัพท์ว่า ลักษณะของภาพที่เห็น ส่วนใหญ่ใช้ในความหมายว่า ภาพของบุคคล องค์กร สถาบัน ตามที่สาธารณชนมองเห็น เป็นภาพที่เกิดขึ้นในใจของคนที่เห็น มักเกิดจากลักษณะ การกระทำ หรือพฤติกรรมของบุคคล องค์กร หรือสถาบันนั้น ๆ เช่น เปาบุ้นจิ้น มีภาพลักษณ์เป็นคนที่ตรง เด็ดขาด และยุติธรรม, พนักงานทุกคนควรช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของอ งค์กร

    บางคนใช้คำว่า ภาพพจน์ (อ่านว่า พาบ-พด) ในความหมายของภาพลักษณ์ ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะอันที่จริง ภาพพจน์ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า figure of speech แปลตามศัพท์ว่า คำพูดที่ทำให้เห็นภาพ มักใช้ในความหมายว่าถ้อยคำหรือสำนวนโวหารในวรรณ คดี ที่เปรียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นรูปธรรมเห็ นได้ชัดเจน ทำให้ผู้อ่านนึกเห็นเป็นภาพ เช่น สำนวนเปรียบเทียบว่า เสียงไพเราะเหมือนเสียงนกร้อง, ปากเหมือนกระจับ, ชีวิตคือการต่อสู้, ทะเลกำลังสะอื้น



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  6. #116
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    พอเพียง-เพียงพอ

    คำว่า พอเพียง และ เพียงพอ มีความหมายต่างกัน ถึงแม้จะดูคล้ายกันมาก เนื่องจากประกอบด้วยหน่วยคำ พอ กับ เพียง เหมือนกัน

    คำว่า พอเพียง หมายถึง เต็มที่ตามต้องการ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ไม่ขาดแคลน ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า sufficient เช่น เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ มีหลักการคือ รู้จักพออยู่พอกิน และพอเพียงในทุกเรื่อง, การชลประทานทำให้เรือกสวนไร่นามีน้ำอย่างพอเพีย ง

    ส่วนคำว่า เพียงพอ หมายถึง พอมีแค่ที่กะไว้ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า enough เช่น โรงพยาบาลนี้มีหมอไม่เพียงพอ คนไข้จึงต้องรอนานหลายชั่วโมงกว่าจะได้ตรวจ ครอบครัวของเขาลำบากมากเพราะรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ ่าย คำว่า เพียงพอ อาจใช้คำว่า พอ แทนได้

    สรุปก็คือ พอเพียง เน้นความพอดี ความไม่ขัดสน และไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่ เพียงพอ เน้นความจำเป็น หรือความต้องมีตามระดับที่กำหนดไว้ตามความจำเป็ น


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  7. #117
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    อัฐฬส


    คำว่า อัฐ กับ ฬส ใช้คู่กันเป็น อัฐฬส (อ่านว่า อัด-ลด) หมายถึงเงิน เช่น ยายบอกหลานว่าไม่ต้องซื้อขนมมาฝากยาย อัฐฬสยิ่งหายากอยู่ด้วย

    อัฐ เป็นคำยืมจากคำภาษาบาลี อฎฺ (อ่านว่า อัด-ถะ) แปลว่า แปด เช่น อัฐบริขาร (อ่านว่า อัด-ถะ -บอ-ริ -ขาน) หมายถึงเครื่องใช้สอยของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา มี ๘ อย่าง

    คำว่า ฬส ตัดมาจากคำ โสฬส แปลว่า ๑๖ เช่น โสฬสรูปพรหม (อ่านว่า โส-ลด-รูบ-ปะ -พฺรม) หมายถึง ที่อยู่ทั้ง ๑๖ ชั้นของพรหมที่มีรูปร่าง หรือหมายถึง พรหมที่มีรูปร่างทั้ง ๑๖ ชั้น

    นอกจาก อัฐ และ โสฬส จะเป็นคำบอกจำนวนแล้ว ยังเป็นคำเรียกเงินตราอีกด้วย เริ่มใช้อัฐและโสฬสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นำดีบุกมาทำเป็นเงินเหรียญมีค่า ๘ อัฐ เท่ากับ ๑ เฟื้อง และ ๑ เฟื้อง เท่ากับ ๑๖ โสฬส ปัจจุบันเลิกใช้ อัฐ และ โสฬส แล้ว แต่ยังมีผู้ใช้คำว่า อัฐ และ อัฐฬส ในความหมายว่า "เงิน" อยู่



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"


  8. #118
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    สะพาย-ตะพาย

    คำว่า สะพาย มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึง แขวนบ่า หรือ ห้อยเฉียงบ่า เช่น เขาหยิบกระเป๋าสะพายบ่าเดินออกจากบ้านไป ลักษณะที่ถูกฟันขาดเฉียงบ่า เรียกว่า ขาดสะพายแล่ง คำว่า สะพาย คำนี้ น่าจะยืมมาจากคำเขมร สฺพาย (อ่านว่า ซะ -เปียย) ซึ่งหมายถึง สะพา. คำนี้ในภาษาไทย มีการพูดเพี้ยนเสียงจาก สะพาย เป็น ตะพาย

    คำว่า สะพาย ใช้ในภาษาเขียน ส่วนคำว่า ตะพาย ใช้ในภาษาพูด แต่ในบางกรณี คำว่า สะพาย กับ ตะพาย ก็ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เช่น สำนวนว่า ของหายตะพายบาป จะไม่ใช้ว่า *ของหายสะพายบาป

    ของหายตะพายบาป หมายความว่า ของหายหรือเข้าใจว่าหายแล้วเที่ยวกล่าวโทษผู้อื ่น ว่าผู้นั้นผู้นี้ขโมย


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  9. #119
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    ทวิภาคี

    คำว่า ทวิภาคี ประกอบด้วยคำว่า ทวิ แปลว่า สอง และ ภาคี แปลว่า ผู้มีส่วนหรือผู้เป็นฝ่าย

    ทวิภาคี หมายถึง สองฝ่าย เป็นคำที่ใช้ขยายคำอื่น ส่วนใหญ่ใช้ในวงการทูต เช่น สัญญาทวิภาคี หมายถึง สัญญาระหว่างประเทศที่มีคู่สัญญา ๒ ฝ่าย การเจรจาระดับทวิภาคี หรือ การเจรจาแบบทวิภาคี หมายถึง การเจรจาเป็นคู่ระหว่าง ๒ ประเทศ

    ตัวอย่างการใช้คำ ทวิภาคี ในประโยค เช่น ไทยกับญี่ปุ่นได้บรรลุข้อตกลงทวิภาคี ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตรา ในการประชุมครั้งนี้ ผู้นำของประเทศต่าง ๆ จะจับคู่เจรจาแบบทวิภาคีนับพันคู่ โดยประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียจะเจรจาทวิภาคีกับผู ้นำกว่า ๒๐ ชาติ

    ในด้านการศึกษา คำว่า ทวิภาคี หมายถึง ๒ ส่วน เช่น การเรียนการสอนระบบทวิภาคี ผู้เรียนจะรับความรู้ในสถานศึกษาและฝึกงานในสถานประก อบการด้วย


    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

  10. #120
    Avatar von Jiap

    Registriert seit
    24.08.2001
    Beiträge
    2.427

    Re: ศัพท์น่ารู้

    โขกสับ

    โขกสับ ประกอบด้วยคำว่า โขก กับ สับ
    โขก เป็นอาการคว่ำสิ่งที่แข็ง กระแทกลงกับพื้นอย่างแรง เช่น
    แม่ครัวคว่ำชามข้าวหมาแล้วโขกเอาข้าวที่ติดค้างอยู่ใ ห้หลุดไป , อาการคว่ำหน้าเอาหน้าผากหรือศีรษะกระแทกพื้น เรียกว่า โขกพื้น

    คำว่า สับ เป็นอาการเอามีดโต้หรือขวานฟันสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแ รง เช่น คนขายหมูสับกระดูกหมูเป็นสองสามท่อน อาการสับอาจทำถี่ ๆ ทำให้สิ่งที่ถูกสับแหลกละเอียดได้ เช่น แม่สับหมูจนเป็นหมูบะช่อไว้ทำแกงจืด

    เมื่อรวมเป็น โขกสับ จะใช้ในความเปรียบ หมายถึง ดุด่า เสียดสี กลั่นแกล้งให้เจ็บใจอยู่เสมอ เช่น นางเอกละครเรื่องนี้ต้องทนให้ว่าที่แม่สามีโขกสับอยู ่เกือบตลอดเรื่อง

    คำว่า โขกสับ บางคนพูดเป็น โขลกสับ ซึ่งไม่ถูกต้อง



    ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

Seite 12 von 17 ErsteErste ... 21011121314 ... LetzteLetzte

Ähnliche Themen

  1. Antworten: 16
    Letzter Beitrag: 12.02.07, 12:06
  2. Antworten: 4
    Letzter Beitrag: 01.12.05, 17:35
  3. Antworten: 16
    Letzter Beitrag: 11.06.04, 11:23
  4. Antworten: 0
    Letzter Beitrag: 31.12.02, 09:53
  5. Antworten: 11
    Letzter Beitrag: 17.07.02, 20:36